ดาราพริม (Daraprim®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ดาราพริม (Daraprim®) Brand Name(s): ดาราพริม (Daraprim®), ดาราพริม (Daraprim®), ดาราพริม (Daraprim®) และ ดาราพริม (Daraprim®).

ข้อบ่งใช้

ยาดาราพริม (ไพริเมทามีน) ใช้สำหรับ

ยาดาราพริม (Daraprim®) ใช้เพื่อรักษาหรือป้องกันโรคมาลาเรีย (malaria) และรักษาโรคทอกโซพลาสโมซิส (toxoplasmosis) เมื่อใช้ร่วมกับยาอื่น เช่น กรดโฟลินิก (folinic acid)

ยาดาราพริมเป็นยาถ่ายพยาธิ (antiparasitic) ทำงานโดยการฆ่าพยาธิหรือป้องกันการเจริญเติบโตของพยาธิ

วิธีการใช้ยาดาราพริม (ไพริเมทามีน)

ยาดาราพริมสามารถรับประทานพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก หากเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน ควรรับประทานพร้อมกับอาหารเพื่อลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร

แพทย์ยังอาจจะสั่งยาอื่นที่เรียกว่ากรดโฟลินิก หรือลูวโคโวริน แคลเซียม (leucovorin calcium) เพื่อใช้ร่วมกับยาดาราพริม

ควรใช้ยาดาราพริมจนครบกำหนดแม้ว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้นภายในเวลาไม่กี่วัน

การเก็บรักษายาดาราพริม (ไพริเมทามีน)

ยาดาราพริมควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาดาราพริมบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาดาราพริมลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาดาราพริม (ไพริเมทามีน)

โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยานี้ และแจ้งแพทย์ให้ทราบในกรณีดังต่อไปนี้

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาดาราพริม หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ
  • หากคุณเป็นโรคซึมเศร้า ชัก มีปัญหาเกี่ยวกับไตหรือตับ มีปัญหากับไขกระดูก ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้ เช่น กลุ่มอาการดูดซึมอาหารผิดปกติ (malabsorption syndrome) โรคฟีนิลคีโตนูเรีย (phenylketonuria) หรือโรคพิษสุรา (alcoholism)

ควรใช้ยาดาราพริมจนครบกำหนด หากไม่ทำเช่นนั้นอาจจะลดประสิทธิภาพของยาดาราพริมและอาจจะเพิ่มความเสี่ยงมี่เชื้อนั้นจะดื้อต่อยาดาราพริมและไม่สามารถรักษาได้ด้วยยานี้หรือยาปฏิชีวนะบางชนิดในอนาคต

ยาดาราพริมอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โปรดปรึกษาแพทย์หากคุณมีข้อสงสัยหรือข้อกังวลใดๆ

เก็บยาให้พ้นจากเด็ก การเผลอใช้ยานี้อาจทำให้เสียชีวิตได้ หากเด็กเผลอใช้ยานี้ควรรับการรักษาในทันที

อาจต้องมีการตรวจในห้องแล็บเพื่อเฝ้าระวังความคืบหน้าหรือเพื่อตรวจสอบผลข้างเคียง ควรไปตามนัดของแพทย์และห้องแล็บทุกครั้ง

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาดาราพริมจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาดาราพริม (ไพริเมทามีน)

โปรดสอบถามแพทย์หากผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปเหล่านี้ไม่หายไปหรือรบกวนคุณ

  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน

โปรดรับการรักษาในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงเหล่านี้

  • อาการแพ้ที่รุนแรง (ผดผื่น ลมพิษ อาการคัน หายใจติดขัด แน่นหน้าอก อาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น)
  • ปัสสาวะเป็นเลือด
  • หัวใจเต้นผิดปกติ
  • ผิวซีด
  • มีจุดแดงที่ผิวหนัง
  • ผิวแดง บวม แผลพุพอง หรือผิวลอก
  • อาเจียนอย่างรุนแรงหรือบ่อยครั้ง
  • เจ็บคอหรือเป็นไข้
  • มีเลือดออกหรือรอยช้ำผิดปกติ
  • เหนื่อยล้าหรืออ่อนแรงผิดปกติ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาดาราพริม อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยาเฟนิโทอิน (Phenytoin) เนื่องจากอาจทำให้ผลข้างเคียงของยาดาราพริมเพิ่มขึ้น
  • ยาเมโธเทรกเซท (Methotrexate) ยาโปรกัวนิล (proguanil) ยาควินิน (quinine) ยาซัลโฟนาไมด์ (sulfonamides) เช่นซัลฟาเมโทซาโซล (sulfamethoxazole) หรือยาซิโดวูดีน (zidovudine) เนื่องจากความเสี่ยงในการกดไขกระดูกอาจจะเพิ่มขึ้น

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาดาราพริมอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาดาราพริมอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาดาราพริม (ไพริเมทามีน) สำหรับผู้ใหญ่

เพื่อการรักษาโรคทอกโซพลาสโมซิส

ขนาดยาเริ่มต้นสำหรับผู้ใหญ่คือ 50 ถึง 75 มก. วันละครั้ง ร่วมกับยาซัลโฟนาไมด์ประเภทซัลฟาพิริมิดีน (sulfapyrimidine) เช่น ยาซัลฟาดอกซีน (sulfadoxine) ขนาด1 ถึง 4 กรัมต่อวัน

มักจะใช้ยาต่อเนื่องนาน 1 ถึง 3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อการรักษาและความทนต่อการรักษาของผู้ป่วย

อาจลดขนาดยาลงมาครึ่งหนึ่งของขนาดยาเดิมสำหรับยาแต่ละชนิดและรักษาเพิ่มเติมอีก 4 ถึง 5 สัปดาห์

เพื่อรักษาโรคมาลาเรียเฉียบพลัน

ไม่แนะนำให้ใช้ยาดาราพริมเพียงชนิดเดียวเพื่อรักษาโรคมาลาเรียเฉียบพลัน ยาสคิโซนทิไซด์ (schizonticides) รูปแบบออกฤทธิ์เร็ว เช่น ยาคลอโรควีน (chloroquine) หรือยาควินิน quinine นั้นเป็นยาที่มีข้อบ่งใช้เพื่อรักษาโรคมาลาเรียเฉียบพลัน

แต่การใช้ยาดาราพริมในขนาด 25 มก. ต่อวันเป็นเวลา 2 วัน ร่วมกับยาซัลโฟนาไมด์นั้นจะเริ่มควบคุมการแพร่เชื้อและกดโรคมาลาเรียชนิดไม่ใช่เชื้อฟัลซิปารัม (non-falciparum malaria)

ยาดาราพริมนั้นจะแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อในบริเวณที่มีเชื้อพลาสโมเดีย (plasmodia) ที่อ่อนไหวต่อยาอยู่

หากมีสถานการณ์ที่จะต้องใช้ยาดาราพริมเพียงชนิดเดียวในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกัน semi-immun ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่สำหรับโรคมาลาเรียเฉียบพลันคือ 50 มก. เป็นเวลา 2 วัน สำหรับเด็กอายุ 4 ถึง 10 ปีจะต้องใช้ 25 มก. ต่อวันเป็นเวลา 2 วัน

ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดก็ตาม ควรดำเนินการรักษาตามสูตรการรักษาหนึ่งสัปดาห์สำหรับการรักษาป้องกันโรค

ควรขยายระยะเวลาการรักษาสูตรการรักษารวมถึงการระงับการรักษาในช่วงลักษณะใดๆ ของอาการกำเริบและอาการที่กลับมาเป็นซ้ำในภายหลัง เช่นเป็นเวลาอย่างน้อย 10 สัปดาห์ในแต่ละกรณี

เพื่อการรักษาป้องกันโรคมาลาเรีย

ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 10 ปี – 25 มก. (1 เม็ด) สัปดาห์ละครั้ง

ขนาดยาดาราพริม (ไพริเมทามีน) สำหรับเด็ก

เพื่อรักษาโรคทอกโซพลาสโมซิส

ขนาดยาสำหรับเด็กคือ 1 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 2 ครั้งในขนาดที่เท่ากันต่อวัน หลังจากผ่านไป 2 ถึง 4 วัน อาจลดขนาดยาลงมาครึ่งหนึ่งและดำเนินการรักษาต่อไปอีกประมาณ 1 เดือน

ขนาดยาปกติของยาซัลโฟนาไมด์สำหรับเด็กจะใช้ร่วมกับยาดาราพริม

เพื่อการรักษาป้องกันโรคมาลาเรีย

เด็กอายุมากกว่า 10 ปี – 25 มก. (1 เม็ด) สัปดาห์ละครั้ง

เด็กอายุ 4 ถึง 10 ปี – 12.5 มก. (1/2 เม็ด) สัปดาห์ละครั้ง

ทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี – 6.25 มก. (1/4 เม็ด) สัปดาห์ละครั้ง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดไพริเมทามีน 25 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด 

Review Date: พฤษภาคม 30, 2019 | Last Modified: พฤษภาคม 30, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน