นิโมดิปีน (Nimodipine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: นิโมดิปีน (Nimodipine) Brand Name(s): นิโมดิปีน (Nimodipine).

ข้อบ่งใช้

ยานิโมดิปีนใช้สำหรับ

ยานิโมดิปีน (Nimodipine) ใช้เพื่อลดปัญหาเนื่องจากอาการเลือดออกในสมองบางชนิด เช่น เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง

ยานิโมดิปีนเป็นยาในกลุ่มแคลเซียมชาแนลบล็อกเกอร์ (calcium channel blocker) ร่างกายมักจะตอบสนองต่ออาการเลือดออก ด้วยการหดหลอดเลือดให้แคบลง ทำให้เลือดไหลได้ช้าลง แต่สำหรับอาการเลือดออกในสมอง การหยุดเลือดที่ไหลนั้น จะสร้างความเสียหายต่อสมองได้มากกว่า ยานิโมดิปีนจะช่วยคลายตัวของหลอดเลือดภายในสมอง ใกล้กับบริเวณที่มีเลือดออก ทำให้เลือดไหลได้ง่ายขึ้น ผลนี้จะช่วยลดความเสียหายต่อสมอง

วิธีการใช้ยานิโมดิปีน

โดยทั่วไปจะใช้ยานิโมดิปีน ทันทีที่เริ่มมีอาการเลือดออกในสมอง ตามปกติคือภายใน 4 วัน รับประทานยานิโมดิปีนทุกๆ 4 ชั่วโมง หรือตามที่แพทย์กำหนด

หากคุณใช้ยาเม็ด ควรรับประทานพร้อมกับน้ำเปล่าเต็มแก้ว (8 ออนซ์หรือ 240 มล.) นอกเสียจากแพทย์จะสั่งอย่างอื่น อย่าล้มตัวลงนอนภายใน 10 นาที หลังจากรับประทานยา กลืนยาลงไปทั้งเม็ด ไม่ควรบดหรือเคี้ยวยา

หากคุณใช้ยาแคปซูล ควรรับประทานอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร หรือตามที่แพทย์กำหนด กลืนยาแคปซูลลงไปทั้งเม็ด ถ้าไม่สามารถกลืนได้ อาจเจาะรูที่แคปซูล แล้วใช้เข็มฉีดยาดูดยาน้ำภายในแคปซูลออกมาแล้วรับประทานหรือให้ยาผ่านทางสายให้อาหาร (nasogastric tube) โดยใช้กระบอกฉีดยา อย่าผสมสารในแคปซูลนี้กับยาอื่นๆ เพราะอาจทำให้ยาไม่ทำงาน ห้ามฉีดยานี้

หากคุณใช้ยาน้ำ (สารละลายสำหรับรับประทาน) ควรตวงยาอย่างระมัดระวัง ด้วยเครื่องมือหรือช้อนสำหรับตวงยา ไม่ควรใช้ช้อนธรรมดาเพราะอาจได้ขนาดยาไม่ถูกต้อง รับประทานยาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร อาจใช้ยาผ่านสายให้อาหาร หากคุณให้ยาผ่านทางสายให้อาหาร โปรดสอบถามแพทย์สำหรับข้อมูลวิธีการใช้ยา

อย่ารับประทานยาลดกรดเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนหรือหลังรับประทานยาเม็ดนิโมดิปีน เพราะอาจทำให้ยาไม่ทำงาน

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา

ใช้ยาเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง แม้จะรู้สึกดีขึ้น และแม้จะไม่เห็นว่าอาการดีขึ้นก็ตาม โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อย่าหยุดใช้ยานี้อย่างกะทันหันโดยไม่ปรึกษาแพทย์ มักจะใช้ยาเป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์ ควรทำตามแนวทางของแพทย์อย่างเคร่งครัด อาการของคุณอาจจะแย่ลง หากหยุดใช้ยาเร็วเกินไป

แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายานิโมดิปีน

ยานิโมดิปีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยานิโมดิปีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยานิโมดิปีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยานิโมดิปีน

ก่อนใช้ยานิโมดิปีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ แพ้ต่อยาในกลุ่มแคลเซียมชาแนลบล็อกเกอร์ ที่มีโครงสร้างไดไฮโดรไพริดีน (dihydropyridine) เช่น แอมโลดิปีน (amlodipine) หรือไนเฟดิปีน (nifedipine) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะอาการเจ็บหน้าอก หรือเพิ่งมีอาการหัวใจขาดเลือดฉับพลัน ความดันโลหิตต่ำ เพิ่งมีอาการบาดเจ็บที่หัว โรคตับ

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชาอาจทำให้อาการวิงเวียนรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการวิงเวียน หรืออาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า อาการวิงเวียนนั้นสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการหกล้มได้

ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา

ยานี้สามารถเข้าสู่น้ำนมแม่ได้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยานิโมดิปีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยานิโมดิปีน

อาจเกิดอาการวิงเวียน หน้ามืด หน้าแดง หรืออาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอาการวิงเวียนและหน้ามืด ควรค่อยๆ เมื่อลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอน

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ หมดสติ หัวใจเต้นช้าหรือเร็ว ปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องอืด ไม่สามารถอุจจาระได้นานกว่า 3 วัน คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง การมองเห็นเปลี่ยนแปลง

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่น นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาสำหรับรักษาภาวะความดันโลหิตสูง เช่น ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta blockers) อย่างโพรพราโนลอล (propranolol) และเมโทโพรลอล (metoprolol) ยาในกลุ่ม ACE inhibitors เช่น เบนาซีพริล (benazepril) และอีนาลาพริล (enalapril) ยาในกลุ่มแคลเซียมชาแนลล็อกเกอร์อื่นๆ เช่น ดิลไทอะเซม (diltiazem) หรือเวราพามิล (verapamil)

ยาอื่นอาจส่งผลกระทบต่อการกำจัดยานิโมดิปีนออกจากร่างกายและส่งผลต่อการทำงานของยานี้ได้ เช่น ไซเมทิดีน (cimetidine) ยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungals) เช่น ไอทราโคนาโซล (itraconazole) ยาปฏิชีวนะแมคโครไลด์ (macrolide antibiotics) เช่น อิริโทรมัยซิน (erythromycin) ยาไรฟามัยซิน (rifamycins) เช่น ไรฟาบูติน (rifabutin) สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ท ยารักษาอาการชัก เช่น คาร์บาเมเซพีน (carbamazepine) หรือเฟนีโทอิน (phenytoin) และอื่นๆ

ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจจะมีส่วนผสม ที่สามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ หรือระดับความดันโลหิตได้ แจ้งให้เภสัชกรทราบ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ และสอบถามวิธีใช้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะยาแก้ไอแก้หวัด ยาลดความอ้วน หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือนาพรอกเซน (naproxen)

ยานิโมดิปีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยานิโมดิปีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหรือดื่มน้ำเกรฟฟรุต ขณะที่กำลังใช้ยานี้ นอกเสียจากแพทย์หรือเภสัชกรจะบอกว่า คุณสามารถทำได้อย่างปลอดภัย เกรฟฟรุตสามารถเพิ่มโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงของยานี้ได้ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยานิโมดิปีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยานิโมดิปีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง (Subarachnoid Hemorrhage)

  • 60 มก. รับประทาน หรือให้ยาทางสายให้อาหาร ทุกๆ 4 ชั่วโมง
  • ระยะเวลาของการรักษา: 21 วัน

คำแนะนำ

  • ควรเริ่มต้นการรักษาภายใน 96 ชั่วโมง เมื่อเริ่มมีอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง
  • ควรหลีกเลี่ยงการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำและวิธีการฉีดยาอื่นๆ

การใช้งาน: เพื่อเพิ่มผลการทำงานของสมอง (neurological outcome) โดยการลดอาการและความรุนแรงของการขาดเลือด ในผู้ป่วยที่มีอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง จากหลอดเลือดโป่งพองภายในสมองแตก (ruptured intracranial berry aneurysms) โดยไม่คำนึงถึงระยะหลังชักของสภาวะทางระบบประสาท เช่น แบบประเมินความรุนแรงของฮันท์และเฮส (Hunt and Hess Grades) ระดับ I ถึง V

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

  • ผู้ป่วยที่เป็นโรคตับแข็ง (cirrhosis): 30 มก. รับประทานทุกๆ 4 ชั่วโมง

คำแนะนำ

  • ควรเฝ้าระวังความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจอย่างใกล้ชิดระหว่างการรักษา
  • หากจำเป็นควรพิจารณาการหยุดใช้ยา

การปรับขนาดยา

  • ใช้ร่วมกับยาเหนี่ยวนำหรือยายับยั้งเอนไซม์ไซโตรโครมพี 450 3เอ4 แบบแรง (strong CYP450 3A4 inducers/inhibitors): หลีกเลี่ยงการใช้
  • ใช้ร่วมกับยาเหนี่ยวนำเอนไซม์ไซโตรโครมพี 450 3เอ4 แบบปานปลางหรือเบา ให้เฝ้าสังเกตประสิทธิภาพ และอาจพิจารณาเพิ่มขนาดยานี้
  • ใช้ร่วมกับยายับยั้งเอนไซม์ไซโตรโครมพี 450 3เอ4 แบบปานปลางหรือเบา: ควรพิจารณาการลดขนาดยานี้หากเกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

  • สำหรับการรับประทานยา ควรรับประทาน 1 ชั่วโมงก่อน หรือ 2 ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร
  • ควรหลีกเลี่ยงยาที่ผสมอัลคาไลน์ (Alkaline mixtures) ก่อนและหลังจากรับประทานยาเม็ด
  • ยาแบบรับประทานนั้นควรจำกัดไว้ใช้กับการใช้ภายในเท่านั้น (เช่น รับประทาน หรือให้ทางสายให้อาหาร)
  • หลังจากให้ยาทางสายให้อาหาร ควรล้างกระบอกฉีดยาด้วยน้ำเกลือ 0.9% 20 ถึง 30 มล. เพื่อล้างเอายาที่เหลืออยู่ให้เข้าสู่กระเพาะอาหาร
  • ยานิโมดิปีนแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำนั้น สามารถให้ในช่วงระหว่างการระงับความรู้สึกหรือการผ่าตัด

การเก็บรักษา

  • ยาแคปซูล: เก็บให้พ้นจากแสงและช่องแช่แข็ง
  • ยาสารละลายสำหรับรับประทาน: เก็บให้พ้นจากแสง ห้ามแช่ตู้เย็น
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน: เก็บให้พ้นจากความชื้นและแสง
  • ยาสำหรับฉีด: เก็บให้พ้นจากแสงและช่องแช่แข็ง

เทคนิคการคืนรูปหรือการเตรียมการ

  • สำหรับผู้ที่ไม่สามารถกลืนยาแคปซูล อาจให้ยาสำหรับรับประทานได้ด้วยการใช้กระบอกฉีดยาดูดเอาเจลภายในแคปซูลออกมา และให้ผ่านทางสายให้อาหาร

ความเข้ากันของการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ (IV compatibility)

  • ควรมีการศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต

ทั่วไป

  • ควรหลีกเลี่ยงเกรฟฟรุตระหว่างการรักษา
  • ไม่แนะนำการรักษาสำหรับอาการเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลางแบบมีแผล (traumatic subarachnoid hemorrhage) เนื่องจากยังไม่มีการพิสูจน์ประโยชน์

การเฝ้าระวัง

  • หัวใจและหลอดเลือด: ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรทราบว่ายานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนและควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือใช้เครื่องจักรหากเกิดผลข้างเคียงเหล่านี้
  • ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากตั้งครรภ์ ตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเกรฟฟรุตระหว่างการรักษา

ขนาดยานิโมดิปีนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน
  • ยาน้ำสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย