บิวสไปโรน (Buspirone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: บิวสไปโรน (Buspirone) Brand Name(s): บิวสไปโรน (Buspirone).

ข้อบ่งใช้

ยาบิวสไปโรนใช้สำหรับ

ยาบิวสไปโรน (Buspirone) ใช้เพื่อรักษาโรควิตกกังวล (anxiety) ยานี้อาจจะช่วยให้คุณคิดได้ชัดเจนขึ้น ผ่อนคลาย กังวลน้อยลง และมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวัน ยานี้ยังอาจช่วยให้คุณรู้สึกไม่สบายใจและหงุดหงิดน้อยลงได้ และยังอาจจะช่วยควบคุมอาการ เช่น อาการนอนไม่หลับ เหงื่อออก และหัวใจเต้นรัว 

ยาบิวสไปโรนเป็นยาคลายกังวล (anxiolytic) ทำงานโดยการส่งผลต่อสารสื่อประสาท (neurotransmitters) ภายในสมอง

วิธีการใช้ยาบิวสไปโรน

รับประทานยานี้ ตามปกติคือวันละ 2 หรือ 3 ครั้ง หรือตามที่แพทย์กำหนด สามารถรับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากก็ได้ แต่ควรจะเลือกทางใดทางหนึ่งไปตลอด เพื่อให้ดูดซึมยาในปริมาณเดียวกันเสมอ 

ยาบิวสไปโรนอาจมาในรูปแบบของยาเม็ด ที่สามารถแบ่งเม็ดยาได้ เพื่อให้ได้รับขนาดยาที่ถูกต้อง

ควรจำกัดปริมาณของเกรฟฟรุตที่คุณรับประทานหรือดื่ม (น้อยกว่าวันละหนึ่งในสี่) ขณะที่กำลังใช้ยานี้ นอกเสียจากแพทย์จะสั่งให้ทำเช่นนั้น เกรฟฟรุตนั้นสามารถเพิ่มระดับของยาบิวสไปโรนภายในกระแสเลือดของคุณได้ โปรดปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา โปรดใช้ยาเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากยา เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน เมื่อเริ่มใช้ยานี้ ในบางครั้งอาการของโรควิตกกังวล (เช่น กระสับกระส่าย) อาจจะรุนแรงขึ้นก่อนจะดีขึ้น อาจต้องใช้เวลานานเป็นเดือน กว่าจะได้ผลสูงสุดจากยา  

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่หายไปหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาบิวสไปโรน 

ยาบิวสไปโรนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาบิวสไปโรนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาบิวสไปโรนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาบิวสไปโรน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก 

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาบิวสไปโรน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเป็นหรือเคยเป็นโรคไตหรือโรคตับ หรือเคยใช้แอลกอฮอล์หรือยาในทางที่ผิด 

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ขณะที่คุณกำลังใช้ยาบิวสไปโรนโปรดติดต่อแพทย์

หากคุณกำลังจะรับการผ่าตัด รวมถึงการผ่าตัดทำฟัน โปรดแจ้งให้แพทย์และทันตแพทย์ทราบว่าคุณใช้ยาบิวสไปโรน

คุณควรจะทราบว่า ยานี้อาจทำให้คุณง่วงซึมได้ อย่าขับรถหรือใช้เครื่องจักร จนกว่าคุณจะทราบว่า ยานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร 

โปรดจำไว้ว่า แอลกอฮอล์นั้นสามารถเพิ่มอาการง่วงซึมที่เกิดจากยานี้ได้ 

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาบิวสไปโรนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาบิวสไปโรน

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีทั้ง วิงเวียน คลื่นไส้ ปวดหัว ประหม่า หน้ามืด ตื่นเต้น และนอนไม่หลับ

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

โปรดติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้  

  • เจ็บหน้าอก
  • รู้สึกหายใจไม่อิ่ม
  • รู้สึกเหมือนจะหมดสติ

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปอื่นๆ อาจมีดังนี้ 

  • วิงเวียน ปวดหัว มองเห็นไม่ชัด 
  • ง่วงซึม รู้สึกเหนื่อยล้า
  • รู้สึกกระสับกระส่ายหรือกังวลใจ
  • คลื่นไส้ ปากแห้ง ท้องไส้ปั่นป่วน 
  • นอนไม่หลับ ฝันประหลาด 
  • คัดจมูก เจ็บคอ  
  • มีเสียงอื้อในหู

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาบิวสไปโรนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาบิวสไปโรนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาบิวสไปโรนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ 

  • โรคไต
  • โรคตับ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาบิวสไปโรนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาปกติสำหรับโรควิตกกังวล

  • ขนาดยาเริ่มต้น 7.5 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง หรือ 5 มก. วันละ 3 ครั้ง 
  • ขนาดยาปกติ อาจเพิ่มขนาดยาต่อวัน 5 มก. ทุกๆ 2 ถึง 3 วัน สูงสุดที่ 20 ถึง 60 มก./วัน โดยแบ่งรับประทาน 
  • ขนาดยาสูงสุด 60 มก. ต่อวัน 

ขนาดยาบิวสไปโรนสำหรับเด็ก

ขนาดยาปกติสำหรับโรควิตกกังวล 

อายุ 6 ถึง 18 ปี

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2.5 ถึง 10 มก. ต่อวัน
  • ขนาดยาปกติ อาจเพิ่มขนาดยาต่อวัน 2.5 มก. ทุกๆ 2 ถึง 3 วัน สูงสุดที่ 15 ถึง 60 มก./วัน โดยแบ่งรับประทานสองครั้ง

รูปแบบของยา 

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มกราคม 25, 2019 | Last Modified: มกราคม 25, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย