ชื่อสามัญ: ซูมาทริปแทน (Sumatriptan) Brand Name(s): ชื่อทั่วไปเท่านั้น ไม่มีชื่อแบรนด์

ข้อบ่งใช้

ยาซูมาทริปแทนใช้สำหรับ

ยาซูมาทริปแทน (Sumatriptan) ใช้เพื่อรักษาโรคไมเกรน ยาตัวนี้ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวและอาการไมเกรนอื่นๆ (ได้แก่ เวียนหัว อาเจียน การตอบสนองไวต่อแสง/เสียง) การรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยให้คุณกลับคืนสู่กิจวัตรปกติและอาจลดความต้องการใช้ยาแก้ปวดอื่นๆ ยาซูมาทริปแทน จัดอยู่ในตระกูลยาที่เรียกว่า “ทริปแทน” ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเซโรโทนิน (serotonin) ที่จะทำให้เส้นเลือดในสมองหดตัว ยาตัวนี้อาจบรรเทาอาการเจ็บด้วยการส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทในสมองบางชนิด

ยาซูมาทริปแทนไม่ได้ป้องกันการเกิดไมเกรนล่วงหน้า หรือไม่ได้ช่วยลดความถี่ของการเกิดไมเกรน

วิธีการใช้ยาซูมาทริปแทน

รับประทานยาชนิดนี้เพียงอย่างเดียว หรือรับประทานพร้อมอาหารตามที่หมอสั่ง เมื่อเกิดสัญญาณแรกของไมเกรน ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการทางการแพทย์ อายุ การตอบสนองต่อการรักษา หากอาการของคุณไม่ดีขึ้น อย่าเพิ่มขนาดยาก่อนที่คุณจะคุยกับหมอของคุณ หากอาการของคุณ บรรเทาเพียงบางส่วนหรือ หากอาการปวดหัวของคุณกลับมา คุณอาจต้องรับประทานยารอบที่สองหลังผ่านไป 2 ชั่วโมง ห้ามรับประทานมากกว่า 200 มิลลิกรัมในช่วง 24 ชั่วโมง

ยาตัวนี้อาจถูกใช้เป็นตัวช่วยสำหรับการฉีดยาซูมาทริปแทน หากอาการของคุณบรรเทาเพียงบางส่วน หรือหากอาการปวดหัวของคุณกลับมา คุณอาจต้องรับประทานยารอบที่สองหลังผ่านไป 2 ชั่วโมง หลังการฉีดยาซูมาทริปแทนเข้าเส้นเลือด ในระดับสูงสุดที่ 100 มิลลิกรัมในช่วง 24 ชั่วโมง

หากคุณมีความเสี่ยงสูงในการเป็นโรคหัวใจ หมออาจตรวจหัวใจก่อนให้คุณรับประทานยาซูมาทริปแทน หมออาจสั่งให้คุณรับประทานยาครั้งแรกในโรงพยาบาล เพื่อสังเกตผลข้างเคียงรุนแรง (อย่างเช่น เจ็บหน้าอก) พูดคุยกับหมอของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

หากคุณรับประทานยาแก้ปวดไมเกรนเป็นเวลา 10 วัน หรือมากกว่านั้นในแต่ละเดือน ตัวยาอาจทำให้อาการปวดหัวของคุณทรุดลง (อาการปวดหัวจากการใช้ยาเกินขนาด) อย่าใช้ยาบ่อยเกิน หรือนานเกินกว่าที่หมอสั่ง บอกหมอของคุณ หากคุณจำเป็นที่ใช้ยาตัวนี้บ่อยมากขึ้น หรือหากยาทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือหากอาการปวดหัวของคุณทรุดลง

การเก็บรักษายาซูมาทริปแทน

เก็บยาซูมาทริปแทนไว้ในอุณหภูมิห้อง ห่างไกลจากแสงแดดและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของตัวยา คุณไม่ควรเก็บยาซูมาทริปแทนในห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาซูมาทริปแทนต่างยี่ห้ออาจต้องการการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ของยาเสมอ สำหรับคำแนะนำในการเก็บรักษา หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาซูมาทริปแทนลงในชักโครก หรือทิ้งลงท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น เป็นเรื่องสำคัญในการทิ้งยาให้เหมาะสม เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ปรึกษากับเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการทิ้งยาของคุณอย่างไรให้ปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซูมาทริปแทน

ก่อนใช้ยาซูมาทริปแทน ควรแจ้งให้หมอหรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ยาตัวนี้ หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ พูดคุยกับเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยาไรซาทริปแทน ควรแจ้งหมอหรือเภสัชกรของคุณ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาระบบไหลเวียนโลหิต (ที่ขา แขน มือ หรือท้องของคุณ) อาการปวดหัวบางประเภท เช่น อัมพาตครึ่งซีก (hemiplegic) หรือไมเกรนท้ายทอย (basilar migraine) ปัญหาหัวใจ (อย่างเช่น เจ็บหน้าอก อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจ) โรคตับ อาการชัก เส้นเลือดในสมองแตก หรือเส้นเลือดสมองตีบชั่วคราว (transient ischemic attack)

อาการบางประเภทสามารถเพิ่มความเสี่ยงของคุณสำหรับปัญหาหัวใจ บอกหมอของคุณหากคุณมีอาการต่อไปนี้ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง เบาหวาน ประวัติโรคหัวใจของครอบครัว น้ำหนักเกิน สูบบุหรี่ วัยหมดระดู (ผู้หญิง) ผู้ชายในวัยที่มากกว่า 40 ปี

ยาตัวนี้อาจทำให้คุณเวียนหัวหรือง่วงซึมได้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชา สามารถทำให้คุณเวียนหัวหรือง่วงซึมได้มากขึ้น อย่าขับรถ อย่าใช้เครื่องจักร หรืออย่าทำอะไรที่จำเป็นต้องมีการตื่นตัว จนกว่าคุณจะทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัย จำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พูดคุยกับหมอของคุณหากคุณมีการใช้กัญชา

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด บอกหมอหรือทันตแพทย์เกี่ยวกับยาทุกชนิดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร)

ความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคตับและความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้นตามอายุ ผู้สูงอายุ อาจมีการตอบสนองต่อผลข้างเคียงไวต่อยาตัวนี้ โดยเฉพาะความดันโลหิตเพิ่มขึ้นและปัญหาหัวใจ

ยาตัวนี้ควรถูกนำมาใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น หากอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ พูดคุยถึงความเสี่ยงและประโยชน์กับหมอของคุณ

ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า ยาตัวนี้ผ่านเข้าสู่น้ำนมหรือไม่ ปรึกษากับหมอของคุณก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีงานวิจัยเพียงพอในผู้หญิงสำหรับการระบุความเสี่ยงในการใช้ยายาซูมาทริปแทน ในระหว่างตั้งครรภ์หรือใหเนมบุตร โปรดปรึกษากับหมอของคุณทุกครั้ง เพื่อชั่งน้ำหนักถึงประโยชน์และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ ก่อนใช้ยาซูมาทริปแทน โดยยานี้มีดัชนีความปลอดภัยการใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์ประเภท C (pregnancy risk category C) อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA)

ระดับความเสี่ยงของยาที่ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา ได้แก่

  • A = ไม่มีความเสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในบางงานวิจัย
  • C = อาจมีความเสี่ยง
  • D = มีความเสี่ยงชัดเจน
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของยาซูมาทริปแทน

อาจมีอาการทางผิวหนังเป็นรอยแดง รู้สึกชา ไร้ความรู้สึก มีผดผื่น เหนื่อยล้า อ่อนแรง ง่วงนอน และเวียนหัว หากมีผลข้างเคียงใดๆ เหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหรือทรุดลง แจ้งให้หมอหรือเภสัชกรทราบโดยทันที

จำไว้ว่า หมอของคุณจ่ายยาตัวนี้ให้คุณ เพราะหมอพิจารณาแล้วว่า ประโยชน์ที่คุณจะได้รับมีมากกว่าความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียง หลายคนที่ใช้ยาตัวนี้ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ

ยาตัวนี้อาจเพิ่มความดันโลหิตของคุณ ตรวจความดันโลหิตของคุณเป็นประจำ และแจ้งหมอของคุณ หากผลตรวจความดันมีค่าสูง

บอกหมอของคุณทันที หากคุณมีผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ ได้แก่ นิ้วมือ นิ้วเท้าหรือเล็บม่วง อาการเย็นที่มือและเท้า การเปลี่ยนแปลงทางการรับฟัง การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และจิตใจ

ยาซูมาทริปแทนสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บ ตึงหรือแน่นที่หน้าอก ขากรรไกร หรือคอที่มักจะไม่ร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงเหล่านี้เหมือนกับอาการของโรคหัวใจวาย ได้แก่ อาการเจ็บหน้าอก ขากรรไกรหรือแขนซ้าย หายใจถี่ หรือเหงื่อออกผิดปกติ เข้ารับการดูแลทางการแพทย์ทันที หากอาการรุนแรงเหล่านี้ปรากฎ อัตราการเต้นของหัวใจเร็วและผิดปกติ เป็นลม เจ็บกระเพาะหรือท้องอย่างรุนแรง ท้องร่วงเป็นเลือด อาการชัก สัญญาณของเส้นเลือดในสมองแตก (อย่างเช่น ซีกหนึ่งของร่างกายอ่อนแรง ปัญหาการพูด การเปลี่ยนแปลงฉับพลันของการมองเห็น อาการสับสน)

ยาตัวนี้อาจจะไปเพิ่มระดับเซโรโทนิน และอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงที่เรียกว่า กลุ่มอาการเซโรโทนิน (serotonin syndrome) ความเสี่ยงของอาการนี้อาจเพิ่มขึ้น หากคุณรับประทานยาตัวอื่นที่เพิ่มระดับเซโรโทนิน แจ้งหมอหรือเภสัชกรของคุณถึงยาทุกชนิดที่คุณรับประทาน เข้ารับความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที หากคุณเกิดอาการบางอย่างดังต่อไปนี้ ได้แก่ อัตราการเต้นรัวของหัวใจ การเห็นภาพหลอน ร่างกายสูญเสียการประสานงาน ง่วงนอนอย่างรุนแรง เวียนหัว อาเจียนหรือท้องร่วงอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อกระตุก ไข้หวัดที่หาสาเหตุไม่ได้ อาการกระสับกระส่ายผิดปกติ

ปฏิกิริยาแพ้แบบรุนแรงต่อยาชนิดนี้เป็นเรื่องที่พบได้ยาก อย่างไรก็ตาม ควรเข้ารับการดูแลทางการแพทย์ทันที หากมีอาการแพ้ขั้นรุนแรง ได้แก่ ผื่น อาการคันหรือบวม (โดยเฉพาะ หน้า ลิ้น คอ) เวียนหัวอย่างรุนแรง ปัญหาการหายใจ

ไม่ใช่ทุกคนจะพบผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงบางอาการที่ไม่มีอยู่ด้านบน หากคุณมีความกังวลใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

การรับประทานยาตัวนี้ร่วมกับยาต้านซึมเศร้า (MAO inhibitors) อาจก่อให้เกิดการทำปฏิกิริยารุนแรงของยา (อาจถึงแก่ชีวิต) อย่ารับประทานยาต้านซึมเศร้าเหล่านี้ อย่างเช่น ยาไอโซคาร์บอกซาซิด (isocarboxazid) ยาไลเนโซลิด (linezolid) ยาเมทีลีน บลู (methylene blue) ยาโมโคลเบไมด์ (moclobemide) ยาฟีเนลไซน์ (phenelzine) ยาโพรคาร์บาไซน์ (procarbazine) ยาราซาจิไลน์ (rasagiline) ยาเซฟินาไมด์ (safinamide) ยาเซเรกลีไลน์ (selegiline) ยาทรานิลไซโพรไมน์ (tranylcypromine) ร่วมกับยาตัวนี้ ในระหว่างการรักษาไม่ควรรับประทานยาตัวนี้ร่วมกับยาต้านซึมเศร้าอื่นๆ ก่อนการรักษา 2 สัปดาห์ สอบถามหมอของคุณว่า เมื่อไหร่ควรเริ่มหรือหยุดรับประทานยาตัวนี้

ความเสี่ยงของการเกิดกลุ่มอาการเซโรโทนินจะเพิ่มขึ้น หากคุณรับประทานยาตัวอื่นที่ไปเพิ่มเซโรโทนินด้วยเช่นกัน ตัวอย่าง ได้แก่ ยาเสพติด อย่างเช่น ยาอี (MDMA) สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต (St. John’s wort) ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด ได้แก่ ยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม SSRIs อย่างเช่น ยาฟลูออกเซติน/ยาพารอกเซติน (fluoxetine/paroxetine) ยายับยั้งเซโรโทนินและนอร์อิพิเนฟริน (norepinephrine) กลับเข้าสู่ร่างกาย (กลุ่ม SNRIs) อย่างเช่น ยาดูโลเซติน/ยาเวนลาฟาซีน (duloxetine/venlafaxine) ความเสี่ยงของอาการเซโรโทนินอาจเพิ่มขึ้นได้เมื่อคุณเริ่มใช้หรือเพิ่มระดับยาของยาเหล่านี้

หากคุณรับประทานยาแก้ปวดไมเกรนเออร์โกตามีน (ergotamine) อย่างเช่น ยาไดไฮโดรเออร์โกตามีน (dihydroergotamine) หรือยาตระกูล “ทริปแทน” อื่นๆ อย่างเช่น ยาโซลมิทริปแทน (zolmitriptan) ยาไรซาทริปแทน (rizatriptan) คุณจำเป็นต้องเว้นระยะ การรับประทานยาซูมาทริปแทน ให้ห่างจากการรับประทานยาเหล่านี้ เพื่อลดความเสี่ยงของโอกาสเกิดผลข้างเคียงรุนแรง สอบถามหมอของคุณว่า คุณควรรอนานแค่ไหนในช่วงเวลารับประทานยาเหล่านี้

ยาซูมาทริปแทนอาจทำปฏิกิริยากับยาตัวอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนวิธีการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาของยา คุณควรจดรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ (ทั้งยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ยาที่ไม่ใช้ใบสั่งแพทย์ และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร) และให้หมอและเภสัชกรของคุณดู เพื่อความปลอดภัยของคุณ อย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใด ๆ โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากหมอ

ปฎิกิริยาต่ออาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซูมาทริปแทน อาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณถึงปฎิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอออล์ที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยาตัวนี้

ปฏิกิริยาต่ออาการโรคอื่น

ยาซูมาทริปแทนอาจทำปฎิกิริยากับอาการโรคของคุณ ปฏิกิริยานี้อาจทำให้อาการโรคของคุณทรุดลง หรือเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะบอกให้หมอและเภสัชกร รับรู้ถึงอาการโรคที่คุณกำลังเป็น

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ ควรปรึกษาหมอของคุณทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติม ก่อนใช้ยาซูมาทริปแทน

ขนาดยาซูมาทริปแทนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาโดยทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นไมเกรน

ใช้เมื่อถูกวินิจฉัยชัดเจนว่าเป็นไมเกรนแล้วเท่านั้น

ชนิดรับประทาน

ขนาดยาเริ่มต้น: รับประทาน 25 50 หรือ 100 มิลลิกรัม 1 ครั้ง

-หากมีการตอบสนองต่อยารอบแรกเกิดขึ้น อาจเพิ่มยารอบที่สองอย่างน้อยภายหลัง 2 ชั่วโมงหลังให้ยารอบแรกหากจำเป็น

-ยารับประทานขนาด 50 และ 100 มิลลิกรัม อาจบรรเทาอาการได้ดีกว่าขนาด 25 มิลลิกรัม อย่างไรก็ตาม ขนาดยา 100 มิลลิกรัม อาจไม่ได้มอบผลกระทบได้ดีกว่าขนาดยา 50 มิลลิกรัม

ขนาดยาสูงสุด: 200 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง

ทางผิวหนัง

ขนาดยาเริ่มต้น: ให้ยาทางผิวหนัง 1 ถึง 6 มิลลิกรัม 1 ครั้ง

-หากมีการตอบสนองต่อยารอบแรกเกิดขึ้น อาจเพิ่มยารอบที่สองอย่างน้อยภายหลัง 1 ชั่วโมงหลังให้ยารอบแรกหากจำเป็น

ขนาดยาสูงสุด: 12 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง

ให้ทางจมูก

ยาพ่นจมูก: ขนาดยาเริ่มต้น: 5 10 หรือ 20 มิลลิกรัม ฉีดเข้าไปยังจมูกข้างหนึ่ง 1 ครั้ง

-พ่นยาขนาด 5 และ 20 มิลลิกรัมในครั้งเดียว เข้าไปยังรูจมูกข้างหนึ่ง; พ่นยาขนาด 10 มิลลิกรัมอาจฉีดเพิ่ม โดยแบ่งเป็น 5 มิลลิกรัมของรูจมูกแต่ละข้าง

-หากมีการตอบสนองต่อยารอบแรกเกิดขึ้น อาจเพิ่มยารอบที่สองอย่างน้อยภายหลัง 2 ชั่วโมงหลังให้ยารอบแรกหากจำเป็น

ขนาดยาสูงสุด: 40 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง

ยาพ่นจมูกในรูปแคปซูล/ผง: ขนาดยาเริ่มต้น: พ่นเข้าจมูก 11 มิลลิกรัมในรูจมูกแต่ละข้าง 1 ครั้ง ผ่านอุปกรณ์พ่นชนิดพิเศษ [Xsail (R) breath-powered delivery device]

-หากอาการไม่ดีขึ้น ใน 2 ชั่วโมงหรือดีขึ้นเพียงชั่วคราวแล้วกลับมามีอาการอีกครั้ง ควรให้ยารอบที่ 2 อย่างน้อย 2 ชั่วโมงหลังให้ยารอบแรก

ขนาดยาสูงสุด: 2 รอบ (44 มิลลิกรัมต่อ 4 nosepiece) ใน 24 ชั่วโมง

ความเห็น

-ควรเริ่มการรักษาหากเกิดสัญญาณแรกของโรคไมเกรน หรืออาการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน หรือโรคตาไม่สู้แสง (photophobia); ยาตัวนี้ไม่ควรนำมาใช้ป้องกันโรคไมเกรน

-ขนาดยาที่เพิ่มขึ้น อาจมอบผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แต่ยังนำมาซึ่งความเสี่ยงของการตอบสนองไม่พึงประสงค์ที่มากขึ้น

-ไม่ปรากฏแน่ชัดถึงความปลอดภัยในการรักษาอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นมากกว่า 4 ครั้งขึ้นไปในระยะเวลา 30 วัน

การใช้: สำหรับรักษาโรคไมเกรนที่มีสัญญาณเตือนและไม่มีสัญญาณเตือน

ขนาดยาโดยทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคปวดศีรษะเป็นชุดๆ (Cluster Headache)

การฉีดยาใต้ผิวหนัง

ขนาดยาเริ่มต้น: ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 6 มิลลิกรัม 1 ครั้ง หากอาการเกิดขึ้นซ้ำ อาจต้องให้ยาซ้ำอย่างน้อย 1 ชั่วโมง หลังการให้ยาครั้งแรก

ขนาดยาสูงสุด: 12 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง

ความเห็น

-ควรเริ่มการรักษาหากเกิดสัญญาณแรกของโรคปวดศีรษะเป็นชุดๆ หรืออาการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน หรือโรคตาไม่สู้แสง; ยาตัวนี้ไม่ควรนำมาใช้ป้องกันโรคใดๆ

-ไม่ปรากฏแน่ชัดถึงความปลอดภัยในการรักษาอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นมากกว่า 4 ครั้งขึ้นไปในระยะเวลา 30 วัน

การใช้: ใช้รักษาโรคปวดศีรษะเป็นชุดๆแบบฉับพลัน

การปรับขนาดยาเข้ากับตับ

ความผิดปกติทางตับระดับเบาจนถึงปานกลาง

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน: ขนาดยาสูงสุดใน 1 เม็ด ไม่ควรเกิน 50 มิลลิกรัม

สเปรย์พ่นจมูก: ไม่มีข้อมูล

การฉีดยาใต้ผิวหนัง: ไม่แนะนำให้ปรับ

ความผิดปกติทางตับอย่างรุนแรง: ห้ามใช้

การปรับขนาดยา

ผู้สูงอายุ

-ควรระมัดระวังในการเลือกขนาดยาสำหรับผู้สูงอายุ ขนาดยาสำหรับผู้สูงอายุควรเริ่มในระดับต่ำสุด เนื่องจากความบกพร่องทางตับ ไต และหลอดเลือดอาจมีมากขึ้นซึ่งมาพร้อมกับโรคหรือยารักษา

สำหรับผู้ป่วยที่เริ่มการรักษาด้วยการฉีดยาทางผิวหนัง:

-หากโรคไมเกรนกลับมาหลังการฉีดยาทางผิวหนังครั้งแรก อาจเพิ่มยารับประทานจนถึง 100 มิลลิกรัมต่อวัน ระยะเวลาห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมงระหว่างการรับประทานยาแต่ละเม็ด

สำหรับผู้ป่วยที่เริ่มการรักษาด้วยอุปกรณ์พ่นจมูกชนิดพิเศษ [Xsail(R) Breath Powdered Delivery Device]:

-หากโรคไมเกรนกลับมาหลังให้ยาทางจมูกครั้งแรก อาจได้รับยาซูมาทริปแทนอีก 1 ครั้งเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง นับจากการให้ยาทางในโพรงจมูก

ความเห็นอื่นๆ

คำแนะนำในการจัดการยา

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน: กลืนยาทั้งเม็ดตามด้วยน้ำหรือของเหลวอื่นๆ

สเปรย์พ่นจมูก: พ่นเข้าจมูก 10 มิลลิกรัม อาจพ่นเพิ่ม 5 มิลลิกรัมในรูจมูกแต่ละข้าง

ยาพ่นจมูกในรูปแคปซูล/ผง: ให้ยาโดยใช้อุปกรณ์ส่งผงแป้งชนิดพิเศษ [Xsail (R) breath-powered delivery device] (ดูหัวข้อ การเตรียมพร้อม ด้านล่าง)

การฉีดยาใต้ผิวหนัง: สำหรับใต้ผิวหนังเท่านั้น ไม่ฉีดในกล้ามเนื้อหรือหลอดเลือดดำ

-บริเวณที่เหมาะสมแก่การให้ยา คือบริเวณเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังของหน้าขาด้านข้าง หรือเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อเดลทอยด์

-ระบบฉีดยาอัตโนมัติ เป็นทางเลือกสำหรับการรักษาด้วยตัวเอง

-การใช้ยาโดยไม่ใช้เข็ม (Sumavel DosePro[R]) ควรให้บริเวณช่องท้อง ห่างจากสะดือหรือต้นขาอย่างน้อย 2 นิ้ว อย่าให้ที่แขน

การเตรียมพร้อม

อุปกรณ์พ่นจมูกชนิดพิเศษ [Xsail (R) Breath-Powered Delivery]

-ถอดฝาครอบอุปกรณ์ออก ถอด nosepiece ออกจากถุงฟอยล์และใส่ลงไปในอุปกรณ์จนกระทั่งได้ยินเสียงคลิก กดเต็มที่และปล่อยปุ่มสีขาวเพื่อเจาะแคปซูล

-ใส่ nosepiece ให้ลึกในรูจมูกข้างหนึ่ง ในขณะที่หมุนอุปกรณ์เพื่อใส่ mouthpiece ในปาก เป่าแรงๆ เป็นเวลา 2 ถึง 3 วินาทีเพื่อให้แป้งเข้าไปยังโพรงจมูก คุณอาจได้ยินการสั่นสะเทือน (อย่างเช่น เสียงรัว) เป็นตัวชี้ว่าผู้ป่วยเป่าลมได้แรงตามที่หมอสั่ง

-เมื่อ nosepiece แรกได้รับการใช้ กดแท็บให้ชัดเจน และเอา nosepiece อันแรกออก ตรวจสอบเพื่อดูว่า ยาได้ออกจากแคปซูลแล้วหรือยัง ทิ้ง nosepiece ที่ใช้แล้ว และทำแบบนี้ซ้ำกับ nosepiece อันที่สองในรูจมูกอีกข้างหนึง เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นเศษสีขาวบางๆ หลังการใช้

ข้อควรจำในการเก็บรักษา: ควรปรึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์กับผู้ผลิต

ทั่วไป

-การให้ยาตัวนี้ครั้งแรก ควรอยู่ภายใต้การดูแลโดยตรงของหมอผู้เชี่ยวชาญในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายประการของโรคหัวใจและหลอดเลือดที่มีผลตรวจเลือดและการไหลเวียนโลหิตที่ไม่ดี

-ไม่ควรใช้ยาตัวนี้เพื่อป้องกันโรค

-หากผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษา พิจารณาการวินิจฉัยใหม่ก่อนอาการใด ๆ เกิดขึ้นตามมา

-ผู้ป่วยทุกคนควรได้รับคำแนะนำวิธีการใช้และการทิ้งยาอย่างเหมาะสม

การสังเกตอาการทั่วไป

-หลอดเลือดและหัวใจ: สัญญาณหรืออาการมีความเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจขาดเลือด

-ระบบทางเดินอาหาร: เจ็บท้องน้อยและท้องร่วงเป็นเลือด

-เฉพาะจุด: การตอบสนองของบริเวณที่ฉีดยา (การฉีดยาใต้ผิวหนัง)

-ระบบประสาท: โรคปวดศีรษะไมเกรน (Atypical headache); ปวดหัวจากการใช้ยาเกินขนาด; สัญญาณหรืออาการของหลอดเลือดสมอง ได้แก่ หลอดเลือดสมองแตก อาการเซโรโทนิน

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-รับประทานยาตัวนี้ให้เร็วที่สุด หากมีอาการไมเกรนก่อตัวขึ้นหรือโรคปวดหัวคลัสเตอร์หรืออาการที่เกี่ยวข้องอย่างเช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือตาไม่สู้แสง

-หากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหลังจากได้รับยารอบแรก อย่าเพิ่งรับยารอบที่สอง โดยไม่ปรึกษาหมอ

-การใช้ยาตัวนี้เป็นเวลา 10 วันขึ้นไปต่อหนึ่งเดือน อาจทำให้เกิดอาการปวดหัวอย่างรุนแรง; บันทึกอาการปวดหัวของคุณเพื่อดูว่าคุณมีอาการปวดหัวบ่อยแค่ไหนและเมื่อไหร่ที่คุณต้องรับประทานยา

-ปฏิบัติตามเอกสารแนะนำสำหรับการใช้สเปรย์พ่นจมูกอย่างถูกต้อง ผงยาใช้เป่าเข้าจมูกด้วยอุปกรณ์นำส่งยาชนิดพิเศษ การฉีดยาใต้ผิวหนังหรืออุปกรณ์ฉีดยาอัตโนมัติ และการทิ้งยาหลังการใช้อย่างปลอดภัย

-อาการง่วงซึมอาจเกิดขึ้นในระหว่างที่เกิดไมเกรนหรือระหว่างการรักษาด้วยยาตัวนี้ อย่าขับรถหรือใช้เครื่องจักรจนกว่าคุณจะรู้ว่ายาตัวนี้ส่งผลกับคุณอย่างไร

ขนาดยาซูมาทริปแทนสำหรับเด็ก

ไม่เป็นที่แน่ชัดสำหรับขนาดยาในผู้ป่วยเด็ก ตัวยาอาจไม่ปลอดภัยสำหรับลูกของคุณ เป็นเรื่องสำคัญเสมอในการเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความปลอดภัยของยาก่อนใช้ โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบยา

ยาซูมาทริปแทน มีให้เลือกใช้ในรูปแบบและฤทธิ์ยาดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน
  • ยาฉีดใต้ผิวหนัง
  • อุปกรณ์สำหรับฉีดใต้ผิวหนัง
  • สเปรย์พ่นจมูก
  • แผ่นแปะผิวหนังประเภทออกฤทธิ์นาน
  • ยาพ่นจมูกในรูปแคปซูล (Nasal capsule)

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด แจ้งศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินท้องถิ่นหรือไปยังห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาซูมาทริปแทน กลับมารับประทานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม หากใกล้ถึงเวลาที่คุณจะต้องใช้ยาครั้งต่อไป ข้ามยาครั้งที่แล้ว และใช้ยาต่อไปตามกำหนดการเดิม อย่าเพิ่มขนาดยา

 

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 10, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 10, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย