ทรามาดอล (Tramadol)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ทรามาดอล (Tramadol) Brand Name(s): ทรามาดอล (Tramadol).

ข้อบ่งใช้

ยาทรามาดอลใช้สำหรับ

ยาทรามาดอล (Tramadol) ใช้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ ระดับปานกลางจนถึงรุนแรง ยาทรามาดอลเป็นยาในกลุ่มนาร์โคติค (narcotic analgesics) หรือยาแก้ปวดชนิดเสพติด โดยตัวยาจะไปทำงานในสมอง เพื่อเปลี่ยนความรู้สึกและการตอบสนองของร่างกายต่อความเจ็บปวด

วิธีการใช้ยาทรามาดอล

รับประทานยาตัวนี้ตามที่แพทย์สั่ง ทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงตามที่ต้องการ สำหรับบรรเทาอาการปวด คุณอาจรับประทานเพียงตัวยาอย่างเดียว หรือรับประทานยาพร้อมกับอาหารก็ได้ การรับประทานยาพร้อมอาหาร อาจช่วยลดอาการคลื่นไส้ สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรของคุณเกี่ยวกับทางเลือกอื่นๆ เพื่อลดอาการคลื่นไส้ (อย่างเช่น นอนลง 1 ถึง 2 ชั่วโมง โดยขยับศีรษะให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้)

ขนาดยาจะขึ้นอยู่กับอาการทางการแพทย์ และการตอบสนองของร่างกายคุณ เพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง แพทย์ของคุณอาจสั่งให้คุณรับประทานยาตัวนี้ในขนาดต่ำและค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างระมัดระวัง ขนาดยาสูงสุดที่แนะนำคือ 400 มิลลิกรัมต่อวัน หากคุณมีอายุ 75 ปีขึ้นไป ขนาดยาสูงสุดที่แนะนำ คือ 300 มิลลิกรัมต่อวัน อย่าเพิ่มขนาดยา รับประทานบ่อยเกินหรือนานเกินกว่าที่แพทย์จ่ายให้ ควรหยุดรับประทานยาอย่างเหมาะสมเมื่อแพทย์สั่ง

ยาแก้ปวดจะมีประสิทธิภาพทำงานได้ดีที่สุด เมื่อใช้ในขณะที่มีสัญญาณแรกเกิดขึ้น หากคุณรอจนกว่าอาการปวดทรุดลง ตัวยาอาจไม่ได้ผล

หากคุณมีอาการเจ็บเกิดขึ้นต่อเนื่อง (อย่างเช่นโรคข้ออักเสบ) แพทย์ของคุณอาจสั่งให้คุณรับประทานยานาร์โคติคในระยะยาว ยาแก้ปวดที่ไม่ใช่นาร์โคติคอื่นๆ อย่างเช่น ยาอะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) อาจถูกจ่ายมาพร้อมกับยาตัวนี้ สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรของคุณ หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับการใช้ยาทรามาดอลควบคู่กับยาตัวอื่นอย่างปลอดภัย

ยาตัวนี้อาจทำให้เกิดอาการถอนยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากใช้ยาตัวนี้เป็นเวลานาน หรือใช้ในขนาดยาที่สูง ในกรณีเช่นนั้น ก็อาจเกิดอาการขาดยา อย่างเช่น กระสับกระส่าย น้ำตาไหล น้ำมูกไหล คลื่นไส้ เหงื่อออก เจ็บกล้ามเนื้อ เมื่อคุณหยุดรับประทานยาตัวนี้อย่างฉับพลัน เพื่อป้องกันปฏิกิริยาการถอนยานี้ หมอของคุณอาจให้ลดขนาดยาลดอย่างช้าๆ ปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม และรายงานปฏิกิริยาผิดปกติใดๆ ก็ตามที่เกิดขึ้นทันที

เมื่อใช้ยาตัวนี้เป็นเวลานาน ยาตัวนี้อาจไม่ได้ผลแล้วเช่นกัน พูดคุยกับแพทย์ของคุณหากยาตัวนี้ไม่ได้ผลแล้ว

ยาตัวนี้อาจก่อให้เกิดพฤติกรรมอยากใช้ยาแบบผิดปกติ (อาการติดยา) ความเสี่ยงนี้อาจเพิ่มขึ้น หากคุณมีพฤติกรรมการใช้แอลกอฮอล์หรือยาผิดปกติมาก่อนในอดีต รับประทานยาตัวนี้ให้ตรงตามที่หมอจ่ายให้ เพื่อบรรเทาความเสี่ยงของการติดยา

แจ้งแพทย์ของคุณ หากอาการปวดยังคงอยู่หรือทรุดลง

การเก็บรักษายาทรามาดอล

ยาทรามาดอลจะเก็บรักษาได้ดีที่สุดในอุณหภูมิห้อง ห่างไกลจากแสงแดดและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของตัวยา คุณไม่ควรเก็บยาทรามาดอลในห้องน้ำหรือช่อแช่แข็ง อาจมียาทรามาดอลหลายยี่ห้อที่ต้องการการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญเสมอในการตรวจสอบฉลากยา สำหรับคำแนะนำในการเก็บรักษา หรือสอบถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้ห่างจากเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาทรามาดอลลงในชักโครก หรือทิ้งลงท่อระบายน้ำ เป็นเรื่องสำคัญในการทิ้งยาให้เหมาะสม เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ปรึกษากับเภสัชกรของคุณสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการทิ้งยาให้ปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาทรามาดอล

ในการตัดสินใจใช้ยา จำเป็นพิจารณาถึงประโยชน์และความเสี่ยงของการรับประทานยา นี่คือการตัดสินใจที่คุณและแพทย์จะต้องทำ สำหรับยาตัวนี้ ควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้

โรคภูมิแพ้

แจ้งแพทย์ของคุณ หากคุณเคยมีอาการผิดปกติหรืออาการแพ้ใดๆ ต่อยาตัวนี้หรือยาตัวอื่นๆ นอกจากนี้ คุณควรบอกผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพของคุณทราบ หากคุณมีอาการแพ้ประเภทอื่นๆ เช่น อาหาร สีย้อม สารกันบูดหรือสัตว์ สำหรับผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อ่านฉลากหรือส่วนผสมบนบรรจุภัณฑ์อย่างละเอียด

เด็กเล็ก

ไม่มีการทำวิจัยที่จัดทำอย่างเหมาะสม เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอายุต่อผลกระทบของยา Rybix™ ODT ยา Ryzolt™ และยา Ultram® ในเด็กวัยต่ำกว่า 16 ปี รวมทั้งไม่มีการแสดงให้เห็นชัดถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยา

ไม่มีการทำวิจัยที่จัดทำอย่างเหมาะสม เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของอายุต่อผลกระทบของยาเม็ดออกฤทธิ์นาน Ultram® ในกลุ่มประชากรเด็ก รวมทั้งไม่มีการแสดงให้เห็นชัดถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยา

ผู้สูงอายุ

งานวิจัยในปัจจุบัน ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงปัญหาเฉพาะที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ ที่จะทำให้ต้องจำกัดประโยชน์ของการใช้ยาทรามาดอลในผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยสูงอายุมีความเป็นไปได้มากที่จะเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ (อย่างเช่น ท้องผูก หน้ามืด เวียนหัว หรือจะเป็นลม ท้องไส้ปั่นป่วน อ่อนแรง) และปัญหาของตับที่เกี่ยวกับอายุ ปัญหาไต หรือหัวใจ ซึ่งอาจต้องการคำเตือน และการปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยที่รับประทานยาทรามาดอล

ความปลอดภัยในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีข้อมูลเพียงพอเกี่ยวกับวิธีใช้ยาตัวนี้ ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ทุกครั้งโปรดปรึกษากับหมอของคุณ เพื่อประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยา

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาทรามาดอล

เข้ารับความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที หากคุณมีสัญญาณใดๆ ก็ตามของปฏิกิริยาภูมิแพ้ โรคลมพิษ ปัญหาในการหายใจ อาการบวมบนใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้นและคอ

หยุดใช้ยาและโทรแจ้งหมอของคุณทันที หากคุณมีผลข้างเคียงรุนแรง ได้แก่

  • อาการก้าวร้าว เห็นภาพหลอน มีไข้ หัวใจเต้นเร็ว เกิดปฏิกิริยารีเฟล็กซ์มากเกินไป (overactive reflexes) คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เสียสมดุล เป็นลม
  • อาการชัก
  • รอยแดง ตุ่มพุพอง ผื่นผิวหนังลอก หรือ
  • หายใจตื้น ชีพจรต่ำ

อาจผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • เวียนหัว รู้สึกหัวหมุน
  • ท้องผูก ท้องไส้ปั่นป่วน
  • ปวดหัว
  • ง่วงซึม
  • รู้สึกวิตกกังวลหรือกระวนกระวาย

ไม่ใช่ทุกคนจะพบผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจมีผลข้างเคียงบางอาการที่ไม่มีอยู่ด้านบน หากคุณมีความกังวลใดๆเกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาทรามาดอลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาตัวอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยาหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา คุณควรแจ้งรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่ (รวมถึงยาที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ ยาที่ไม่ใช้ใบสั่งแพทย์และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร) และให้หมอและเภสัชกรของคุณดู เพื่อความปลอดภัยของคุณอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ หมอของคุณอาจตัดสินใจไม่รักษาคุณพร้อมกับยาตัวนี้ หรือเปลี่ยนชนิดยาที่คุณกำลังรับประทานอยู่

  • ยานัลเตรโซน (Naltrexone)
  • ยาราซากิไลน์ (Rasagiline)
  • ยาเซเลกิไลน์ (Selegiline)

ไม่แนะนำให้ใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นต้องใช้ร่วมกันในบางกรณี หากมียาที่ถูกจ่ายพร้อมกับยาตัวนี้ หมอของคุณอาจเปลี่ยนตัวยา หรือจำนวนครั้งของการใช้ยาตัวหนึ่ง หรือตัวยาทั้งสองชนิด

  • ยาอะเซโนคูมารอล (Acenocoumarol)
  • ยาอะมิตริปไทลีน (Amitriptyline)
  • ยาอะมอคซาพิน (Amoxapine)
  • ยาแอมเฟตามีน (Amphetamine)
  • ยาบรอมเพริดอล (Bromperidol)
  • ยาบรอมฟีนิรามีน (Brompheniramine)
  • ยาบูโพรเพียน (Bupropion)
  • ยาบูสไพโรน (Buspirone)
  • ยาคาร์บามาเซพิน (Carbamazepine)
  • ยาคาร์บิโนซามีน (Carbinoxamine)
  • ยาเซริทินิบ (Ceritinib)
  • ยาคลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine)
  • ยาคลอโพรมาซิน (Chlorpromazine)
  • ยาคลอโพรทิซีน (Chlorprothixene)
  • ยาซิตาโลแพรม (Citalopram)
  • ยาคลาริโทรมายซิน (Clarithromycin)
  • ยาโคลบาแซม (Clobazam)
  • ยาโคลมิพรามีน (Clomipramine)
  • ยาคลอกีไลน์ (Clorgyline)
  • ยาโคลวอคซามีน (Clovoxamine)
  • ยาโคบิซิสแทท (Cobicistat)
  • โคเคน (Cocaine)
  • ยาคริโซตินิบ (Crizotinib)
  • ยาไซโครเบนซาพรีน (Cyclobenzaprine)
  • ยาเดบราเฟนิบ (Dabrafenib)
  • ยาเดซิพรามีน (Desipramine)
  • ยาเดสเวนลาฟาซีน (Desvenlafaxine)
  • ยาเดซโทรแอมเฟตามีน (Dextroamphetamine)
  • ยาเดซโทรเมทอร์ฟาน (Dextromethorphan)
  • ยาโดลาเซตรอน (Dolasetron)
  • ยาโดธิอีพิน (Dothiepin)
  • ยาโดเซพิน (Doxepin)
  • ยาดูลอคเซติน (Duloxetine)
  • ยาเอเลทริปทัน (Eletriptan)
  • ยาเอสซิตาโลแพรม (Escitalopram)
  • ยาเอสลิคาร์บาเซพิน อะซีเตท (Eslicarbazepine Acetate)
  • ยาเอโทโพรพาซีน (Ethopropazine)
  • ยาเฟมอคเซติน (Femoxetine)
  • ยาเฟนทานีล (Fentanyl)
  • ยาฟลูโคนาโซล (Fluconazole)
  • ยาฟลูออกเซติน (Fluoxetine)
  • ยาฟลูเพนธิซอล Flupenthixol)
  • ยาฟลูฟีนาซีน (Fluphenazine)
  • ยาฟลูวอคซามีน (Fluvoxamine)
  • ยากรานิเซตรอน (Granisetron)
  • ยาฮาโลเพริดอล (Haloperidol)
  • ยาไฮโดรโคดอน (Hydrocodone)
  • ยาไฮดรอกซีทริปโทฟาน (Hydroxytryptophan)
  • ยาไอเดลาลิซิบ (Idelalisib)
  • ยาไอมิพรามีน (Imipramine)
  • ยาไอโพรไนอะซิด (Iproniazid)
  • ยาไอโซคาร์บอคซาซิด (Isocarboxazid)
  • ยาเคตามีน (Ketamine)
  • ยาเลโวมิลนาซิพราน (Levomilnacipran)
  • ยาลิเนโซลิด (Linezolid)
  • ยาลิเทียม (Lithium)
  • ยาโลเฟพรามีน (Lofepramine)
  • ยาลอร์คาเซริน (Lorcaserin)
  • ยาเมคลิซีน (Meclizine)
  • ยาเมลเพโรน (Melperone)
  • ยาเมเพริดีน (Meperidine)
  • ยาเมโซริดาซีน (Mesoridazine)
  • ยาเมทาโดน (Methadone)
  • ยาเมโทไทรเมพราซีน (Methotrimeprazine)
  • ยาเมทิลีน บลู (Methylene Blue)
  • ยาเมโทโคลพราไมด์ (Metoclopramide)
  • ยามิลนาซิพราน (Milnacipran)
  • ยามิราเบกรอน (Mirabegron)
  • ยาเมียตาซาพิน (Mirtazapine)
  • ยาไมโทเทน (Mitotane)
  • ยาโมโคลเบไมด์ (Moclobemide)
  • ยาโมลินดอน (Molindone)
  • มอร์ฟีน (Morphine)
  • มอรืฟีน ซัลเฟต ไลโปโซม (Morphine Sulfate Liposome)
  • ยานาราทริปแทน (Naratriptan)
  • ยาเนฟาโซโดน (Nefazodone)
  • ยานิโลทานิบ (Nilotinib)
  • ยานอร์ทริปไทไลน์ (Nortriptyline)
  • ยาโอลานซาพีน (Olanzapine)
  • ยาออกซีโคโดน (Oxycodone)
  • ยาออกซีมอร์โฟน (Oxymorphone)
  • ยาพาโรโนเซตรอน (Palonosetron)
  • ยาพาร์กีไลน์ (Pargyline)
  • ยาพาโรเซติน (Paroxetine)
  • ยาเพจินเตอเฟรอน อัลฟา-2บี (Peginterferon Alfa-2b)
  • ยาเพนฟลูริดอล (Penfluridol)
  • ยาเพนตาโซซีน (Pentazocine)
  • ยาเพอร์ฟีนาซีน (Perphenazine)
  • ยาฟีเนลซีน (Phenelzine)
  • ยาพิโมไซด์ (Pimozide)
  • ยาไพเพอราควิน (Piperaquine)
  • ยาไพโพเทียอะซีน (Pipotiazine)
  • ยาพริมิดอน (Primidone)
  • ยาโพรคาร์บาซีน (Procarbazine)
  • ยาโพรคลอเพราซีน (Prochlorperazine)
  • ยาโพรมาซีน (Promazine)
  • ยาโพรเมทาซีน (Promethazine)
  • ยาโพรพิโอมาซีน (Propiomazine)
  • ยาโพรพอคซีฟีน (Propoxyphene)
  • ยาโพรทริปไทลีน (Protriptyline)
  • ยาเรมอคซิไพรด์ (Remoxipride)
  • ยาไรสเพอริดอน (Risperidone)
  • ยาไรซาทริปแทน (Rizatriptan)
  • ยาเซอร์ทราไลน์ (Sertraline)
  • ยาไซบูทรามีน (Sibutramine)
  • ยาซิลทูซิแมป (Siltuximab)
  • สมุนไพรเซนต์ จอห์น วอรท์ (St John’s Wort)
  • ยาซัลพิไรด์ (Sulpiride)
  • ยาซูมาทริปแทน (Sumatriptan)
  • ยาซูโวเรแซนท์ (Suvorexant)
  • ยาทาเพนทาดอล (Tapentadol)
  • ยาธิเอทิลเพอราซีน (Thiethylperazine)
  • ยาธิโอไรดาซีน (Thioridazine)
  • ยาธิโอธิซีน (Thiothixene)
  • ยาทรานิลไซโพรมีน (Tranylcypromine)
  • ยาทราโซดอน (Trazodone)
  • ยาทริฟลูโอเพอราซีน (Trifluoperazine)
  • ยาทริฟลูโพรมาซีน (Triflupromazine)
  • ยาทริเมพราซีน (Trimeprazine)
  • ยาทริมิพรามีน (Trimipramine)
  • กรดวัลโพรอิค (Valproic Acid)
  • ยาเวนลาฟาซีน (Venlafaxine)
  • ยาวิลาโซดอน (Vilazodone)
  • ยาวอร์ทิออกเซติน (Vortioxetine)
  • ยาโซลมิทริปแทน (Zolmitriptan)
  • ยาซูคลอเพนทิโซล (Zuclopenthixol)

การใช้ยาตัวนี้ร่วมกับยาใดๆ ดังต่อไปนี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงบางประการ แต่การใช้ยาร่วมกันอาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากยาเหล่านี้ถูกจ่ายให้พร้อมกันโดยแพทย์ของคุณ แพทย์ของคุณอาจเปลี่ยนตัวยา หรือจำนวนครั้งของการใช้ยาตัวหนึ่ง หรือตัวยาทั้งสองชนิด

  • ยาไดโกซิน (Digoxin)
  • ยาเพแรมพาเนล (Perampanel)
  • ยาควินิดีน (Quinidine)
  • ยาวาร์ฟาริน (Warfarin)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาทรามาดอลอาจทำปฎิกิริยากับอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอื่นๆ โปรดปรึกษากับหมอหรือเภสัชกรของคุณ ถึงปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนใช้ยาตัวนี้

ปฏิกิริยากับอาการโรค

ยาทรามาดอลอาจทำปฎิกิริยากับอาการโรคของคุณ อาจทำให้อาการโรคของคุณทรุดลง หรือเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของยา จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะบอกให้หมอและเภสัชกรรู้ถึงอาการโรคที่คุณกำลังเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการหรือโรคต่อไปนี้

  • พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ในทางที่ผิด (หรือเคยมีประวัติ)
  • โรคซึมเศร้าจากระบบประสาทส่วนกลาง
  • โรคซึมเศร้า (หรือเคยมีประวัติ)
  • พฤติกรรมใช้ยาในทางที่ผิด (หรือเคยมีประวัติ)
  • อาการบาดเจ็บที่หัว
  • ปัญหาฮอร์โมน
  • แรงกดดันภายในหัวเพิ่มมากขึ้น
  • โรคติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง (CNS)
  • โรคจิตเภช (หรือเคยมีประวัติ)
  • โรคภูมิแพ้ฟีนิลคีโตนูเรีย (หรือ เคยมีประวัติ)
  • การกดการหายใจ (การหายใจน้อยหรือหายใจช้า)
  • อาการชักหรือโรคลมชัก (หรือเคยมีประวัติ)
  • ปัญหาทางกระเพาะขั้นรุนแรง ควรใช้อย่างระมัดระวัง โอกาสของการเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอาจเพิ่มขึ้น
  • ปัญหาปอดหรือการหายใจขั้นรุนแรง อย่างเช่น โรคหอบหืด ภาวะความดันคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูง (hypercapnia) ไม่ควรนำมาใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการนี้
  • โรคไต
  • โรคตับ (ได้แก่ ตับแข็ง) ควรใช้อย่างระมัดระวัง ผลกระทบอาจเพิ่มขึ้น เนื่องจากการขับยาตัวนี้ออกจากร่างกายที่ทำได้ช้า
  • หากคุณเป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (phenylketonuria) ยาเม็ดแตกตัวในปากที่มีส่วนผสมของสารฟีนิลอะลานีน (phenylalanine) สามารถทำให้อาการทรุดลงได้

เข้าใจขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ใดๆ ทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์ของคุณเพื่อรับทราบข้อมูลเพื่อเติมก่อนการใช้ยานี้

ขนาดยาทรามาดอลสำหรับผู้ใหญ่

สำหรับอาการปวดเรื้อรังระดับน้อยจนถึงปานกลาง ไม่จำเป็นต้องการให้ผลของยาแก้ปวดออกชนิดฤทธิ์ไว

ขนาดยาเริ่มต้น: 25 มิลลิกรัม ทุก ๆ เช้า

การไตเตรท: เพิ่มขนาดยา 25 มิลลิกรัมเป็นยาแยก ทุกๆ 3 วัน เพื่อให้ขนาดยาถึง 100 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานทีละ 25 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน จากนั้น ขนาดยาโดยรวมต่อวันอาจเพิ่มอีก 50 มิลลิกรัมเท่าที่ยังปรับตัวกับยาได้ ทุก ๆ 3 วัน เพื่อให้ขนาดยาถึง 200 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรับประทานทีละ 50 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาคงที่: หลังการไตเตรท อาจให้ยาทรามาดอล 50 มิลลิกรัมจนถึง 100 มิลลิกรัมตมที่ต้องการสำหรับบรรเทาอาการปวด ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง โดยไม่ให้เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน

สำหรับจัดการอาการปวดเรื้อรังระดับปานกลางจนถึงรุนแรงในผู้ใหญ่

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน

ขนาดยาเริ่มต้น: 100 มิลลิกรัม วันละครั้งและไตเตรทเพิ่มขึ้นทุก ๆ 100 มิลลิกรัม เท่าที่จำเป็น ทุกๆ 5 วัน เพื่อบรรเทาอาการปวด และขึ้นอยู่การทนสภาพยาของแต่ละบุคคล

ขนาดยาสูงสุด: ไม่ควรให้ยาเม็ดออกฤทธิ์นานเกินกว่า 300 มิลลิกรัมต่อวัน

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการให้ผลของยาแก้ปวดชนิดออกฤทธิ์ทันที และประโยชน์ที่มีมากกว่าความเสี่ยงสำหรับผู้ป่วยในการหยุดใช้ยาเนื่องจากอาการไม่พึงประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับขนาดยาเริ่มต้นที่มากขึ้น

ยา: ควรให้ยา 50 ถึง 100 มิลลิกรัมเท่าที่จำเป็นสำหรับบรรเทาอาการปวด ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง โดยไม่ให้ขนาดยาเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน

ยาทรามาดอลออกฤทธิ์นาน (ER)

ผู้ป่วยที่ไม่ได้รักษาด้วยยาทรามาดอลออกฤทธิ์ทันที (IR)

ขนาดยาเริ่มต้น: 100 มิลลิกรัม วันละครั้งและไตเตรทเพิ่มขึ้นทุก ๆ 100 มิลลิกรัมเท่าที่จำเป็น ทุก ๆ 5 วัน เพื่อบรรเทาอาการปวด และขึ้นอยู่กับความต้องการและความทนต่อสภาพยาของผู้ป่วยแต่ละบุคคล

ขนาดยาสูงสุด: 300 มิลลิกรัมต่อวัน

ผู้ป่วยที่กำลังรักษาด้วยยาทรามาดอลออกฤทธิ์ทันที (immediare release)

คำนวณระยะเวลาออกฤทธิ์ยาใน 24-ชั่วโมงของยาทรามาดอลออกฤทธิ์ทันที

ขนาดยาเริ่มต้น: ลดขนาดยาครั้งต่อไปต่ำสุด 100 มิลลิกรัม ขนาดยาครั้งต่อไป อาจขึ้นอยู่กับความต้องการและความทนต่อสภาพยาของผู้ป่วยแต่ละบุคคล

ขนาดยาสูงสุด: 300 มิลลิกรัมต่อวัน

เนื่องจากข้อจำกัดในการเลือกขนาดยาทรามาดอลออกฤทธิ์นานที่ไม่ยืดหยุ่นมากนัก ผู้ป่วยบางคนที่รักษาด้วยยาทรามาดอลออกฤทธิ์ทันที อาจปรับตัวไม่ได้

ขนาดยาทรามาดอลสำหรับเด็ก

อายุ 4 ถึง 16 ปี

ยาชนิดออกฤทธิ์ทันที: 1 ถึง 2 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/ครั้ง ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสูงสุดต่อวัน: 100 มิลลิกรัม

ขนาดยาสูงสุดต่อวัน คือขนาดยาน้อยกว่า: 8 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน หรือ 400 มิลลิกรัม/วัน

อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป

ขนาดยาเริ่มต้น: 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสูงสุด: 400 มิลลิกรัม/วัน

อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการให้เกิดผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ผลข้างเคียงอาจลดลงได้ด้วยการให้ขนาดยาเริ่มต้นที่ 25 มิลลิกรัม/วัน และเพิ่มขนาดยาขึ้น 25 มิลลิกรัม ทุกๆ 3 วัน และเพิ่มเป็น 25 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน ขนาดยาอาจเพิ่มเป็น 50 มิลลิกรัม ทุกๆ 3 วัน ในขณะที่ยังปรับตัวกับยาได้ จนถึง 50 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน

อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป

ยาเม็ดชนิด Oral Disintegrating Tablet (ODT)

ขนาดยาเริ่มต้น: 50 ถึง 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง

ขนาดยาสูงสุด: 400 มิลลิกรัม/วัน

อีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการให้เกิดผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ผลข้างเคียงอาจลดลง โดยการให้ขนาดยาเริ่มต้นที่ 25 มิลลิกรัม/วัน และ เพิ่มขนาดยาขึ้น 25 มิลลิกรัม ทุก ๆ 3 วัน และเพิ่มเป็น 25 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน ขนาดยาอาจเพิ่มเป็น 50 มิลลิกรัม ทุก ๆ 3 วัน ในขณะที่ยังปรับตัวกับยาได้ จนถึง 50 มิลลิกรัม 4 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาสูงสุด: 400 มิลลิกรัม/วัน

อายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป

ยาชนิดออกฤทธิ์นาน

ขนาดยาเริ่มต้น: 100 มิลลิกรัม วันละครั้ง

ไตเตรทเพิ่มขึ้นทีละ 100 มิลลิกรัม ทุก ๆ 2 ถึง 3 วันหากจำเป็นสำหรับควบคุมอาการปวด

ขนาดยาสูงสุด: 300 มิลลิกรัม/วัน

รูปแบบของยา

ยาทรามาดอลมีให้เลือกใช้ในรูปแบบและฤทธิ์ยาดังต่อไปนี้ได้แก่ ยาแคปซูล ยาเม็ดละลายน้ำ ยาเม็ดชนิด orodispersible tablet ยาเม็ดและยาแคปซูลชนิดควบคุมการปลดปล่อย และยาฉีดเข้ากระแสเลือด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด แจ้งศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน หรือไปยังห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด

อาจมีอาการของการใช้ยาเกินขนาด ได้แก่

  • ขนาดของรูม่านตาเล็กลง
  • หายใจลำบาก
  • ง่วงซึมขั้นรุนแรง
  • หมดสติ
  • โคม่า (หมดสติไปช่วงเวลาหนึ่ง)
  • การเต้นของหัวใจช้าลง
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • หนาว ผิวหนังลอก

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาทรามาดอล กลับมาใช้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม หากใกล้ถึงเวลาที่คุณจะต้องใช้ยาครั้งต่อไป ข้ามขนาดยาครั้งที่แล้ว และใช้ขนาดยาตามกำหนดการเดิม อย่าเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: สิงหาคม 9, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 9, 2018