นาบูเมโทน (Nabumetone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: นาบูเมโทน (Nabumetone) Brand Name(s): นาบูเมโทน (Nabumetone).

ข้อบ่งใช้

ยานาบูเมโทนใช้สำหรับ

ยานาบูเมโทน (Nabumetone) ใช้เพื่อลดอาการปวด บวม และข้อต่อแข้งเกร็งเนื่องจากโรคข้ออักเสบ ยานี้เป็นยาในกลุ่มยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID)

หากคุณใช้ยานี้เพื่อรักษาสภาวะเรื้อรัง อย่างเช่นโรคข้ออักเสบ ควรสอบถามแพทย์เกี่ยวกับการรักษาโดยไม่ใช้ยา และ/หรือยาอื่นที่จะช่วยรักษาอาการปวดของคุณได้

วิธีการใช้ยานาบูเมโทน

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละหนึ่งหรือสองครั้งพร้อมกับดื่มน้ำเต็มแก้ว (8 ออนซ์ หรือ 240 มล.) อย่าล้มตัวลงนอนเป็นเวลาอย่างน้อย 10 นาทีหลังจากใช้ยานี้ เพื่อป้องกันอาการท้องไส้ปั่นป่วน ควรรับประทานพร้อมกับอาหาร นม หรือยาลดกรด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง (เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหาร) ควรใช้ยานี้ในขนาดต่ำที่สุดเท่าที่มีประสิทธิภาพ และใช้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด อย่าเพิ่มขนาดยา หรือใช้บ่อยกว่าที่กำหนด สำหรับอาการเรื้อรัง เช่น ข้ออักเสบ ให้ใช้ยาอย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์กำหนด โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์

สภาวะบางอย่าง (เช่น ข้ออักเสบ) อาจต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ กว่าจะสังเกตเห็นประโยชน์จากยาสูงสุด

หากคุณใช้ยานี้เท่าที่จำเป็น (ไม่ได้ใช้เป็นประจำ) โปรดจำไว้ว่ายาแก้ปวดนั้นจะได้ผลดีที่สุด หากใช้เมื่อเริ่มมีอาการปวด หากคุณรอจนอาการปวดรุนแรง ยาอาจจะได้ผลไม่ดีนัก

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายานาบูเมโทน

ยานาบูเมโทนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยานาบูเมโทนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยานาบูเมโทน ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบาย เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยานาบูเมโทน

ก่อนใช้ยานาบูเมโทน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือแพ้ต่อยาแอสไพรินหรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) นาพรอกเซน (naproxen) หรือเซเลโคซิบ (celecoxib) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคหอบหืด (รวมถึงเคยมีอาการหายใจได้แย่ลงหลังจากใช้ยาแอสไพรินหรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ) ปัญหาเกี่ยวกับอาการเลือดออกหรือลิ่มเลือดอื่นๆ ริดสีดวงจมูก โรคหัวใจ (เช่น เคยมีอาการหัวใจขาดเลือดฉับพลัน) ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคตับ ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร ลำไส้ หรือหลอดอาหาร (เช่น มีเลือดออก เป็นแผล หรือมีอาการแสบร้อนกลางอกกำเริบ)

บางครั้งการใช้ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ รวมถึงยานาบูเมโทน อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับไต ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้น หากคุณมีภาวะขาดน้ำ หัวใจวาย เป็นโรคไต เป็นผู้สูงอายุ หรือกำลังใช้ยาบางชนิด (อ่านเพิ่มเติมในส่วนปฏิกิริยาของยา) ดื่มน้ำให้เพียงพอตามที่แพทย์กำหนด เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ และแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจทำให้อาการวิงเวียนหรือง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการเลือดออกในกระเพาะอาหาร การดื่มสุราและสูบบุหรี่เป็นประจำ โดยเฉพาะหากใช้ร่วมกับยานี้ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ควรจำกัดการดื่มสุรา และหยุดสูบบุหรี่ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิมเติม

ยานี้อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงอาทิตย์ได้ ควรจำกัดเวลาในการอยู่ใต้แดด ควรทาครีมกันแดด และสวมเสื้อผ้าป้องกันเมื่ออยู่นอกบ้าน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณเกิดอาการแดดเผา หรือมีแผลพุพอง หรือรอยแดงที่ผิวหนัง

ควรระมัดระวังในการใช้ยาในผู้สูงอายุ เพราะอาจมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยาได้มากกว่า โดยเฉพาะอาหารเลือดออกในกระเพาะอาหาร และปัญหาเกี่ยวกับไต

ก่อนใช้ยานี้ ผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ควรปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับประโยชน์และความเสี่ยง (เช่น การแท้งหรือการตั้งครรภ์ลำบาก) แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์ ในช่วงขณะตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้ในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ และส่งผลกระทบต่อการคลอดตามปกติ

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถผ่านสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ ไม่แนะนำการให้นมบุตรระหว่างกำลังใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรี ที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยานาบิวเมโทนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยานาบูเมโทน

อาจเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง มีแก๊ส วิงเวียน ง่วงซึม หรือปวดหัว หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ อะลิสคิเรน (aliskiren) ยาในกลุ่ม ACE inhibitors เช่น แคปโตพริล (captopril) หรือลิซิโนพริล (lisinopril) ยาในกลุ่มแองจิโอเทนซินทูรีเซฟเตอร์บล็อกเกอร์ (angiotensin II receptor blockers) เช่น ลอซาร์แทน (losartan) หรือวาลซาร์แทน (valsartan) ไซโดโฟเวียร์ (cidofovir) ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) เช่น เพรดนิโซน (prednisone) ลิเทียม (lithium) เมโธเทรกเซท (methotrexate) ยาขับปัสสาวะ เช่น ฟูโรซีไมด์ (furosemide)

ยานี้อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออก เมื่อใช้ร่วมกับยาอื่นที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออก เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด อย่างโคลพิโดเกรล (clopidogrel) ยาเจือจางเลือด เช่น ดาบิกาแทรน (dabigatran) อีนอกซาพาริน (enoxaparin) หรือวาฟาริน (warfarin) และอื่นๆ

ควรอ่านฉลากยาทั้งหมดของยาตามใบสั่งยา และยาที่หาซื้อเองอย่างระมัดระวัง เนื่องจากมียาจำนวนมากที่มียาบรรเทาอาการปวด หรือยาลดไข้ เช่น แอสไพริน ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ เช่น เซเลโคซิบ (celecoxib) ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือคีโตโรแลค (ketorolac) ยาเหล่านี้มีความคล้ายคลึงกับยานาบูเมโทน และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง หากใช้พร้อมกัน แต่หากแพทย์สั่งให้คุณใช้ยาแอสไพรินขนาดต่ำ เพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมอง (โดยทั่วไปคือขนาด 81-325 มก. ต่อวัน) คุณควรใช้ยาแอสไพรินต่อไป นอกเสียจากแพทย์จะสั่งอย่างอื่น โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยานาบูเมโทนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยานาบูเมโทนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยานาบูเมโทนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยานาบูเมโทนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 1000 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: รับประทาน 1500 ถึง 2000 มก. ต่อวัน แบ่งรับประทาน 1 หรือ 2 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: 2000 มก./วัน

คำแนะนำ

  • ผู้ป่วยที่น้ำหนักน้อยกว่า 50 มก. มักไม่ค่อยจะใช้ยามากกว่า 1000 มก.
  • เมื่อมีการตอบสนองต่อการรักษา ควรปรับขนาดยาและคามถี่ในการใช้ยามาที่ขนาดยาที่ต่ำที่สุดที่มีประสิทธิภาพและระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้โดยเหมาะสมกับเป้าหมายของการรักษาในผู้ป่วยแต่ละราย

การใช้งาน

  • เพื่อรักษาสัญญาณและอาการของโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 1000 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: รับประทาน 1500 ถึง 2000 มก. ต่อวัน แบ่งรับประทาน 1 หรือ 2 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: 2000 มก./วัน

คำแนะนำ

  • ผู้ป่วยที่น้ำหนักน้อยกว่า 50 มก. มักไม่ค่อยจะใช้ยามากกว่า 1000 มก.
  • เมื่อมีการตอบสนองต่อการรักษา ควรปรับขนาดยาและคามถี่ในการใช้ยาในขนาดยาที่ต่ำที่สุดที่มีประสิทธิภาพและระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้โดยเหมาะสมกับเป้าหมายของการรักษาในผู้ป่วยแต่ละราย

การใช้งาน

  • เพื่อรักษาสัญญาณและอาการของโรคข้อเสื่อมและโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ไตบกพร่องระดับเบา (ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ [CrCl] 50 มล./นาที หรือมากกว่านั้น)

  • ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ

ไตบกพร่องระดับปานกลาง (ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ 30 ถึง 49 มล./นาที)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 750 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: 1500 มก./วัน

ไตบกพร่องระดับรุนแรง (ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์น้อยกว่า 30 มล./นาที )

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 500 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ขนาดยาสูงสุด: 1000 มก./วัน

หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ป่วยที่มีไตบกพร่องระดับรุนแรง หากจำเป็นต้องใช้ ควรเริ่มต้นการรักษาโดยเฝ้าระวังสมรรถภาพของไตอย่างใกล้ชิด

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

  • ผู้ป่วยที่มีผลการทดสอบตับผิดปกติ หรือมีสัญญาณหรืออาการของตีบบกพร่องควรทำการประเมินความผิดปกติของตับ
  • หากเกิดโรคตับหรือมีอาการทั่วร่างการ เช่น ภาวะ eosinophilia หรือผดผื่น ควรหยุดใช้ยานี้

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา

  • สามารถรับประทานพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากวันละหนึ่งหรือสองครั้ง

การเก็บรักษา

  • เก็บไว้ในภาชนะกันแสง

ทั่วไป

  • ควรใช้ยาในขนาดยาที่ต่ำที่สุดที่มีประสิทธิภาพและระยะเวลาที่สั้นที่สุด
  • อาจมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน หัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง ขณะที่กำลังใช้ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ ผลนี้สามารถเกิดได้ตลอดระยะเวลาในการรักษาและความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากใช้เป็นเวลานาน หากเคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ และหากใช้ยาในขนาดสูง

การเฝ้าระวัง

  • หัวใจและหลอดเลือด: ควรเฝ้าระวังความดันโลหิตอย่างใกล้ชิดในช่วงต้นของการรักษาและในช่วงตลอดระยะเวลาในการรักษา
  • ระบบทางเดินอาหาร: เฝ้าระวังสัญญาณและอาการของอาการเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร
  • สมรรถภภาพของไต: เฝ้าระวังสถานะของไต โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการโปรสตาแกลนดินส์ของไต (renal prostaglandins) มีบทบาทสำคัญในการรักษาระดับเลือดมาเลี้ยงไต
  • เฝ้าระวังจำนวนเม็ดเลือด สมรรถภาพของไต และสมรรถภาพของตับเป็นระยะๆ สำหรับผู้ป่วยที่ทำการรักษาในระยะยาว

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรรับการรักษา หากมีสัญญาณและอาการของอาการที่ระบบทางเดินอาหาร ปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์ที่ผิวหนัง ความเป็นพิษต่อตับ หรืออาการน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างหาสาเหตุไม่ได้หรือบวมน้ำ
  • ผู้ป่วยควรรับการรักษาทันที หากมีสัญญาณและอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ ทั้งอาการหายใจไม่อิ่ม พูดไม่ชัด ปวดหน้าแก หรืออาการอ่อนแรงที่ด้านหนึ่งของร่างกาย
  • ผู้ป่วยควรแจ้งให้ผู้ดูแลสุขภาพทราบ หากตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ไม่ควรใช้ยานี้ในช่วงสัปดาห์ที่ 30 ขึ้นไปของการตั้งครรภ์

ขนาดยานาบูเมโทนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย