นิโซลดิปีน (Nisoldipine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: นิโซลดิปีน (Nisoldipine) Brand Name(s): นิโซลดิปีน (Nisoldipine).

ข้อบ่งใช้

ยานิโซลดิปีนใช้สำหรับ

ยานิโซลดิปีน (Nisoldipine) ใช้ร่วมกับยาชนิดอื่นหรือใช้เดี่ยวๆ ก็ได้ เพื่อรักษาอาการความดันโลหิตสูง (hypertension) การลดความดันโลหิตจะช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองเเตก หัวใจวายเเละปัญหาเกี่ยวกับไต ยานิโซลดิปีนเป็นยาในกลุ่ม calcium channel blocker ยานี้ออกฤทธิ์โดยทำให้หลอดเลือดขยายตัว เลือดจึงไหลเวียนอย่างสะดวกยิ่งขึ้น

วิธีการใช้ยานิโซลดิปีน

โดยปกติเเล้ว รับประทานยานี้วันละครั้งหรือตามที่เเพทย์สั่ง รับประทานยานี้เมื่อท้องว่างหรือรับประทานอาหารไขมันต่ำก่อน อย่ารับประทานยานี้ภายใน 1 หรือ 2 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารไขมันสูง การรับประทานอาหารไขมันสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง

อย่าทำให้ยาเเตกหรือเคี้ยวยา เพราะการกระทำดังกล่าวจะทำให้ยาเข้าสู่ร่างกายพร้อมกันในครั้งเดียว และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง อย่าเเบ่งยาออกเป็นส่วนๆ เว้นเเต่ยานั้นมีรอยขีดเเบ่ง และเเพทย์หรือเภสัชกรเเนะนำให้ทำอย่างนั้น ควรกลืนยาทั้งหมด หรือยาที่เเบ่งไว้เเล้วโดยไม่ทำให้ยาเเตกหรือเคี้ยวยา

ยานี้อาจใช้ทานในระยะยาวได้หลายรูปเเบบ เเละมีข้อดีเเตกต่างกัน ตรวจสอบกับเเพทย์หรือเภสัชกรว่า คุณได้รับขนาดยาเเละรูปเเบบของยาที่ถูกต้องแล้ว อย่ารับประทานยาเเต่ละรูปเเบบ หรือพิจารณาข้อดีโดยไม่ได้ปรึกษากับเเพทย์หรือเภสัชกรก่อน หลีกเลี่ยงการรับประทานองุ่น หรือดื่มน้ำองุ่นระหว่างที่รับประทานยานี้ เว้นเเต่ว่าเเพทย์จะเเนะนำให้คุณทำอย่างนั้น องุ่นอาจเพิ่มปริมาณของยาในกระเเสเลือด ตรวจสอบกับเเพทย์หรือเภสัชกรเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาขึ้นอยู่กับโรคเเละการตอบสนองต่อการรักษา เเพทย์อาจค่อยๆ เพิ่มขนาดยา ควรทำตามคำเเนะนำของเเพทย์อย่างระมัดระวัง

ใช้ยานี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด เพื่อช่วยเตือนความจำ รับประทานยานี้ในเวลาเดียวกันของทุกวัน สิ่งสำคัญคือต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง เเม้ว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้นเเล้วก็ตาม ผู้คนส่วนมากที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจะไม่ได้รู้สึกป่วย

เเจ้งให้เเพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่ดีขึ้นหรือเเย่ลง (เช่น ผลความดันโลหิตในเเต่ละวันยังคงสูงหรือเพิ่มขึ้น)

การเก็บรักษายานิโซลดิปีน

คุณควรเก็บยานิโซลดิปีนไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากเเสงเเละความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยานิโซลดิปีนไว้ให้ห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยานิโซลดิปีนเเต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บเเตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำเเนะนำการเก็บรักษายาบนหีบห่อของผลิตภัณฑ์หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กเเละสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยานิโซลดิปีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นเเต่คุณได้รับคำเเนะนำให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังเเละคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยานิโซลดิปีน

ก่อนรับประทานยานิโซลดิปีน แจ้งเเพทย์หรือเภสัชกรหากคุณเเพ้ยาชนิดนี้ ยาในกลุ่ม CCB ชนิดไดไฮโดรไพริดีน (dihydropyridine calcium channel blockers) ประเภทอื่น เช่น ยาเเอมโลดิปีน (amlodipine) หรือยาไนเฟดิปีน (nifedipine) รวมถึงหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ แต่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งให้เเพทย์หรือหรือเภสัชกรทราบถึงประวัติโรคประจำตัว โดยเฉพาะปัญหาโครงสร้างหัวใจบางประเภท เช่น โรคลิ้นหัวใจตีบ (aortic stenosis) และโรคตับ

ยานี้อาจทำให้คุณวิงเวียนศีรษะหรือง่วงซึม แอลกอฮอล์หรือกัญชาอาจทำให้อาการของคุณรุนเเรงยิ่งขึ้น อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักรหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องอาศัยความตื่นตัวจนกว่าคุณจะแน่ใจว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ ปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชาอยู่

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เเจ้งให้แพทย์หรือทันตแเพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาเเละสมุนไพร)
ระหว่างตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เท่าที่จำเป็น ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของยาชนิดนี้

ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้อาจซึมเข้าไปในน้ำนมมารดาได้หรือไม่ ปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยานิโซลดิปีนระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เป็นประจำเพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีเเละความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนรับประทานยานิโซลดิปีน อ้างอิงจากองค์การอาหารเเละยาเเห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)
ยานิโซลดิปีนจัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท N

ประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์จัดลำดับโดยองค์การอาหารเเละยาเเห่งสหรัฐอเมริกา ได้แก่

· A = ไม่เสี่ยง

· B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)

· C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง

· D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงโดยตรง

· X = ห้ามใช้

· N = ไม่ทราบเเน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของยานิโซลดิปีน

คุณอาจวิงเวียนศีรษะ ข้อเท้าหรือเท้าบวม หน้าเเดงหรือปวดศีรษะ หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานหรือเเย่ลง เเจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที

เพื่อลดอาการวิงเวียนศีรษะ ค่อยๆ ลุกขึ้นเมื่อเปลี่ยนจากท่านั่งหรือนอนเป็นท่ายืน

คุณอาจเห็นเปลือกยาเม็ดเมื่อถ่ายอุจจาระ ผลดังกล่าวไม่เป็นอันตรายเพราะร่างกายของคุณได้ดูดซึมยาเเล้ว

ระลึกไว้ว่าแพทย์ได้จ่ายยานี้เนื่องจากได้ตัดสินใจเเล้วว่า นี่จะมีประโยชน์ต่อคุณมากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผลข้างเคียง หลายคนใช้ยานี้เเล้วไม่มีผลข้างเคียงรุนเเรงใดๆ

เเจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนเเรงเหล่านี้ เช่น หัวใจเต้นเร็ว ผิดปกติหรือเต้นอย่างหนัก หมดสติหรือมองเห็นภาพเปลี่ยนไป
บางครั้ง คนที่เป็นโรคหัวใจรุนเเรงอยู่เเล้วบางคน อาจมีอาการเจ็บหน้าอกมากขึ้น หรือหัวใจวายหลังจากรับประทานยานี้ หรือเมื่อเพิ่มขนาดยา เข้ารับการรักษาทันทีหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ เจ็บหน้าอกมากขึ้น อาการของโรคหัวใจวาย (เช่น เจ็บหน้าอก กราม หรือเเขนซ้าย หายใจถี่ หรือเหงื่อออกผิดปกติ)

ไม่ค่อยมีอาการเเพ้ยาที่รุนเเรงเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม เข้ารับการรักษาทันทีหากคุณสังเกตเห็นอาการเเพ้ ได้เเก่ ผื่น คันผิว หรือผิวบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ) วิงเวียนศีรษะอย่างรุนเเรง มีปัญหาเรื่องการหายใจ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาชนิดอื่น

ยาชนิดอื่นอาจทำให้ร่างกายขับยานิโซลดิปีนออกและอาจส่งผลต่อฤทธิ์ของยานิโซลดิปีนได้ ตัวอย่างยาชนิดอื่นที่ว่า ได้แก่ ยาไซเมทิดีน (cimetidine) ยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungals) เช่น ยาไอทราโคนาโซล (itraconazole) ยาคีโตโคนาโซล (ketoconazole) ยาปฏิกิริยากลุ่มเเมคโครไลด์ (macrolide antibiotics) เช่น ยาอิริโทรไมซิน (erythromycin) ยาไรฟามัยซิน (rifamycin) เช่น ยาไรฟาบูติน (rifabutin) สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต (St. John’s wort) ยาที่ใช้แก้อาการชัก เช่น ยาคาร์บามาเซปีน (carbamazepine) เเละยาเฟนิโทอิน (phenytoin) เป็นต้น

ยาบางชนิดอาจมีส่วนผสมที่อาจเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจเเละความดันโลหิต แจ้งให้เภสัชกรทราบว่าคุณใช้ยาอะไรอยู่บ้าง เเละถามเรื่องการใช้ยาเหล่านั้นอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะยาแก้ไอเเละหวัด อาหารเสริมหรือยาต้านอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) และยานาพรอกเซน (naproxen)

ยานิโซลดิปีนอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนเเรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (รวมถึงยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยาเเละสมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือหยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนปริมาณยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารเเละแอลกอฮอล์

ยานิโซลดิปีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยาหรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนเเรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อถามถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยานิโซลดิปีนอาจส่งผลต่อโรคที่คุณเป็น ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกายอาจทำให้โรคที่คุณเป็นย่ำเเย่ลง หรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือโปรดเเจ้งให้แพทย์เเละเภสัชกรทราบเกี่ยวกับสุขภาพเเละโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลนี้ไม่เจตนาและไม่สามารถใช้เเทนคำเเนะนำทางการเเพทย์ได้ โปรดปรึกษาเเพทย์หรือเภสัชกร ทุกครั้ง ก่อนรับประทานยานิโซลปิดีน

ขนาดยานิโซลปิดีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาปกติสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นความดันโลหิตสูง

ค่อยๆ ให้ยา (สูตรเดิม)

-ขนาดยาในระยะเเรก: รับประทานยา 20 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาที่ใช้ควบคุมอาการ: รับประทานยา 10 ถึง 60 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาสูงสุด: 60 มิลลิกรัมต่อวัน

ให้ยาในอัตราคงที่ (สูตรใหม่)

ขนาดยาในระยะเเรก: รับประทานยา 17 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาที่ใช้ควบคุมอาการ: รับประทานยา 8.5 ถึง 34 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาสูงสุด: 34 มิลลิกรัมต่อวัน

คำเเนะนำ: มักใช้ยานี้ร่วมกับยาขับปัสสาวะ ACE inhibitors เเละเบต้าบล็อกเกอร์ (beta blockers)

การใช้: ใช้ยานี้ชนิดเดียวหรือร่วมกับสารต้านความดันโลหิตสูงประเภทอื่นเพื่อรักษาความดันโลหิตสูง

ขนาดยาปกติสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นความดันโลหิตสูง

ค่อยๆ ให้ยา (สูตรเดิม)

-ขนาดยาในระยะเเรก: รับประทานยา 10 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาที่ใช้ควบคุมอาการ: รับประทานยา 10 ถึง 60 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาสูงสุด: 60 มิลลิกรัมต่อวัน

ให้ยาในอัตราคงที่ (สูตรใหม่)

-ขนาดยาในระยะเเรก: รับประทานยา 8.5 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาที่ใช้ควบคุมอาการ: รับประทานยา 8.5 ถึง 34 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาสูงสุด: 34 มิลลิกรัมต่อวัน

คำเเนะนำ

-ควรกำหนดขนาดยาด้วยความระมัดระวัง

เคยมีผู้ใช้ยานี้กับยาขับปัสสาวะ สารยับยั้งเอซีอี เเละเบต้าบล็อกเกอร์

-เฝ้าสังเกตความดันโลหิตอย่างใกล้ชิดระหว่างปรับขนาดยา

การใช้: ใช้ยานี้ชนิดเดียวหรือร่วมกับสารต้านความดันโลหิตสูงประเภทอื่นเพื่อรักษาความดันโลหิตสูง

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ความผิดปกติของไตขั้นไม่รุนเเรงถึงปานกลาง: ไม่ควรปรับขนาดยา

ความผิดปกติของไตขั้นรุนเเรง: ไม่มีข้อมูล

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

ผู้ป่วยที่ตับทำงานผิดปกติ

ค่อยๆ ให้ยา (สูตรเดิม)

-ขนาดยาในระยะเเรก: รับประทานยา 10 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาที่ใช้ควบคุมอาการ: รับประทานยา 10 ถึง 60 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาสูงสุด: 60 มิลลิกรัมต่อวัน

ให้ยาในอัตราคงที่ (สูตรใหม่)

-ขนาดยาในระยะเเรก: รับประทานยา 8.5 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาที่ใช้ควบคุมอาการ: รับประทานยา 8.5 ถึง 34 มิลลิกรัม หนึ่งครั้งต่อวัน

-ขนาดยาสูงสุด: 34 มิลลิกรัมต่อวัน

คำแนะนำ

-เคยมีผู้ใช้ยานี้กับยาขับปัสสาวะ สารยับยั้งเอซีอี เเละเบต้าบล็อกเกอร์

-เฝ้าสังเกตความดันโลหิตอย่างใกล้ชิดระหว่างปรับขนาดยา

การใช้: ใช้ยานี้ชนิดเดียวหรือร่วมกับสารต้านความดันโลหิตสูงประเภทอื่นเพื่อรักษาความดันโลหิตสูง

ผู้ป่วยที่ตับทำงานผิดปกติอย่างหนัก: ใช้ด้วยความระมัดระวัง

ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับเเข็ง: ควรใช้ขนาดยาต่ำในระยะเเรกและรักษาขนาดยาให้คงที่

คำแนะนำอื่น

คำแนะนำในการใช้ยา

-ผู้ป่วยควรกลืนยาเม็ดทั้งหมดหนึ่งครั้งต่อวัน หลีกเลี่ยงการทำให้ยาแตก แบ่งยาหรือเคี้ยวยา

-ควรรับประทานยา 1 หรือ 2 ชั่วโมงหลังอาหาร

-หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากองุ่นก่อนและหลังการใช้ยา

วิธีเก็บรักษา

-เก็บให้พ้นจากเเสงเเดดเเละความชื้น

โดยทั่วไป

-การค่อยๆ ให้ยา (สูตรเดิม) จะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 ถึง 60 มิลลิกรัมต่อวัน แต่อัตราที่ผลข้างเคียงจะเกิดขึ้นก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

-การให้ยาในอัตราคงที่ (สูตรใหม่) จะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นมากกว่า 8.5 ถึง 34 มิลลิกรัมต่อวัน แต่อัตราที่ผลข้างเคียงจะเกิดขึ้นก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

การเฝ้าสังเกต

-ระบบหัวใจเเละหลอดเลือด: ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ สัญญาณหรืออาการของหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างการเริ่มต้นเเละการไทเทรต (titration)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-เเจ้งให้ผู้ป่วยกลืนยาทั้งหมด หลีกเลี่ยงการเคี้ยว ทำให้ยาเเตกหรือเเบ่งยาเป็นส่วนๆ

-แนะนำให้ผู้ป่วยรับประทานยานี้ก่อนอาหาร 1 ชั่วโมงหรือ

-แนะนำให้ผู้ป่วยแจ้งผู้ให้บริการด้านการแพทย์ทราบ หากผู้ป่วยตั้งครรภ์ ตั้งใจที่จะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ขนาดยานิโซลปิดีนสำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดขยาดยาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งที่สำคัญคือต้องศึกษาการใช้ยาอย่างปลอดภัยก่อนรับประทาน โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยานิโซลปิดีน

ยานิโซปิดีนมีรูปเเบบดังต่อไปนี้

  • แคปซูลสำหรับรับประทาน เป็นยาที่ออกฤทธิ์เเต่เนิ่นๆ

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กรกฎาคม 7, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 7, 2018

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน