นาพรอกเซน (naproxen)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: นาพรอกเซน (naproxen) Brand Name(s): นาพรอกเซน (naproxen).

ข้อบ่งใช้

ยานาพรอกเซนใช้สำหรับ

ยานาพรอกเซน (naproxen) ใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ โรคเอ็นอักเสบ (Tendinitis) ปวดฟัน และปวดประจำเดือน และยังใช้เพื่อลดอาการปวด บวม และข้อยึดติด ซึ่งเกิดจากข้ออักเสบ (Arthritis) อาการบวมอักเสบของข้อต่อบริเวณหัวไหล่ (bursitis) และโรคเกาต์ (gout attacks) ยานี้ยังรู้จักกันว่าเป็นยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drug) ทำหน้าที่โดยการปิดกั้นไม่ให้ร่างกายสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ

หากคุณกำลังรักษาโรคเรื้อรัง อย่างโรคข้ออักเสบ สอบถามแพทย์เกี่ยวกับวิธีการรักษาที่ไม่ต้องใช้ยา หรือใช้ยาอื่นเพื่อรักษาอาการปวด ดูเพิ่มเติมในส่วนคำเตือน

วิธีการใช้ยานาพรอกเซน

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนด ปกติแล้วคือ 2 ถึง 3 ครั้งต่อวัน พร้อมกับน้ำหนึ่งแก้ว (8 ออนซ์/240 มิลลิลิตร) อย่าล้มตัวลงนอนทันที ควรอย่างน้อย 10 นาทีหลังจากรับประทานยานี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ปวดท้อง รับประทานยาคู่กับอาหาร นม หรือยาลดกรด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการ และการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงในการมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือผลข้างเคียงอื่นๆ ควรรับประทานยานี้ในขนาดยาที่น้อยที่สุดเท่าที่ยังจะมีประสิทธิภาพอยู่ และในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่าเพิ่มขนาดยา หรือใช้ยานานเกินกว่าที่กำหนด สำหรับโรคที่เป็นอยู่ เช่น โรคข้ออักเสบ ควรรับประทานยานี้อย่างต่อเนื่องตามที่แพทย์กำหนด

สำหรับโรคบางชนิด (เช่น ข้ออักเสบ) อาจจำเป็นต้องใช้เวลาในการรับประทานยานี้อย่างต่อเนื่องมากถึง 2 สัปดาห์ จนกว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา

คุณควรรับประทานยานี้ “เท่าที่จำเป็น” (ไม่ใช่การรับประทานเป็นประจำ) ควรจำไว้ว่ายาแก้ปวดนั้นจะใช้ได้ผลดี หากใช้เมื่อเริ่มมีอาการปวด หากคุณรอจนอาการปวดหนักขึ้น ยาอาจจะทำงานได้อย่างไม่เต็มที่

แจ้งให้แพทย์ทราบหาก อาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือมีอาการแย่ลง

การเก็บรักษายานาพรอกเซน

ยานาพรอกเซนควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานาพรอกเซนในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยานาพรอกเซนบางยี่ห้ออาจต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยานาพรอกเซนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยานาพรอกเซน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งแพทย์ให้ทราบในกรณีดังต่อไปนี้

  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณแพ้ยานาพรอกเซน แอสไพริน หรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ เช่น ยาไอบูโพเฟน (ibuprofen) อย่างเช่นแอดวิล (Advil) มอทริน (Motrin) และยาคีโตโปรเฟน (ketoprofen) อย่างเช่นออรูดิส เคที (Orudis KT) แอคทรอน (Actron) ยาแก้ปวด หรือยาแก้ไข้อื่นๆ หรือยาชนิดอื่น
  • แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้หรือมีแผนที่จะใช้ยาอะไรบ้าง ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ และยาที่ซื้อได้เอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพรต่างๆ และอย่าลืมแจ้งเกี่ยวกับยาเหล่านี้ คือ ยากลุ่ม ACE Inhibitors (angiotensin-converting enzyme) เช่น ยาเบนาซีพริล (benazepril) อย่างเช่นลอเท็นซิน (Lotensin) ยาแคปโตพริล (captopril) อย่างเช่นแคโพเท็น (Capoten) ยาอีนาลาพริล (enalapril) อย่างเช่นวาโซเทค (Vasotec) ยาโฟซิโนพริล (fosinopril) อย่างเช่นโมโนพริล (Monopril) ยาลิซิโนพริล (lisinopril) อย่างเช่นพรินิวิล (Prinivil) หรือเซสทริล (Zestril) ยาโมเอ็กซิพริล (moexipril) อย่างเช่นยูนิวาสค์ (Univasc) ยาเพอรินโดพริล (perindopril) อย่างเช่นเอเซออน (Aceon) ยาควินาพริล (quinapril) อย่างเช่นแอคคูพริล (Accupril) ยารามิพริล (ramipril) อย่างเช่นอัลทีส (Altace) และยาทรานดอลาพริล (trandolapril) อย่างเช่นมาวิค (Mavik) ยาในกลุ่มแอนจิโอเทนซิน II รีเซพเตอร์ แอนตาโกนิสต์ (angiotensin II receptor antagonists) เช่น ยาแคนดีซาร์แทน (candesartan) อย่างเช่นเอตาแคน (Atacand) ยาอิโพรซาร์แทน (eprosartan) อย่างเช่นเทวีเท็น (Teveten) ยาเออร์บีซาร์แทน (irbesartan) อย่างเช่นแอวาโพร ใน แอวาลิด (Avapro in Avalide) ยาลอซาร์แทน (losartan) อย่างเช่นโคซาร์ ใน ฮีซาร์ (Cozaar in Hyzaar) ยาโอล์มีซาร์แทน (olmesartan) อย่างเช่นเบนิซาร์ (Benicar) ยาเทลมิซาร์แทน (telmisartan) อย่างเช่นไมคาร์ดิส (Micardis) และยาวาลซาร์แทน (valsartan) อย่างเช่นดิโอแวน (Diovan) ยาในกลุ่มเบต้า บล็อคเกอร์ (beta blockers) เช่น ยาอะทีโนลอล (atenolol) อย่างเช่นเทนอร์มิน (Tenormin) ยาลาเบทาลอล (labetalol) อย่างเช่นนอร์โมไดน์ (Normodyne) ยาเมโทโพรลอล (metoprolol) อย่างเช่นโลเพรสเซอร์ (Lopressor) และโทพรอล เอ็กซ์แอล (Toprol XL) ยานาโดลอล (nadolol) อย่างเช่นคอร์การ์ด (Corgard) และยาโพรพราโนลอล (propranolol) อย่างเช่นอินเดอรัล (Inderal) ยาคอเลสไทรามีน (cholestyramine) อย่างเช่นเควสแตรน (Questran) ยาขับปัสสาวะ (diuretics) หรือยาขับน้ำ (water pills) ยาลิเทียม (lithium) อย่างเช่นเอสกาลิท (Eskalith) และลิทโอบิด (Lithobid) ยาสำหรับโรคเบาหวาน เช่น ยาเมโธเทรกเซท (methotrexate) อย่างเช่นรูเมเทร็กซ์ (Rheumatrex) ยาโพรเบเนซิด (probenecid) อย่างเช่นเบเนมิด (Benemid) ยาในกลุ่ม SSRI (selective serotonin reuptake inhibitors) เช่น ยาไซตาโลแพรม (citalopram) อย่างเช่นเซเล็กซ์ซา (Celexa) ยาเอสซิตาโลแพรม (escitalopram) อย่างเช่นเลซาโพร (Lexapro) ยาฟลูออกซิทีน (fluoxetine) อย่างเช่นโพรแซค (Prozac) ยาฟลูวอกซามีน (fluvoxamine) อย่างเช่นลูวอกซ์ (Luvox) ยาพาร็อกซีทีน (paroxetine) อย่างเช่นพาซิล (Paxil) และยาเซอร์ทราลีน (sertraline) อย่างเช่นโซลอฟท์ (Zoloft) ยาในกลุ่มยาซัลฟา (sulfa medications) เช่น ยาซัลฟาเมทอกซาโซน (sulfamethoxazole) อย่างเช่น แบคทริม ใน เซปทรา (in Septra, Bactrim) และยาวาฟาริน (warfarin) อย่างเช่นคูมาดิน (Coumadin) หากคุณกำลังใช้ยาออกฤทธิ์ช้า นอกจากนี้ควรแจ้งแพทย์หากคุณกำลังใช้ยาลดกรด หรือยาซูคราลเฟต (sucralfate) อย่างเช่นคาราเฟต (Carafate) แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือเฝ้าสังเกตผลข้างเคียงอย่างระมัดระวัง
  • ห้ามใช้ยานาพรอกเซน หากไม่ได้รับใบสั่งแพทย์คู่กับยาแก้ปวดใดๆ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแแนะนำจากแพทย์
  • แจ้งแพทย์ หากคุณได้รับคำแนะนำให้รับประทานอาหารโซเดียมต่ำ และหากคุณเป็นโรคหอบหืด หรือมีอาการใดต่อไปนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีอาการคัดจมูก หรือน้ำมูกไหล หรือริดสีดวงในจมูก (อาการบวมในจมูก) บ่อยครั้ง มีอาการบวมที่มือ แขน ขา ข้อเท้า หรือขาส่วนล่าง เป็นโรคโลหิตจาง (เซลล์เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนไปสู่ทุกส่วนในร่างกายได้ไม่เพียงพอ) หรือเป็นโรคตับหรือโรคไต
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงเดือนท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ หรือหากคุณวางแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือคุณกำลังให้นมบุตรอยุ่ หากคุณตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยานาพรอกเซนควรแจ้งแพทย์ในทันที
  • ปรึกษากับแพทย์ถึงความเสี่ยง และประโยชน์ในการใช้ยานาพรอกเซน หากคุณอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้สูงอายุควรใช้ยานาพรอกเซนในขนาดที่น้อย เป็นระยะเวลาสั้น เนื่องจากการใช้ยาในขนาดที่สูงกว่าเป็นประจำ อาจจะไม่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และอาจจะเพิ่มผลข้างเคียงขึ้นอีกด้วย
  • หากคุณกำลังจะรับการผ่าตัด รวมไปถึงการผ่าตัดเพื่อทำฟัน แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยานาพรอกเซน
  • ยานี้อาจทำให้เกิดอาการมึนงง ง่วงซึม หรือหดหู่ ห้ามขับรถ หรือใช้เครื่องจักร จนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถทำให้อาการง่วงซึมที่เกิดจากยานี้หนักขึ้นได้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

เข้ารับการรักษาในทันที หากคุณมีอาการแพ้ยานาพรอกเซนดังต่อไปนี้คือ ลมพิษ หายใจลำบาก มีอาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

หยุดใช้ยานาพรอกเซนและแจ้งแพทย์หากคุณมีอาการ

  • ปวดหน้าอก อ่อนแรง หายใจหอบ พูดไม่ชัด มีปัญหากับการมองเห็น หรือการทรงตัว
  • อุจจาระสีดำ สีเลือด
  • ไอเป็นเลือด หรืออาเจียนคล้ายกับกากกาแฟ
  • มีอาการบวม หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นฉับพลัน หรือปัสสาวะไม่ออก
  • คลื่นไส้ ปวดท้องส่วนบน คัน เบื่ออาหาร ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีคล้ายดินเหนียว ดีซ่าน (ดวงตาและผิวหนังเป็นสีเหลือง)
  • มีรอยช้ำ เป็นเหน็บ ชา ปวด และกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรง
  • มีไข้ ปวดหัว คอแข็งเกร็ง หนาวสั่น รู้สึกไวต่อแสงมากขึ้น มีจุดสีม่วงที่ผิวหนัง และ/หรือมีอาการชัก
  • มีปฏิกิริยารุนแรงที่ผิวหนัง มีไข้ เจ็บคอ หน้าหรือลิ้นบวม แสบร้อนที่ดวงตา ปวดที่ผิวหนัง ตามด้วยมีผดผื่นที่ผิวหนังสีแดงหรือสีม่วง (โดยเฉพาะบริเวณหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองหรือลอกออก

ผลข้างเคียงโดยทั่วไปของยานาพรอกเซนมีดังนี้

  • ท้องไส้ปั่นป่วน แสบร้อนกลางอกในระดับเบา ท้องร่วง ท้องผูก
  • ท้องอืด
  • มึนงง ปวดหัว และกระวนกระวาย
  • คันที่ผิวหนังหรือมีผดผื่น
  • มองเห็นไม่ชัด
  • มีเสียงในหู

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยานาพรอกเซนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยานาพรอกเซน หากคุณกำลังใช้ยารักษาอาการซึมเศร้า เช่น ยาไซตาโลแพรม (citalopram) ยาเอสซิตาโลแพรม (escitalopram) ยาฟลูออกซิทีน (fluoxetine) อย่างเช่นโพรแซค (Prozac) ยาฟลูวอกซามีน (fluvoxamine) ยาพาร็อกซีทีน (paroxetine) ยาเซอร์ทราลีน (sertraline) อย่างเช่นโซลอฟท์ (Zoloft) ยาทราโซโดน (trazodone) หรือยาวิลาโซโดน (vilazodone) การรับประทานยาเหล่านี้ร่วมกับยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ อาจทำให้เกิดอาการช้ำและเลือดออกได้

สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรถึงความปลอดภัยในการใช้ยานี้ หากคุณกำลังใช้ยาดังต่อไปนี้

  • ยาเจือจางเลือดอย่างเช่น วาฟาริน (wafarin) คูมาดิน (Coumadin)
  • ยาลิเทียม (lithium)
  • ยาเมโธเทรกเซท (methotrexate)
  • ยาขับปัสสาวะหรือยาขับน้ำ
  • ยาสเตียรอยด์ อย่างเพรดนิโซโลน (prednisone) และอื่นๆ
  • ยาแอสไพรินหรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ เช่น ยาไอบูโพรเฟน อย่างเช่นแอดวิล (Advil) มอทริน (Motrin) เซเลโคซิบ (celecoxib) ไดโคลฟีแนค (diclofenac) อินโดเมทาซิน (indomethacin) มีลอกซิแคม (meloxicam) และอื่นๆ
  • ยารักษาโรคหัวใจหรือความดันโลหิต เช่น เบนาซีพริล (benazepril) แคนดีซาร์แทน (candesartan) อีนาลาพริล (enalapril) ลิซิโนพริล (lisinopril) ลอซาร์แทน (losartan) โอล์มีซาร์แทน (olmesartan) ควินาพริล (quinapril) รามิพริล (ramipril) เทลมิซาร์แทน (telmisartan) วาลซาร์แทน (valsartan) และอื่นๆ

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยานาพรอกเซนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยานาพรอกเซนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • โรคโลหิตจาง
  • มีปัญหาเกี่ยวกับเลือดออก
  • มีลิ่มเลือด
  • มีอาการบวมน้ำ คือมีการกักเก็บของเหลวไว้ในร่างกาย หรือร่างกายบวม
  • มีประวัติเป็นโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน
  • เป็นโรคหัวใจ เช่น ภาวะหัวใจวาย
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคไต
  • โรคตับ เช่น ตับอักเสบ
  • มีประวัติการมีแผลหรือเลือดออกที่กระเพาะหรือลำไส้
  • มีประวัติของโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ควรใช้ยาด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้อาการนี้แย่ลง
  • เป็นโรคหอบหืดที่รู้สึกไวต่อแอสไพริน
  • มีประวัติการรู้สึกไวต่อแอสไพริน ผู้ป่วยที่มีอาการนี้ไม่ควรใช้ยานี้
  • ผ่าตัดหัวใจ เช่น การผ่าตัดหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ (coronary artery bypass graft) ไม่ควรใช้ยานี้เพื่อบรรเทาอาการปวด ก่อนหรือหลังการผ่าตัด

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการใช้ยา

ขนาดยานาพรอกเซนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้อสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis)

ขนาดยาเริ่มต้น: 250 มก. ถึง 500 มก. (ยานาพรอกเซน) หรือ 275 มก. ถึง 550 มก. (ยานาพรอกเซนโซเดียม) รับประทานวันละสองครั้ง ขนาดยาเริ่มต้นของยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียม คือยา 375 มก. สองเม็ด (750 มก.) รับประทานวันละครั้ง ยา 750 มก. หนึ่งเม็ดรับประทานวันละครั้ง หรือยา 500 มก. สองเม็ด (1000 มก.) orally รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)

ขนาดยาเริ่มต้น: 250 มก. ถึง 500 มก. (ยานาพรอกเซน) หรือ 275 มก. ถึง 550 มก. (ยานาพรอกเซนโซเดียม) รับประทานวันละสองครั้ง ขนาดยาเริ่มต้นของยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียม คือยา 375 มก. สองเม็ด (750 มก.) รับประทานวันละครั้ง ยา 750 มก. หนึ่งเม็ดรับประทานวันละครั้ง หรือยา500 มก. สองเม็ด (1000 มก.) orally รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis):

ขนาดยาเริ่มต้น: 250 มก. ถึง 500 มก. (ยานาพรอกเซน) หรือ 275 มก. ถึง 550 มก. (ยานาพรอกเซนโซเดียม) รับประทานวันละสองครั้ง ขนาดยาเริ่มต้นของยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียม คือยา 375 มก. สองเม็ด (750 มก.) รับประทานวันละครั้ง ยา 750 มก. หนึ่งเม็ดรับประทานวันละครั้ง หรือยา500 มก. สองเม็ด (1000 มก.) orally รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเกาต์เฉียบพลัน (Acute Gout):

750 มก. (ยานาพรอกเซน) หรือ 825 มก. (ยานาพรอกเซนโซเดียม) รับประทานวันละครั้ง ตามด้วย 250 มก. (ยานาพรอกเซน) หรือ 275 มก. (ยานาพรอกเซนโซเดียม) ทุกๆ 8 ชั่วโมง จนกว่าอาการของโรคเกาต์จะหาย โดยปกติแล้วคือ 2 ถึง 3 วัน ขนาดยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียมที่แนะนำคือ ยา 500 มก. สองถึงสามเม็ด (1000 ถึง 1500 มก.) รับประทานในวันแรก ตามด้วยยา 500 มก. สองเม็ด (1000 มก.) รับประทานทุกวันจนกระทั่งอาการลดลง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเบอร์ไซติส (Bursitis):

550 มก. ยานาพรอกเซนโซเดียม รับประทานหนึ่งครั้ง ตามด้วย 550 มก. ยานาพรอกเซนโซเดียม ทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 275 มก. (ยานาพรอกเซนโซเดียม)/250 มก. (ยานาพรอกเซน) ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ปรับเปลี่ยนขนาดยาได้สูงสุดต่อวันคือ 1100 มก.ยานาพรอกเซนโซเดียม หรือ 1000 มก. ยานาพรอกเซน ขนาดยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียมที่แนะนำคือยา 500 มก. สองเม็ด (1000 มก.) รับประทานวันละครั้ง สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการผลจากยาบรรเทาปวดมากกว่านี้ ยา 750 มก. สองเม็ด (1500 มก.) หริอยา 500 มก. สามเม็ด (1500 มก.) อาจสามารถใช้ได้ในช่วงเวลาที่จำกัด หลังจากนั้น ขนาดยาทั้งหมดไม่ควรเกินยา 500 มก. สองเม็ด (1000 มก.)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเอ็นอักเสบ (Tendinitis):

550 มก. ยานาพรอกเซนโซเดียม รับประทานหนึ่งครั้ง ตามด้วย 550 มก. ยานาพรอกเซนโซเดียม ทุกๆ12 ชั่วโมง หรือ 275 มก. (ยานาพรอกเซนโซเดียม)/250 มก. (ยานาพรอกเซน) ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ปรับเปลี่ยนขนาดยาได้สูงสุดต่อวันคือ 1100 มก.ยานาพรอกเซนโซเดียม หรือ 1000 มก. ยานาพรอกเซน ขนาดยาควบคุมการออกฤทธิ์นาพรอกเซนโซเดียมที่แนะนำคือยา 500 มก. สองเม็ด (1000 มก.) รับประทานวันละครั้ง สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการผลจากยาบรรเทาปวดมากกว่านี้ ยา 750 มก. สองเม็ด (1500 มก.) หริอยา 500 มก. สามเม็ด (1500 มก.) อาจสามารถใช้ได้ในช่วงเวลาที่จำกัด หลังจากนั้น ขนาดยาทั้งหมดไม่ควรเกินยา 500 มก. สองเม็ด (1000 มก.)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวดประจำเดือน:

550 มก. ยานาพรอกเซนโซเดียม รับประทานหนึ่งครั้ง ตามด้วย 550 มก. ยานาพรอกเซนโซเดียม ทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 275 มก. (ยานาพรอกเซนโซเดียม)/250 มก. (ยานาพรอกเซน) ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ปรับเปลี่ยนขนาดยาได้สูงสุดต่อวันคือ 1100 มก.ยานาพรอกเซนโซเดียม หรือ 1000 มก. ยานาพรอกเซน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการปวด:

550 มก. ยานาพรอกเซนโซเดียม รับประทานหนึ่งครั้ง ตามด้วย 550 มก. ยานาพรอกเซนโซเดียม ทุกๆ12 ชั่วโมง หรือ 275 มก. (ยานาพรอกเซนโซเดียม)/250 มก. (ยานาพรอกเซน) ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เท่าที่จำเป็น ปรับเปลี่ยนขนาดยาได้สูงสุดต่อวันคือ 1100 มก.ยานาพรอกเซนโซเดียม หรือ 1000 มก. ยานาพรอกเซน

ขนาดยานาพรอกเซนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาไข้

แนวทางขนาดยานั้นขึ้นอยู่กับยานาพรอกเซน

อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป: 2.5 ถึง 10 มก./กก./ครั้ง ขนาดยาสูงสุดต่อวัน: 10 มก./กก. รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการปวด

แนวทางขนาดยารักษานั้นขึ้นอยู่กับขนาดยานาพรอกเซน

อายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป: 2.5 ถึง 10 มก./กก./ครั้ง ขนาดยาสูงสุดต่อวัน: 10 มก./กก. รับประทานทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาข้ออักเสบรูมาตอยด์ในเด็ก (Juvenile Rheumatoid Arthritis)

แนวทางขนาดยารักษานั้นขึ้นอยู่กับขนาดยานาพรอกเซน

อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ปีขึ้นไป: 5 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง ขนาดยาสูงสุด: 1000 มก./วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน: 220 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินห รือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการของการใช้ยาเกินขนาดอาจมีดังนี้

  • เวียนหัว
  • เหนื่อยล้าอย่างมาก
  • ง่วงซึม
  • ปวดท้อง
  • แสบร้อนกลางอก
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • หายใจช้าหรือหายใจลำบาก

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: สิงหาคม 10, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 10, 2018

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน