นาฟาเรลิน (Nafarelin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: นาฟาเรลิน (Nafarelin) Brand Name(s): นาฟาเรลิน (Nafarelin).

ข้อบ่งใช้

ยานาฟาเรลินใช้สำหรับ

ยานาฟาเรลิน (Nafarelin) ใช้กับสตรี เพื่อรักษาสภาวะเนื้อเยื่อในมดลูกที่เจริญผิดปกติ หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) ยานี้ช่วยในการลดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ และอาการของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (เช่น การปวดท้องน้อย อาการปวดประจำเดือน และอาการปวดระหว่างหรือหลังมีเพศสัมพันธ์)

ยานี้ยังสามารถใช้กับเด็ก ในการรักษาการโตก่อนวัยบางชนิด เช่น ภาวะหนุ่มสาวก่อนวัย ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนโกนาโดโทรปินส์ (central precocious puberty) หรือ (gonadotropin-dependent) ช่วยในการชะลอการเติบโตของกระดูก และการเพิ่มของส่วนสูง จนทำให้ทั้งสองอย่างนั้นอยู่ในระดับใกล้กับปกติ และยังช่วยหยุดหรือส่งสัญญาณของภาวะหนุ่มสาวก่อนวัย (เช่น หน้าอกโตสำหรับเด็กผู้หญิง หรืออวัยวะทางเพศเติบโตสำหรับเด็กผู้ชาย)

ยานาฟาเรลินคล้ายกับฮอร์โมนตามธรรมชาติที่ผลิตในร่างกาย หรือฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน รีลิสซิ่ง (Gonadotropin releasing hormone) ทำงานโดยการลดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ในผู้ชาย และฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogen) ในผู้หญิงและเด็กหญิง

วิธีการใช้ยานาฟาเรลิน

ทำตามคำแนะนำสำหรับการทดลองฉีดพ่นในอากาศก่อน หากคุณเพิ่งใช้ขวดยานี้เป็นครั้งแรก หากมีละอองละเอียดเแสดงว่า สเปรย์ทำงานได้อย่างถูกต้อง

สั่งน้ำมูกออกก่อนที่จะใช้ยาตัวนี้ สำหรับเด็กเล็กมากอาจจำเป็นต้องล้างจมูกด้วยกระบอกฉีดยาชนิดใช้แล้วทิ้ง

ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ โดยปกติคือ วันละ 2 ครั้ง (ทุกๆ 12 ชั่วโมง) ถ้าคุณใช้สเปรย์มากกว่า 1 ชนิด ควรเว้นระยะ 30 วินาทีในระหว่างการสเปรย์แต่ละครั้ง หลีกเลี่ยงการฉีดพ่นยานี้ที่ดวงตา หลีกเลี่ยงการจามในระหว่างหรือหลังจากใช้ยานี้ เนื่องจากอาจจะทำให้ปริมาณยาลดลง ทำความสะอาดปลายของขวดสเปรย์ตามรายละเอียดในคำแนะนำ และควรทำความสะอาดหลังจากใช้งานทุกครั้ง

ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับอาการของคุณ และการตอบสนองต่อการรักษา

ใช้ยานี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน

สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับทราบว่า สเปรย์พ่นจมูกแต่ละขวดสามารถเก็บได้นานเท่าใด

ห้ามใช้สเปรย์พ่นจมูกนานเกินกว่าที่กำหนด แม้จะมียาเหลืออยู่ เพราะคุณจะได้ไม่ครบขนาดยา ห้ามเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยานี้บ่อยหรือนานเกินกว่าที่กำหนด เพราะอาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงได้

หากคุณต้องใช้สเปรย์แก้คัดจมูก ขณะที่ใช้ยานี้ ควรรออย่างน้อย 2 ชั่วโมงหลังจากใช้ยาตัวนี้ ถึงค่อยใช้สเปรย์แก้คัดจมูก

เมื่อคุณเริ่มใช้ยาตัวนี้ครั้งแรก อาการของคุณอาจจะรุนแรงขึ้น (เช่น อาจจะมีเลือดออกทางช่องคลอด หรือประจำเดือนเพิ่มขึ้น ขนาดของหน้าอกและขนบริเวณที่ลับเพิ่มขึ้น ผิวมัน หรือเด็กที่รักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยอาจจะมีกลิ่นตัว) อาการเหล่านี้ควรจะดีขึ้นหลังจากเดือนแรกของการรักษา แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการไม่ดีขึ้น หรืออาการแย่ลงหลังจากผ่านไป 2 เดือน

การเก็บรักษายานาฟาเรลิน

ควรเก็บยานี้ไว้ทในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยานาฟาเรลินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยานาฟาเรลินลงในชักโครก หรือทิ้งลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยานาฟาเรลิน

ก่อนใช้ยานาฟาเรลิน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบว่า คุณแพ้ยานี้หรือไม่ หรือหากคุณมีอาการแพ้ยาในกลุ่มฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน รีลิสซิ่ง หรือยาฮอร์โมนที่คล้ายกับฮอร์โมนโกนาโดโทรปิน รีลิสซิ่ง เช่น ลิวโพรไลด์ (leuprolide) หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ สอบถามกับเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งประวัติทางการแพทย์ให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ โดยเฉพาะหากคุณมีปัญหาต่อไปนี้คือ เลือดออกทางช่องคลอดที่หาสาเหตุไม่ได้ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ สูญเสียเนื้อกระดูกหรือโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคกระดูกพรุน ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ มีระดับคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์สูง มีอาการชัก มีปัญหาทางด้านอารมณ์หรือจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า

ก่อนการผ่าตัด แจ้งหมอหรือทันตแพทย์ให้ทราบว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ)

ไม่ควรใช้ยาตัวนี้ในระหว่างการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ควรเริ่มใช้ยานี้ระหว่างช่วงมีประจำเดือนวันที่ 2 และ 4 แม้ว่าประจำเดือนและการตกไข่อาจจะหยุด ขณะที่คุณใช้ยาตัวนี้ ควรปรึกษากับแพทย์เรื่องการคุมกำเนิดที่ไม่ใช้ฮอร์โมนแทน เช่น ถุงยาง แผ่นครอบปากมดลูก (diaphragm) กับยาฆ่าเชื้ออสุจิ (Spermicide) หากคุณเกิดตั้งครรภ์ระหว่างใช้ยานี้ ควรแจ้งกับแพทย์ในทันที

ยานี้อาจส่งผลต่อการให้นมบุตรได้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานาฟาเรลิน ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาความเสี่ยงของการใช้ยา ยานาฟาเรลินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท X จัดโดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดย FDA มีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ยาต้องห้าม
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยานาฟาเรลิน

เด็กอาจจะเกิดอาการระคายเคืองจมูก ร้อนวูบวาบ หรือตกขาว ผู้หญิงอาจจะเกิดอาการระคายเคืองจมูก ร้อนวูบวาบ ความสนใจทางเพศลดน้อยลง ปวดกล้ามเนื้อ ภาวะช่องคลอดแห้ง สิว หรือขนาดหน้าอกลดลง หากอาการเหล่านี้ไม่ยอมหายไปหรือแย่ลง โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ายามีประโยชน์ มากกว่าความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

โปรดแจ้งแพทย์ทันที หากคุณเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น มีความเปลี่ยนแปลงที่อารมณ์หรือจิตใจ (เช่น โรคซึมเศร้า คิดเรื่องฆ่าตัวตาย อารมณ์แปรปรวน ก้าวร้าว)

รับการรักษาทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่ร้ายแรงมาก เช่น อาการชัก (seizures)

ในบางกรณี อาจจะเกิดปัญหาร้ายแรงเกี่ยวกับกับต่อมใต้สมอง (pituitary apoplexy) โดยปกติมักจะเกิดในชั่วโรงแรกจนถึง 2 สัปดาห์หลังจากการใช้ยานี้ครั้งแรก รับการรักษาทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมาก เช่น ปวดหัวรุนแรงฉับพลัน อารมณ์หรือจิตใจเปลี่ยนแปลงฉับพลัน (เช่น สับสนอย่างรุนแรง ควบคุมสมาธิได้ยาก) การมองเห็นเปลี่ยนไป อาเจียน

สำหรับผู้หญิงที่ใช้ยานี้ แจ้งแพทย์ทันทีหากคุณเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ปวดบริเวณท้องหรือหลังส่วนล่าง ปวดกระดูก หัวใจเต้นเร็วและรัว มีอาการเหน็บชาที่แขนและขา ปวดตา

การแพ้ยาที่รุนแรงนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงได้แก่ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) เวียนหัวขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาตัวนี้อาจจะส่งผลต่อผลการตรวจในห้องแล็บบางประเภท เช่น การตรวจต่อมใต้สมองโกนาโดโทรปิค (pituitary gonadotropic) และการทำงานของระบบการทำงานของต่อมเพศ (gonadal functions) อาจทำให้เกิดผลตรวจที่ผิดพลาด ควรแจ้งให้บุคลากรในห้องแล็บและแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยาตัวนี้อยู่

ยานาฟาเรลินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยานาฟาเรลินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยานาฟาเรลินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการใช้ยานี้

ขนาดยานาฟาเรลินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ

200 ไมโครกรัม (พ่นจมูก 1 ครั้งเข้าไปในรูจมูก 1 ข้าง) พ่นจมูก 2 ครั้งต่อวัน

-ขนาดยาสูงสุด: 800 ไมโครกรัม / วัน (พ่นจมูก 1 ครั้งเข้าไปในรูจมูก 1 ข้าง 2 ครั้งต่อวัน)

-ระยะเวลาในการรักษา: 6 เดือน

คำแนะนำ

  • ควรพิจารณาเรื่องการเพิ่มขนาดยาสำหรับผู้ป่วยที่มีประจำเดือนเป็นเวลา 2 เดือนหลังจากเริ่มต้นการรักษา
  • การรักษาควรเริ่มในระหว่างวันที่ 2 และ 4 ในช่วงมีประจำเดือน
  • ผู้ป่วยได้รับขนาดยาตามคำแนะนำ ในตอนเช้ากับตอนเย็นควรพ่นจมูกคนละข้างกัน

วิธีใช้

สำหรับการจัดการเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ รวมทั้งการบรรเทาอาการปวดและลดรอยโรคของการเจริญเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

  • ผู้ป่วยควรเอียงหัวไปด้านหลังเล็กน้อยระหว่างการให้ยา
  • หากจำเป็นต้องใช้พ่นยาหลายชนิดในรูจมูกดียว ควรเว้นระยะประมาณ 30 วินาที
  • ผู้ป่วยที่จามระหว่างหรือหลังการให้ยา ควรพิจารณาเรื่องการให้ยาซ้ำ

การเก็บรักษา

เก็บให้ห่างแสงและความเย็น เก็บขวดให้ตั้งตรงเมื่อไม่ได้ใช้งาน

ทั่วไป

  • เมื่อใช้เพื่อรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติ ยานี้จะส่งผลให้ร่างกายอยู่ในภาวะวัยหมดประจำเดือน ด้วยการทำงานผ่านต่อมใต้สมองน้อยลง
  • การควบคุมการตกไข่ ควรทำภายใต้การควบคุมดูแลของผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาวะมีบุตรยาก
  • ควรตัดสาเหตุของโรคอื่นๆ ออก ก่อนจะการรักษาผู้ป่วยที่เข้าสู่ภาวะเจริญเติบโตเร็วกว่าปกติ เช่น เนื้องอกที่ไฮโปทาลามัส (hypothalamic) เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง เนื้องอกที่อัณฑะ ความดันในกะโหลกศีรษะสูง (increased intracranial pressure) ภาวะพร่องคอร์ติซอล (congenital adrenal hyperplasia) ฮอร์โมนโทสเตอโรนเป็นพิษ (testotoxicosis) ความผิดปกติของการแสดงลักษณะความเป็นผู้หญิง/ความเป็นผู้ชาย

การเฝ้าสังเกต

  • ควรตรวจการตั้งครรภ์ก่อนการรักษาและกับผู้ป่วยคนใดก็ตามที่ลืมใช้ยา
  • ความหนาแน่นของกระดูก โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีมวลกระดูกลดลง หรือรับการรักษามากกว่า 2 คอร์ส
  • ระดับฮอร์โมนเอสตราดิออลและฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษา เพื่อควบคุมการตกไข่ หรือรักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยอันควร
  • ฮอร์โมนลูติไนซิง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่กำลังรักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยอันควร
  • การเติบโตหรือความเร็วของการเพิ่มอายุของกระดูก ในผู้ป่วยที่รักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยอันควร
  • อาการทางจิตเวชที่เริ่มเกิดขึ้นหรือมีอาการแย่ลง

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรปรึกษากับผู้ดูแลสุขภาพ หากตั้งครรภ์ มีความตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรแนะนำให้ผู้ป่วยใช้การคุมกำเนิดที่ไม่ใช่ฮอร์โมนในระหว่างการรักษา
  • ผู้ป่วย และ/หรือ ผู้ดูแล ควรได้รับการแนะนำให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสมบูรณ์ในระหว่างการรักษา รวมถึงควรอ่านแผ่นพับข้อมูลก่อนการใช้ยา
  • ควรแนะนำให้ผู้ป่วยติดต่อกับผู้ดูแลสุขภาพ หากลืมใช้ยา หรือประจำเดือนขาดหายแม้จะทำตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว
  • ผู้ป่วยควรติดต่อกับผู้ดูแลสุขภาพ หากมีอาการคัดจมูก หรือเยื่อจมูกอักเสบ (rhinitis) เพื่อบ่งชี้การรักษาที่เหมาะสม ควรเว้นระยะการใช้ยาแก้คัดจมูกเฉพาะทาง อย่างน้อย 30 นาที

ขนาดยานาเฟราลินสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยอันควร

800 ไมโครกรัม (พ่นจมูก 2 ครั้งเข้าไปในรูจมูกแต่ละข้าง) พ่นจมูก 2 ครั้งต่อวัน

ขนาดยาสูงสุด: 1800 ไมโครกรัม / วัน (พ่นจมูก 3 ครั้งเข้าไปในรูจมูก แต่ละข้าง 3 ครั้งต่อวัน)

คำแนะนำ

  • หากอาการของผู้ป่วยไม่หายไปหลังจาก 2 เดือนแรกของการรักษา ควรมีการประเมินผลการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และภาวะเป็นหนุ่มสาวก่อนวัยอันควรแบบอิสระ อาจจะเพิ่มขนาดยาเป็น 1800 ไมโครกรัม/วัน หากสาเหตุทั้งสองนั้นไม่เกี่ยวข้อง
  • สัญญาณของวัยเจริญพันธุ์อาจจะเกิดขึ้นในช่วงแรกของการรักษา แต่ควรจะหายไปหลังจากผ่านเดือนแรก
  • ควรดำเนินการรักษาต่อไปจนกว่าวัยเจริญพันธุ์จะกลับคืนเหมาะสม

วิธีใช้

ใช้เพื่อรักษาภาวะหนุ่มสาวก่อนวัยที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนโกนาโดโทรปินส์

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการจัดขนาดยาเพื่อรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดปกติสำหรับผู้ป่วยหญิงที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

รูปแบบของยา

จุดเด่นและรูปแบบการใช้งานมีดังนี้

  • ยาน้ำสำหรับจมูก
  • ยาพ่นจมูก

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: สิงหาคม 8, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 8, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย