นีโอมัยซิน (Neomycin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: นีโอมัยซิน (Neomycin) Brand Name(s): นีโอมัยซิน (Neomycin).

ข้อบ่งใช้

ยานีโอมัยซินใช้สำหรับ

ยานีโอมัยซิน (Neomycin) ใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหลังจากการผ่าตัดลำไส้บางชนิด ยานีโอมัยซินอยู่ในกลุ่มยาปฏิชีวนะอะมิโนไกลโคไซด์ (aminoglycoside antibiotics) ทำงานโดยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในลำไส้

ยานีโอมัยซินยังอาจใช้ร่วมกับการรับประทานอาหารแบบพิเศษเพื่อรักษาปัญหาเกี่ยวกับสมองที่รุนแรงบางชนิด อย่างโรคสมองจากโรคตับ (hepatic encephalopathy) สภาวะนี้เกิดจากการที่การที่มีสารบางชนิด อย่างแอมโมเนีย (ammonia) มากเกินไป ตามปกติแล้วตับทำหน้าที่ในการกำจัดแอมโมเนีย แต่โรคตับสามารถทำให้เกิดตับส่วนเกินสะสมในร่างกายได้ ยานี้จะช่วยรักษาอาการทางสมองโดยการกำจัดแบคทีเรียบางชนิดที่ผลิตแอมโมเนีย 

ยาปฏิชีวนะนี้ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่ได้ผลกับการติดเชื้อไวรัส (เช่น โรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่) การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่จำเป็นหรือใช้ผิดอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้ 

วิธีการใช้ยานีโอมัยซิน

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด

เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหลังจากการผ่าตัดลำไส้ มักจะใช้ยานี้ 3 หรือ 4 ครั้ง ในวันก่อนการผ่าตัด หรือตามที่แพทย์กำหนด ควรทำตามแนวทางของแพทย์อย่างระมัดระวังเกี่ยวกับข้อจำกัดในการรับประทานอาหารและการใช้ยานี้หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก่อนการผ่าตัด 

เพื่อการรักษาโรคสมองจากโรคตับ มักจะใช้ยานี้วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 5 ถึง 6 วัน หรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงในการสูญเสียการได้ยินแและผลข้างเคียงอื่นๆ ควรรับประทานยานี้ในขนาดที่ต่ำที่สุดที่มีประสิทธิภาพ ในเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ อย่าเพิ่มขนาดยา รับประทานยาบ่อยกว่า หรือรับประทานยานานกว่าที่กำหนด แนะนำไม่ให้ใช้นานเกิด 2 สัปดาห์ตลอดช่วงการรักษา 

หากคุณใช้ยานี้เพื่อรักษาโรคสมองจากโรคตับ ควรเว้นช่วงระหว่างการใช้ยาแต่ละครั้งให้เท่ากันเพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกัน แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายานีโอมัยซิน

ยานีโอมัยซินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยานีโอมัยซินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยานีโอมัยซินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อสินค้าหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยานีโอมัยซิน

ก่อนใช้ยานีโอมัยซิน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือยาปฏิชีวนะอะมิโนไกลโคไซด์อื่นๆ เช่น ยาโทบรามัยซิน (tobramycin) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ: ปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน (เช่น หูหนวก การได้ยินลดลง) ปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ (เช่น อุดตัน บวม หรือเป็นแผล) ปัญหาเกี่ยวกับไต โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (myasthenia gravis) โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease

การใช้ยานีโอมัยซินในขนาดสูงหรือใช้เป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมอาหารบางชนิด สารอาหารบางชนิด (เช่น ธาตุเหล็ก วิตามินเอ และวิตามินบี-12) และยาบางชนิด เช่น ไดจอกซิน (digoxin) หรือวาฟาริน (warfarin) โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยานีโอมัยซินอาจทำให้อาจทำให้วันซีคแบคทีเรียเชื้อเป็น (เช่น วัคซีนไทรอยด์) ทำงานได้ไม่ดีอย่าสร้างภูมิคุ้มกันหรือรับวัคซีนนอกเสียจากแพทย์จะสั่ง

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ทารกแรกเกิดและทารกที่คลอดก่อนกำหนดอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน 

ไม่แนะนำให้ใช้ยานี้ขณะการตั้งครรภ์ แม้ว่าจะมีรายงานการเป็นอันตรายต่อทารกที่เกิดจากมารดาที่ใช้ยาที่คล้ายกันนี้ แต่ความเสี่ยงในการเกิดอันตรายนั้นอาจจะไม่เหมือนกันยานี้ โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ แต่มีแพทย์หลายรายพิจารณาว่าการใช้นมบุตรระหว่างการใช้ยานี้นั้นปลอดภัย โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร 

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร 

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยานีโอมัยซินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= ค่อนข้างมีความเสี่ยง
  • X= ยาต้องห้าม
  • N= ไม่มีข้อมูลเพียงพอ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยานีโอมัยซิน

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วง หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดอาการที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้: อาการเดินลำบาก เหน็บชา กล้ามเนื้อกระตุกหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชัก

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอื่นอาจส่งผลกระทบต่อไตหรือการได้ยินและอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บที่ไตหรือสูญเสียการได้ยินหากใช้พร้อมกับยานีโอมัยซิน เช่นยาดงต่อไปนี้: อะมิคาซิน (amikacin) ยาโทบรามัยซิน (tobramycin) แอมโฟเทอริซิน บี (amphotericin B) ไซโดโฟเวียร์ (cidofovir) ซิสพลาติน (cisplatin) โพลีมิกซิน บี (polymyxin B) ยาเซฟาโลสปอริน (cephalosporins) เช่นเซฟาโลสปอริน (cephaloridine) ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่นไอบูโพรเฟน (ibuprofen) และอื่นๆ 

แม้ว่ายาปฏิชีวนะส่วนใหญ่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน เช่นยาคุมกำเนิด แผ่นคุมกำเนิด หรือห่วงคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่นไรแฟมพิน (rifampin) หรือไรฟาบิวติน (rifabutin) สามารถลดประสิทธิภาพของการคุมกำเนิดและส่งผลให้ตั้งครรภ์ได้ หากคุณกำลังใช้การคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

ยานีโอมัยซินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ 

ยานีโอมัยซินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น 

ยานีโอมัยซินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยานีโอมัยซินสำหรับผู้ใหญ่ 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อ Bowel Preparation

1 กรัม รับประทานทุกๆ ชั่วโมงเป็นจำนวน 4 ครั้ง ตามด้วย 1 กรัมทุกๆ 4 ชั่วโมงเป็นจำนวน 5 ครั้ง ฃ

ขนาดยาอีกทางเลือกหนึ่ง: 6 กรัม/วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 4 ชั่วโมงเป็นเวลา 2 ถึง 3 วัน 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษา Hepatic Encephalopathy

4 ถึง 12 กรัม/วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 5 ถึง 6 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะ Hepatic Coma

4 ถึง 12 กรัม/วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 5 ถึง 6 วัน 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการท้องร่วง (Diarrhea) 

3 กรัม/วัน แบ่งรับประทาน 4 ครั้ง

การปรับขนาดยาสำหรับโรคไต

ผู้ป่วยที่มีไตบกพร่องมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และความเป็นพิษต่อหู (ototoxicity) เมื่อรับประทานยานีโอมัยซิน ควรพิจารณาการใช้ยาที่เป็นพิษต่อไตน้อยลง 

การปรับขนาดยาสำหรับโรคตับ

สำหรับผู้ป่วยตับวายเรื้อรัง อาจจำเป็นต้องใช้ยานีโอมัยซิน ซัลเฟต (neomycin sulfate) 4 กรัมต่อวัน ในระยะเวลาที่ไม่ตายตัว หากไม่สามารถใช้ยาที่เป็นพิษน้อยกว่านี้ 

การปรับขนาดยา

ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อใช้ยานีโอมัยซินกับผุ้ที่มีอาการไตบกพร่อง ควรพิจารณาลดขนาดยาในผู้ป่วยเหล่านี้

การฟอกไต (Dialysis) 

ผู้ป่วยที่มีไตบกพร่องมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเป็นพิษต่อไต (nephrotoxicity) และความเป็นพิษต่อหู (ototoxicity) เมื่อรับประทานยานีโอมัยซิน ควรพิจารณาการใช้ยาที่เป็นพิษต่อไตน้อยลง  

ขนาดยานีโอมัยซินสำหรับเด็ก 

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อ Bowel Preparation

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้ยานีโอมัยซินในเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แต่การใช้ยานีโอมัยซินอาจเหมาะสมในบางสถานการณ์

อายุน้อยกว่า 1 เดือน: 50 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง 

อายุ 1 ปี ถึง 18 ปี: 50 ถึง 100 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง 

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษา Hepatic Encephalopathy

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้ยานีโอมัยซินในเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แต่การใช้ยานีโอมัยซินอาจเหมาะสมในบางสถานการณ์

อายุ 1 ปี ถึง 18 ปี: 50 ถึง 100 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ถึง 6 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะ Hepatic Coma

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้ยานีโอมัยซินในเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แต่การใช้ยานีโอมัยซินอาจเหมาะสมในบางสถานการณ์

อายุ 1 ปี ถึง 18 ปี: 50 ถึง 100 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ถึง 6 วัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการท้องร่วง (Diarrhea)

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้ยานีโอมัยซินในเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แต่การใช้ยานีโอมัยซินอาจเหมาะสมในบางสถานการณ์

อายุน้อยกว่า 1 เดือน: 50 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง 

อายุ 1ปี ถึง 18 ปี: 50 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง เป็นเวลา 2 ถึง 3 วัน  

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้:

  • สารละลายสำหรับรับประทาน
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน 
  • ยาผงสำหรับผสม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย