ดีเฟอริโพรน (Deferiprone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ดีเฟอริโพรน (Deferiprone) Brand Name(s): ดีเฟอริโพรน (Deferiprone), ดีเฟอริโพรน (Deferiprone) และ ดีเฟอริโพรน (Deferiprone).

ข้อบ่งใช้

ยาดีเฟอริโพรนใช้สำหรับ

ยาดีเฟอริโพรน (Deferiprone) ใช้กับผู้ที่มีความผิดปกติของเลือดบางชนิด อย่างโรคธาลัสซีเมีย (thalassemia) ที่มีปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายสูงเกินไปเนื่องจากการถ่ายเลือดซ้ำหลายครั้ง การถ่ายเลือดนั้นช่วยผู้ที่มีความผิดปกติของเลือดแต่ก็สามารถทำให้มีปริมาณของธาตุเหล็กในร่างกายมากเกินไปได้ด้วยเช่นกัน คุณควรจะกำจัดธาตุเหล็กส่วนเกินเนื่องจากระดับธาตุเหล็กที่สูงเกินไปนั้นสามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ (เช่น หัวใจล้มเหลว โรคตับ โรคเบาหวาน การเจริญเติบโตช้าในเด็ก) ยาดีเฟอริโพรนจะใช้เมื่อคุณมีปัญหากับการใช้ยากำจัดธาตุเหล็กตามปกติหรือหากคุณยังมีระดับธาตุเหล็กสูงอยู่หลังจากที่ใช้ยากำจัดธาตุเหล็กอื่น

ยาดีเฟอริโพรนอยู่ในกลุ่มของยาขับเหล็ก (iron chelators) ยานี้ทำงานโดยการเกาะติดกับธาตุเหล็กทำให้ร่างกายของคุณกำจัดธาตุเหล็กส่วนเกินออกไปทางปัสสาวะ

วิธีการใช้ยาดีเฟอริโพรน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละ 3 ครั้ง (เช้า กลางวัน เย็น) การรับประทานยานี้พร้อมกับอาหารอาจจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้

หากคุณกำลังใช้ยาน้ำ ควรอ่านคำแนะนำสำหรับผู้ป่วยก่อนใช้ยา ควรตวงยาอย่างระมัดระวังโดยใช้อุปกรณ์หรือช้อนสำหรับตวงยา อย่าใช้ช้อนธรรมดาเพราะอาจจะได้ขนาดยาที่ไม่ถูกต้อง หลังจากที่คุณดื่มยาในแต่ละครั้งแล้ว ควรเทน้ำใส่อุปกรณ์หรือช้อนสำหรับตวงยาแล้วดื่มส่วนผสมนั้นตามลงไปอีก

รับประทานยานี้ให้ห่างกัน 4 ชั่วโมงกับผลิตภัณฑ์อื่นที่อาจจะผูกติดกับยานี้แล้วลดประสิทธิภาพของยา โปรดสอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับยาอื่นที่คุณกำลังใช้ เช่น ยาลดกรด วิตามินหรือแร่ธาตุ (ยาที่มีส่วนผสมของธาตุเหล็ก อะลูมิเนียม สังกะสี) และอื่นๆ

ขนาดยาขึ้นอยู่กับภาวะทางสุขภาพ น้ำหนักตัว และการตอบสนองต่อการรักษา (รวมถึงผลการตรวจในห้องแล็บ) คุณอาจจำเป็นต้องปรับหรือหยุดการรักษาหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างระมัดระวัง และไปตามนัดของแพทย์หรือท้องแล็บทุกครั้ง

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

การเก็บรักษายาดีเฟอริโพรน

ยาดีเฟอริโพรนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาดีเฟอริโพรนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาดีเฟอริโพรนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาดีเฟอริโพรน

ก่อนใช้ยาดีเฟอริโพรน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ โรคตับ จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำ

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ในช่วงขณะตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ยานี้อาจจำเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา หากคุณตั้งครรภ์หรือคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายาดีเฟอริโพรนนั้นจะผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ เนื่องจากโอกาสในการเกิดความเสี่ยงต่อทารกจึงไม่แนะนำการให้นมบุตรขณะที่กำลังใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาดีเฟอริโพรนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาดีเฟอริโพรน

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือปวดข้อต่อ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

ยานี้อาจทำให้ปัสสาวะของคุณเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดง ผลนี้ไม่มีอันตรายและจะหายไปหลังจากที่หยุดใช้ยา

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด อุจจาระเป็นเลือด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาดีเฟอริโพรนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาดีเฟอริโพรนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาดีเฟอริโพรนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาดีเฟอริโพรนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคธาลัสซีมเมีย

ขนาดยาเริ่มต้น 25 มก./กก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง (ขนาดยาโดยรวมต่อวันคือ 75 มก./กก.)

ขนาดยาสูงสุด 33 มก./กก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง (ขนาดยาโดยรวมต่อวันคือ 99 มก./กก.)

คำแนะนำ

-ปัดค่าขนาดยาให้ใกล้เคียงกับขนาด 250 มก. (ครึ่งเม็ด)

-ปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยและเป้าหมายการรักษา (เพื่อรักษาระดับหรือเพื่อลดปริมาณของธาตุเหล็ก)

-การยอมรับนั้นขึ้นอยู่กับการลดของเซรั่มเฟอร์ริติน (serum ferritin) ไม่มีผลการทดลองที่แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ของการรักษาโดยตรง (เช่นอาการดีขึ้น การทำงานดีขึ้น หรือรอดชีวิต)

-ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับการรักษาผู้ป่วยภาวะเหล็กเกินจากการถ่ายเลือดที่มีภาวะโลหิตจางอื่นๆ ร่วมด้วย

การใช้งาน เพื่อรักษาภาวะเหล็กเกินจากการถ่ายเลือดเนื่องจากอาการของโรคธาลัสซีเมียเมื่อการทำคีเลชั่นบำบัด (chelation therapy) ในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะเหล็กเกิน

ขนาดยาเริ่มต้น 25 มก./กก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง (ขนาดยาโดยรวมต่อวันคือ 75 มก./กก.)

ขนาดยาสูงสุด 33 มก./กก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง (ขนาดยาโดยรวมต่อวันคือ 99 มก./กก.)

คำแนะนำ

-ปัดค่าขนาดยาให้ใกล้เคียงกับขนาด 250 มก. (ครึ่งเม็ด)

-ปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยและเป้าหมายการรักษา (เพื่อรักษาระดับหรือเพื่อลดปริมาณของธาตุเหล็ก)

-การยอมรับนั้นขึ้นอยู่กับการลดของเซรั่มเฟอร์ริติน ไม่มีผลการทดลองที่แสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ของการรักษาโดยตรง (เช่น อาการดีขึ้น การทำงานดีขึ้น หรือรอดชีวิต)

-ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับการรักษาผู้ป่วยภาวะเหล็กเกินจากการถ่ายเลือดที่มีภาวะโลหิตจางอื่นๆ ร่วมด้วย

การใช้งาน เพื่อรักษาภาวะเหล็กเกินจากการถ่ายเลือดเนื่องจากอาการของโรคธาลัสซีเมียเมื่อการทำคีเลชั่นบำบัดในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอ

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยที่มีตับบกพร่องในระดับน้อยหรือปานกลาง

การปรับขนาดยา

-หากระดับของเซรั่มเฟอร์ริตินนั้นลดลงอย่างต่อเนื่องลงมาต่ำกว่า 500 ไมโครกรัม/ลิตร ควรพิจารณาหยุดการรักษาชั่วคราว

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

-แนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาในตอนเช้า กลางวัน และเย็น

-รับประทานยาพร้อมกับอาหารเพื่อลดอาการคลื่นไส้

-หากลืมใช้ยา ควรใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นได้ หากใกล้จะถึงเวลาใช้ยาครั้งถัดไป ควรข้ามไปเลย อย่าเพิ่มปริมาณยา

การเฝ้าระวัง

-เฝ้าระวังระดับของเซรั่มเฟอร์ริตินเป็นประจำทุกๆ 2 ถึง 3 เดือน

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-แนะนำให้ผู้ป่วยรีบแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดอาการ เช่น เป็นไข้ เจ็บคอ หรือมีอาการคล้ายดรคไข้หวัดใหญ่

ขนาดยาดีเฟอริโพรนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาแคปซูล

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: พฤษภาคม 30, 2019 | Last Modified: พฤษภาคม 30, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน