ชื่อสามัญ: นอร์ทริปไทลีน (Nortriptyline) Brand Name(s): ชื่อทั่วไปเท่านั้น ไม่มีชื่อแบรนด์

ข้อบ่งใช้

ยานอร์ทริปไทลีนใช้สำหรับ

ยานอร์ทริปไทลีน (Nortriptyline) ใช้สำหรับรักษาปัญหาทางจิตหรืออารมณ์ เช่น โรคซึมเศร้า ยานี้อาจช่วยให้คุณอารมณ์ดี เเละรู้สึกดีกับชีวิตมากขึ้น ลดความกังวลเเละความตึงเครียด รวมถึงเพิ่มระดับพลังงานอีกด้วย ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยาต้านซึมเศร้าชนิดไตรไซคลิก (tricyclic antidepressant) ยาจะออกฤทธิ์โดยส่งผลต่อความสมดุลของสารเคมีในสมอง ที่เรียกว่าสารสื่อประสาท (neurotransmitter)

วิธีการใช้ยานอร์ทริปไทลีน

โดยปกติเเล้ว รับประทานยานี้ 1 ถึง 4 ครั้งต่อวันหรือตามที่เเพทย์สั่ง หากคุณรับประทานยาชนิดน้ำ วัดปริมาณขนาดยาอย่างระมัดระวังโดยใช้เครื่องมือหรือถ้วยตวง อย่าใช้ช้อนที่บ้าน เพราะคุณอาจได้รับปริมาณขนาดยาที่ผิดพลาด
ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการของโรค เพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง (เช่นปากเเห้ง วิงเวียนศีรษะ) เเพทย์อาจเเนะนำให้เริ่มใช้ยานี้ในขนาดน้อยก่อนเเละค่อยๆ เพิ่มขนาดยา ทำตามคำเเนะนำของเเพทย์อย่างระมัดระวัง

รับประทานยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ผลสูงสุด เพื่อช่วยเตือนความจำของคุณ รับประทานยานี้ในเวลาเดียวกันของทุกวัน อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้ยานี้บ่อยเกินไปหรือนานเกินกว่าที่เเพทย์จ่ายยา โรคของคุณจะไม่หายไวขึ้นเเละความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงจะมีสูงขึ้น

สิ่งสำคัญคือต้องใช้ยานี้อย่างต่อเนื่อง เเม้ว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้นเเล้ว อย่าหยุดยาโดยที่ยังไม่ได้ปรึกษาเเพทย์ โรคบางโรคอาจมีอาการเเย่ลงเมื่อหยุดยากะทันหัน คุณยังอาจมีอาการอื่น เช่น อารมณ์เเปรปรวน ปวดศีรษะ เหนื่อยล้าเเละนอนผิดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงอาการเหล่านี้เมื่อคุณหยุดใช้ยา เเพทย์อาจค่อยๆ ลดขนาดยา ปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รายงานอาการที่เกิดขึ้นใหม่หรือเเย่ลงโดยทันที

ยานี้อาจไม่ได้ออกฤทธิ์โดยทันที คุณอาจมีอาการดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม อาจใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์กว่ายาจะออกฤทธิ์สูงสุด

เเจ้งให้เเพทย์ทราบ หากคุณยังคงเป็นโรคอยู่หรือมีอาการเเย่ลง (เช่น รู้สึกเเย่หรือมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย)

การเก็บรักษายานอร์ทริปไทลีน

คุณควรเก็บยานอร์ทริปไทลีนไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากเเสงเเละความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยานอร์ทริปไทลีนไว้ให้ห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยานอร์ทริปไทลีนเเต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บเเตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำเเนะนำการเก็บรักษายาบนหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กเเละสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยานอร์ทริปไทลีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นเเต่คุณได้รับคำเเนะนำให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังเเละคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยานอร์ทริปไทลีน

ก่อนจะรับประทานยานอร์ทริปไทลีน เเจ้งเเพทย์หรือเภสัชกรหากคุณเเพ้ยาชนิดนี้ หรือแพ้ยาต้านซึมเศร้าชนิดไตรไซคลิก (tricyclic) เช่น อะมิทริปไทลีน (amitriptyline) หรือหากคุณมีอาการเเพ้อื่นๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ เเต่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเเพ้หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนจะใช้ยานี้ เเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติโรคประจำตัว โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการหายใจ โรคเกี่ยวกับตับ หัวใจวายเมื่อไม่นานมานี้ ปัญหาเกี่ยวกับการถ่ายปัสสาวะ (เช่น เนื่องจากต่อมลูกหมากโต) การทำงานของต่อมไทรอยด์ที่มากเกินไป หรือภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (hyperthyroidism) ประวัติการป่วยโรคต้อหิน (โรคต้อหินชนิดมุมปิด) ส่วนบุคคลหรือของครอบครัว ประวัติการป่วยทางจิตใจหรืออารมณ์ (โรคไบโพลาร์ ความผิดปกติทางจิต) ส่วนบุคคลหรือของครอบครัว ประวัติการฆ่าตัวตาย โรคชัก โรคที่อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะชัก (เช่น โรคทางสมองอื่นๆ โรคที่เกิดจากการขาดสุรา) ส่วนบุคคลหรือของครอบครัว

ยานอร์ทริปไทลีนอาจทำให้เป็นโรคที่ส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ หรือทำให้การนำไฟฟ้าของหัวใจผิดปกติ (QT prolongation) บางครั้งการนำไฟฟ้าของหัวใจผิดปกติอาจทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจเร็ว หรือผิดปกติอย่างมาก ( แต่หาได้ยากที่จะร้ายแรงถึงชีวิต) หรืออาการอื่น (เช่นวิงเวียนศีรษะอย่างรุนเเรง หมดสติ) ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาทันที

ความเสี่ยงของการนำไฟฟ้าของหัวใจผิดปกติอาจเพิ่มขึ้น หากคุณเป็นโรคบางอย่าง หรือใช้ยาอื่นที่อาจก่อให้ทำให้การนำไฟฟ้าของหัวใจผิดปกติเช่นกัน ก่อนรับประทานยานอร์ทริปไทลีน เเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงยาทั้งหมดที่คุณใช้ รวมถึงหากคุณเป็นโรคต่อไปนี้ ได้แก่ โรคหัวใจบางโรค (โรคหัวใจล้มเหลว หัวใจเต้นช้า คลื่นไฟฟ้าของหัวใจนำไฟฟ้าผิดปกติ) ประวัติการป่วยโรคหัวใจบางโรค (คลื่นไฟฟ้าของหัวใจนำไฟฟ้าผิดปกติ เสียชีวิตเพราะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน)

ระดับโพเเทสเซียมเเละเเมกนีเซียมในเลือดต่ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงที่ทำให้การนำไฟฟ้าของหัวใจผิดปกติ ความเสี่ยงนี้อาจเพิ่มขึ้นหากคุณใช้ยาบางประเภท เช่น ยาขับปัสสาวะหรือยาขับน้ำ (water pill) หรือหากคุณเป็นโรคเช่นขับเหงื่อมาก ท้องเสียหรืออาเจียน ปรึกษาเเพทย์เกี่ยวกับการใช้ยานอร์ทริปไทลีนอย่างปลอดภัย

ยานี้อาจทำให้คุณวิงเวียนศีรษะ ง่วงซึม หรือตาพร่า เเอลกอฮอล์หรือกัญชาอาจทำให้อาการของคุณรุนเเรงยิ่งขึ้น อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักรหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องอาศัยความตื่นตัวจนกว่าคุณจะเเน่ใจว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย จำกัดการดื่มเเอลกอฮอล์ ปรึกษาเเพทย์หากคุณใช้กัญชาอยู่
ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เเจ้งให้เเพทย์หรือทันตเเพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา เเละสมุนไพร)
ยานี้อาจทำให้คุณตอบสนองต่อเเสงอาทิตย์ไวมากขึ้น จำกัดเวลาที่คุณจะต้องอยู่กลางเเดด หลีกเลี่ยงที่สำหรับอาบเเดดเเละหลอดไฟอัลตราไวโอเลต ทาครีมกันเเดดเเละสวมเสื้อผ้าที่ปกป้องผิว เมื่ออยู่ในที่เเจ้ง เเจ้งให้เเพทย์ทราบทันทีหากผิวไหม้ พุพอง หรือเป็นรอยเเดง

ยาในรูปเเบบของเหลวอาจมีส่วนประกอบของเเอลกอฮอล์ เเนะนำให้อ่านคำเตือน หากคุณเป็นเบาหวาน ติดเเอลกอฮอล์ โรคตับ หรือโรคอื่นๆ ที่จำเป็นจะต้องจำกัดหรือหลีกเลี่ยงเเอลกอฮอล์ ปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างปลอดภัย

หากคุณเป็นเบาหวาน ยานี้อาจทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ยากขึ้น วัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ เเละเเจ้งผลให้เเพทย์ทราบ เเพทย์อาจจำเป็นต้องปรับยารักษาเบาหวาน โปรเเกรมออกกำลังกายหรือการควบคุมอาหาร

ผู้สูงอายุอาจไวต่อการตอบสนองของผลข้างเคียงจากยานี้ โดยเฉพาะอาการปากเเห้ง วิงเวียนศีรษะ มึนงง ปัสสาวะลำบาก หรือการนำไฟฟ้าของหัวใจผิดปกติ (ดูด้านบน)

ระหว่างตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น เนื่องจากปัญหาทางจิตหรืออารมณ์ (เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล เเละตื่นตระหนก) อาจเป็นโรคที่รุนเเรง อย่าหยุดยานี้หากเเพทย์ไม่ได้เเนะนำ หากคุณตั้งครรภ์ กำลังจะหรือคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์ ปรึกษาเเพทย์ทันทีเกี่ยวกับข้อดีเเละความเสี่ยงจากการใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์

ยานี้อาจซึมเข้าไปในน้ำนม เเละอาจทำให้เกิดผลอันไม่พึงปรารถนาในการให้นมทารก ปรึกษาเเพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยานอร์ทริปไทลีนระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาเเพทย์เป็นประจำเพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีเเละความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนรับประทานยานอร์ทริปไทลีน อ้างอิงจากองค์การอาหารเเละยาเเห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)
ยานอร์ทริปไทลีนจัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท N

ประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์จัดลำดับโดยองค์การอาหารเเละยาเเห่งสหรัฐอเมริกา ได้แก่

· A = ไม่เสี่ยง

· B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)

· C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง

· D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงโดยตรง

· X = ห้ามใช้

· N = ไม่ทราบเเน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของยานอร์ทริปไทลีน

คุณอาจง่วงซึม วิงเวียนศีรษะ ปากเเห้ง มองเห็นไม่ชัดเจน ท้องผูก น้ำหนักขึ้นหรือปัสสาวะลำบาก หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานหรือเเย่ลง เเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที

เพื่อลดความเสี่ยงของอาการง่วงซึมเเละวิงเวียนศีรษะ ค่อยๆ ลุกขึ้นเมื่อเปลี่ยนจากท่านั่งหรือนอนเป็นท่ายืน

เพื่อที่จะบรรเทาอาการปากเเห้ง ให้อมลูกอมหรือน้ำเเข็งก้อนเล็กๆ (ที่ไม่มีน้ำตาล) เคี้ยวหมากฝรั่ง (ที่ไม่มีน้ำตาล) ดื่มน้ำหรือใช้สารทดเเทนน้ำลาย

เพื่อป้องกันอาการท้องผูก ทานอาหารที่มีใยอาหารให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอเเละออกกำลังกาย หากคุณท้องผูกระหว่างรับประทานยานี้ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกชนิดของยาระบาย

ระลึกไว้ว่าเเพทย์ได้จ่ายยานี้เนื่องจากได้ตัดสินใจเเล้วว่า นี่จะเป็นประโยชน์ต่อคุณมากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผลข้างเคียง หลายคนใช้ยานี้เเล้วไม่มีผลข้างเคียงรุนเเรงใดๆ

เเจ้งให้เเพทย์ทราบทันที หากคุณมีอาการเหล่านี้ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น แต่อาจต่อเนื่องเป็นเวลานานเหล่านี้ เช่น จุกเสียดท้อง ตัวสั่น หน้าไม่เเสดงความรู้สึก กล้ามเนื้อหดเกร็ง ปวดท้อง หรือกระเพาะอาหารอย่างรุนเเรง ความต้องการหรือสมรรถภาพทางเพศต่ำ หน้าอกบวมหรือเจ็บหน้าอก

ยานี้อาจเพิ่มสารเซโรโทนิน (serotonin) เเละบางครั้งอาจทำให้เกิดโรครุนเเรงที่เรียกว่า กลุ่มอาการเซโรโทนิน (serotonin syndrome) หรือเซโรโทนินเป็นพิษ (serotonin toxicity) ความเสี่ยงนี้อาจเพิ่มขึ้นหากคุณใช้ยาชนิดอื่นที่เพิ่มสารเซโรโทนิน ดังนั้น จึงควรเเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ดู: ปฏิกิริยากับยาชนิดอื่น)

โปรดเข้ารับการรักษาทันทีหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ได้แก่ หัวใจเต้นเร็ว เห็นภาพหลอน ร่างกายเสียสมดุล วิงเวียนศีรษะอย่างรุนเเรง คลื่นไส้ อาเจียนหรือท้องเสียอย่างรุนเเรง กล้ามเนื้อกระตุก เป็นไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ กระสับกระส่ายหรือกระวนกระวายผิดปกติ

โปรดเข้ารับการรักษาทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนเเรงใดๆ ได้เเก่ วิงเวียนศีรษะอย่างรุนเเรง หายใจเร็วหรือผิดปกติ หน้ามืด ชัก ปวดตา ตาบวมหรือตาเป็นรอยเเดง ม่านตาขยาย การมองเห็นเปลี่ยน (เช่น เห็นรุ้งรอบๆ เเสงสว่างในเวลากลางคืน)

ปฏิกิริยาเเพ้ที่รุนเเรงต่อยานี้มีไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ต้องเข้ารับการรักษาทันที หากคุณสังเกตเห็นปฏิกิริยาเเพ้ที่รุนเเรงเหล่านี้ ได้เเก่ ผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ) วิงเวียนศีรษะเเละหายใจลำบากอย่างรุนเเรง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยานี้ เช่น ยาอาบูทามีน (arbutamine) ยาเจือจางเลือด (blood thinner) เช่น ยาวาร์ฟาริน (warfarin) ยาไดซัลฟิเเรม (disulfiram) ยาเสริมไทรอยด์ (thyroid supplement) ยาต้านโคลิเนอจิก (anticholinergic drugs) เช่น ยาเบนซ์โทรปีน (benztropine) เเละยาเบลลาดอนนาเเอลคาลอยด์ (belladonna alkaloids) ยาบางชนิดที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูง หรือยาที่ออกฤทธิ์ต่อสมองเช่น ยาโคลนิดีน (clonidine) ยากัวนาเบนซ์ (guanabenz) ยารีเซอร์ปีน (reserpine)

การรับประทานยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งโมโนเอมีนออกซิเดส (MAO inhibitors) กับยานี้ อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อกันที่รุนเเรง (อาจถึงตาย) หลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งโมโนเอมีนออกซิเดส เช่น ยาไอโซคาร์โบซาซิด (isocarboxazid) ยาลีเนโซลิด (linezolid) ยาเมธิลีนบลู (methylene blue) ยาโมโคลเบไมด์ (moclobemide) ยาฟีเนลซีน (phenelzine) ยาโพรคาร์บาซีน (procarbazine) ยาราซาจิลีน (rasagiline) ยาซาฟินาไมด์ (safinamide) ยาเซเลกิลีน (selegiline) ยาทรานิลซัยโพรมีน (tranylcypromine) ระหว่างการรักษาด้วยยานี้ ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งโมโนเอมีนออกซิเดสส่วนมาก ไม่ควรใช้สองอาทิตย์ก่อนเเละหลังการรักษาด้วยยานอร์ทริปไทลีน ถามเเพทย์ว่าเมื่อไหร่ที่ควรจะเริ่มหรือหยุดยานี้

ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคในกลุ่มอาการเซโรโทนิน หรือเซโรโทนินเป็นพิษจะเพิ่มขึ้น หากคุณใช้ยาชนิดอื่นที่เพิ่มสารเซโรโทนินอยู่ด้วย ตัวอย่างเช่นยาเสพติดอย่างยาเมทิลีนไดออกซีเมทเเอมเฟตามีน (MDMA) หรือยาอี (ecstasy) สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต ยาเเก้ซึมเศร้าบางชนิด ได้เเก่ กลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเฉพาะการดูดกลับของเซโรโทนิน (SSRIs) เช่น ยาฟลูออกซิทีน (fluoxetine) หรือยาพาร็อกซิทีน (paroxetine) กลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการนำเซโรโทนินเเละนอร์เอพริเนฟินเข้าสู่ร่างกาย (SNRIs) เช่น ยาดูล็อกซิทีน (duloxetine) และยาเวนลาฟาซีน (venlafaxine) เป็นต้น ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคในกลุ่มอาการเซโรโทนินหรือเซโรโทนินเป็นพิษจะเพิ่มขึ้น หากคุณเริ่มใช้หรือเพิ่มขนาดยาเหล่านี้

ยาชนิดอื่นอาจทำให้ร่างกายขับยานอร์ทริปไทลีนออก และอาจส่งผลต่อฤทธิ์ของยานอร์ทริปไทลีนได้ ยาชนิดอื่นที่ว่ารวมถึงยาไซเมทิดีน (cimetidine) ยาเทอร์บินาฟีน (terbinafine) ยาที่ใช้รักษาการเต้นของหัวใจผิดปกติเช่น ยาควินิดีน (quinidine) ยาโพรพาฟีโนน (propafenone) ยาฟลีเคไนด์ (flecainide) นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของยาทั้งหมด

ยาอื่นๆ หลายชนิดนอกจากยานอร์ทริปไทลีน อาจส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ (คลื่นไฟฟ้าของหัวใจนำไฟฟ้าผิดปกติ) อย่างเช่น ยาอะมิโอดาโรน (amiodarone) ยาซิซาไพรด์ (cisapride) ยาโดฟีทิไลด์ (dofetilide) ยาพิโมไซด์ (pimozide) ยาโปรเคนเอไมด์ (procainamide) ยาควินิดีน (quinidine) ยาโซทาลอล (sotalol) กลุ่มยาปฏิชีวนะเเมคโครไลด์ (macrolide antibiotics) เช่น ยาอิริโทรไมซิน (erythromycin) เป็นต้น ดังนั้นก่อนจะใช้ยานอร์ทริปไทลีนควรเเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้อยู่

เเจ้งให้เเพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณรับประทานยาที่ทำให้ง่วงซึม รวมถึงเเอลกอฮอล์ กัญชา ยาต้านฮิสทามีน เช่น ยาเซทิริซีน (cetirizine) ยาไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) ยาที่ช่วยให้นอนหลับหรือเเก้เครียด เช่น ยาอัลพราโซเเลม (alprazolam) ยาไดอะซีเเพม (diazepam) เเละยาโซลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาเเก้ปวดชนิดเสพติด เช่น ยาโคดีน (codeine)

ตรวจสอบฉลากของยาทั้งหมดที่คุณใช้ (เช่น ยาเเก้เเพ้ ยาเเก้ไอ เเละยาเเก้ไข้) เพราะยาเหล่านี้อาจมีส่วนผสมที่ทำให้ง่วงซึม ถามเภสัชกรเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างปลอดภัย

ยานอร์ทริปไทลีนใกล้เคียงกับยาอะมิทริปไทลีน (amitriptyline) มาก อย่าใช้ยาที่มีส่วนผสมของยาอะมิทริปไทดีนระหว่างที่ใช้ยานอร์ทริปไทลีน

ยานอร์ทริปไทลีนอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนเเรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งยา เเละสมุนไพร) และเเจ้งให้เเพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือหยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนปริมาณยา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเเพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารเเละเเอลกอฮอล์

ยานอร์ทริปไทลีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเเอลกอฮอล์โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยาหรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนเเรง โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรเพื่อถามถึงอาหารหรือเเอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยานอร์ทริปไทลีนอาจส่งผลต่อโรคที่คุณเป็น ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกายอาจทำให้โรคที่คุณเป็นย่ำเเย่ลงหรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือโปรดเเจ้งให้เเพทย์เเละเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพเเละโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลนี้ไม่เจจนาให้ใช้เเทนคำเเนะนำทางการเเพทย์ โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกร ทุกครั้ง ก่อนรับประทานยานอร์ทริปไทลีน

ขนาดยานอร์ทริปไทลีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคซึมเศร้า

รับประทานยา 25 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน

-ขนาดยาสูงสุด: 150 มิลลิกรัมต่อวัน

คำเเนะนำ

-อาจให้ขนาดยาทั้งหมดสำหรับหนึ่งวันเพียงครั้งเดียวต่อวัน

-ผู้ป่วยควรเริ่มใช้ยาในขนาดต่ำก่อนจะค่อยๆ เริ่มปรับขนาดยาขึ้น

-เมื่อขนาดยาต่อวันมีมากกว่า 100 มิลลิกรัม ควรเฝ้าสังเกตระดับพลาสมาเเละคงค่าที่เหมาะสมของพลาสมาไว้คือตั้งเเต่ 50 ถึง 150 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร

การใช้: บรรเทาอาการซึมเศร้า

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นโรคซึมเศร้า

รับประทานยา 30 ถึง 50 มิลลิกรัมต่อวันโดยเเบ่งหลายครั้ง

คำเเนะนำ

-อาจให้ขนาดยาทั้งหมดสำหรับหนึ่งวันเพียงครั้งเดียวต่อวัน

-ผู้ป่วยควรเริ่มใช้ยาในขนาดต่ำก่อนจะค่อยๆ ปรับขนาดยาขึ้น

การใช้: บรรเทาอาการซึมเศร้า

การปรับขนาดยา

การควบคุมระดับยาในเลือด อยู่ในช่วงระหว่าง 50 ถึง 150 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร

การเปลี่ยนมา ใช้/ไม่ใช้ ยานี้ จากการ ไม่ใช้/ใช้ ยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งโมโนเอมีนออกซิเดส (MAOI) เป็นไปเพื่อรักษาความผิดปกติทางจิต

-อนุญาตให้หยุดยาอย่างน้อย 14 วัน

ใช้กับยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งโมโนเอมีนออกซิเดสประเภทอื่นเช่น ยาเมธิลีนบลูสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (IV) หรือยาลีเนโซลิด

-เริ่มใช้ยานี้: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ เเพทย์ควรพิจารณาเปลี่ยนการรักษา (เช่น พักในโรงพยาบาล) ของผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

-ผู้ป่วยที่รับประทานยานี้อยู่เเล้ว: หากไม่สามารถเข้ารับการรักษาเเบบเเพทย์ทางเลือก เเละข้อดีที่จะได้จากการรักษามีมากกว่าความเสี่ยงจากโรคกลุ่มอาการเซโรโทนิน ควรหยุดยานี้ทัน เเละรับประทานยาลีเนโซลิดหรือฉีดยาเมทิลีนบลูเข้าหลอดเลือดดำเเทน

—ผู้ป่วยควรได้รับการเฝ้าระวังโรคในกลุ่มเซโรโทนินเป็นเวลา 2 สัปดาห์หรือจนถึง 24 ชั่วโมงหลังจากขนาดยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งโมโนเอมีนออกซิเดสครั้งสุดท้าย เเล้วเเต่ว่าอะไรเกิดขึ้นก่อน

—อาจใช้ยานี้หลังจากขนาดยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งโมโนเอมีนออกซิเดสครั้งสุดท้าย 24 ชั่วโมง

การปรับขนาดยาเพิ่มเติม

-ควรลดขนาดยาหากคนไข้มีผลข้างเคียงที่ไม่รุนเเรง

-ควรหยุดยาหากเกิดผลข้างเคียงหรืออาการเเพ้อย่างรุนเเรง

คำเเนะนำอื่น

คำเเนะนำในการใช้ยา

-อาจเเบ่งขนาดยาหลายครั้งหรือครั้งเดียวต่อวันก็ได้

ข้อจำเป็นในการเก็บรักษา

-ยาละลายสำหรับรับประทาน: เก็บให้พ้นเเสงเเดด

โดยทั่วไป

-ไม่เป็นที่ทราบเเน่ชัดว่า ความเสี่ยงของโรคในกลุ่มอาการเซโรโทนิน สัมพันธ์กับการใช้สูตรยาบลูเมธิลีนที่ไม่ใช่สำหรับฉีดเข้าหลอดเลือด (non-IV) หรือขนาดยาที่ใช้สำหรับฉีดเข้าหลอดเลือด (IV) ต่ำกว่า 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมหรือไม่

-การรักษาอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า สำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจากภายใน (endogenous depression) เมื่อเทียบกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าประเภทอื่น

การเฝ้าสังเกต

-ระบบหัวใจเเละหลอดเลือด: ความดันโลหิต การทำงานของหัวใจ โดยเฉพาะผู้ป่วยสูงอายุ

-อื่นๆ: ระดับยา โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับขนาดยาเกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน

-จิตเวช: ผู้ป่วยควรได้รับการเฝ้าสังเกตหากมีอาการเเย่ลงหรือมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย

คำเเนะนำสำหรับผู้ป่วย

-ผู้ป่วยควรเเจ้งเเพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้อยู่ รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยาหรือยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา

-ยานี้อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะคิดหรืออยากฆ่าตัวตาย ผู้ป่วยควรเตรียมพร้อมหากเกิดสัญญาณของโรคซึมเศร้าหรืออาการซึมเศร้าเเย่ลง การเปลี่ยนเเปลงของอารมณ์หรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ เกิดความคิดที่จะฆ่าตัวตาย มีพฤติกรรมหรือความคิดที่จะทำร้ายตนเอง ผู้ป่วยควรรายงานพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อเเพทย์ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้

-เเนะนำให้ผู้ป่วยเเจ้งให้เเพทย์ทราบหากผู้ป่วยตั้งครรภ์ กำลังจะหรือคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์ รวมถึงให้นมบุตร

-ผู้ป่วยควรระมัดระวัง เนื่องจากยานี้อาจทำให้สมรรถภาพทางกายเเละทางจิต ที่ต้องใช้ในการขับรถยนต์ หรือควบคุมเครื่องจักรเเย่ลง

ขนาดยานอร์ทริปไทลีนสำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดขยาดยาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งที่สำคัญคือต้องศึกษาการใช้ยาอย่างปลอดภัยก่อนรับประทาน โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปเเบบยานอร์ทริปไทลีน

ยานอร์ทริปไทลีนมีรูปเเบบดังต่อไปนี้

  • เเคปซูลสำหรับรับประทาน
  • ยาน้ำสำหรับรับประทาน
  • ยาผง

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 7, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 7, 2018