พาโรโมมัยซิน (Paromomycin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: พาโรโมมัยซิน (Paromomycin) Brand Name(s): พาโรโมมัยซิน (Paromomycin).

ข้อบ่งใช้

ยาพาโรโมมัยซินใช้สำหรับ

ยาพาโรโมมัยซิน (Paromomycin) ใช้เพื่อรักษาสภาวะการติดเชื้อปรสิตบางชนิดในลำไส้หรือโรคบิดมีตัว (amebiasis) ยานี้เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ (aminoglycoside) ทำงานโดยการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อปรสิตภายในลำไส้ ยานี้ดูดซึมเข้าไปในเลือดได้ม่ค่อยดี จึงไม่ได้ผลกับการติดเชื้อนอกเหนือจากบริเวณลำไส้

ยาพาโรโมมัยซินยังอาจใช้ร่วมกับการรับประทานอาหารแบบพิเศษ เพื่อรักษาปัญหาเกี่ยวกับสมองที่รุนแรงบางชนิด อย่างโรคสมองจากโรคตับ (hepatic encephalopathy) สภาวะนี้เกิดขึ้นในผู้ที่เป็นโรคตับและเกิดจากการมีสารบางชนิดอย่างแอมโมเนีย ภายในร่างกายมากเกินไป โดยปกติแล้วตับจะทำหน้าที่ในการกำจัดแอมโมเนีย ยาพาโรโมมัยซินจะช่วยรักษาโดยการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ที่ผลิตแอมโมเนียภายในทำไส้

ยาปฏิชีวนะนี้ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อปรสิตและเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่ได้ผลต่อการติดเชื้อไวรัส (เช่น โรคหวัดหรือโรคไข้หวัดใหญ่) การใช้ยาปฏิชีวนะใดๆ โดยไม่จำเป็นหรือใช้ในทางที่ผิดนั้น สามารถทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลงได้

วิธีการใช้ยาพาโรโมมัยซิน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร โดยปกติคือวันละ 3 ครั้ง (ทุกๆ 8 ชั่วโมง) หรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว สภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรรับประทานยาปฏิชีวนะโดยเว้นช่วงเวลาให้เท่ากัน เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องจนครบกำหนด แม้อาการจะหายไปหลังจากใช้ยาไปแล้วไม่กี่วัน การหยุดใช้ยาเร็วเกินไปจะทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตต่อไป และอาจทำให้การติดเชื้อกำเริบได้

แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายาพาโรโมมัยซิน

ยาพาโรโมมัยซินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาพาโรโมมัยซินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาพาโรโมมัยซินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาพาโรโมมัยซิน

ก่อนใช้ยาพาโรโมมัยซิน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือยาปฏิชีวนะอะมิโนไกลโคไซด์อื่นๆ เช่น เจนตามัยซิน (gentamicin) หรือโทบรามัยซิน (tobramycin) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ เช่น อุดตัน หรือมีแผล

ยาพาโรโมมัยซินอาจทำให้วัคซีนแบคทีเรียเชื้อเป็น (เช่น วัคซีนไทรอยด์) นั้นทำงานได้ไม่ดีดังเดิม อย่าสร้างภูมิคุ้มกันหรือรับวัคซีนขณะที่กำลังใช้ยานี้นอกเสียจากแพทย์จะสั่งให้ทำ

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยา

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาถึงประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาพาโรโมมัยซินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาพาโรโมมัยซิน

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง ท้องร่วง และแสบร้อนกลางอก หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ อุจจาระมีไขมันมาก

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ มีเสียงอื้อหรือเสียงก้องในหู สูญเสียการได้ยิน วิงเวียน เหน็บชาที่ผิวหนัง ชัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง

การใช้ยานี้เป็นเวลานานหรือใช้ซ้ำๆอาจทำให้เกิดการติดเชื้อราในช่องปากหรือติดเชื้อราในช่องคลอดครั้งใหม่ได้ โปรดปรึกษาแพทย์หากคุณสังเกตเห็นรอยสีขาวภายในช่องปาก สารคัดหลั่งจากช่องคลอดมีความเปลี่ยนแปลง หรือมีอาการใหม่ๆ เกิดขึ้น

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอื่นที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาไดจอกซิน (digoxin)

ยาพาโรโมมัยซินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาพาโรโมมัยซินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาพาโรโมมัยซินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาพาโรโมมัยซินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคบิดมีตัว (Amebiasis)

  • 25 ถึง 35 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้งพร้อมกับมื้ออาหารเป็นเวลา 5 ถึง 10 วัน ควรใช้ยานี้หลังจากใช้ยาเมโทรนิดาโซล (metronidazole) เพื่อรักษาโรคที่มีอาการระดับเบาถึงปานกลาง ยาพาโรโมมัยซินนั้นไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคบิดมีตัวนอกลำไส้

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคคริพโตสปอริดิโอซิส (Cryptosporidiosis)

  • 25 ถึง 35 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 2 ถึง 4 ครั้งพร้อมกับมื้ออาหารเป็นเวลา 10 ถึง 14 วัน (ขนาดยาที่ใช้ในการวิจัย) เคยมีการใช้เป็นครั้งคราวเป็นเวลาสูงสุดที่ 4 ถึง 6 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้นในผู้ป่วยโรคเอดส์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคไดเอ็นตะมีบา แฟล็กจิลิส (Dientamoeba fragilis)

  • 25 ถึง 35 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้งพร้อมกับมื้ออาหารเป็นเวลา 7 วัน (ยานอกข้อบ่งใช้)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเจียอาร์ไดอาซิส (Giardiasis)

  • 25 ถึง 35 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้งพร้อมกับมื้ออาหารเป็นเวลา 7 วัน (ขนาดยาที่ใช้ในการวิจัย) ยาพาโรโมมัยซินนั้นเป็นอีกทางเลือกในการรักษาโรคเจียอาร์ไดอาซิส โดยทั่วไปมักจะใช้ยาเมโทรนิดาโซล

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคพยาธิตืดแคระ (Hymenolepis nana) หรือ (Dwarf Tapeworm)

  • 45 มก./กก. รับประทานวันละครั้งเป็นเวลา 5 ถึง 7 วัน (ยานอกข้อบ่งใช้) โดยปกติจะไม่เลือกใช้ยาพาโรโมมัยซิน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคพยาธิตืดปลา (Diphyllobothrium latum) หรือ (Fish Tapeworm)

  • 1 กรัม รับประทานทุกๆ 15 นาทีเป็นจำนวน 4 ครั้ง (ยานอกข้อบ่งใช้) โดยปกติจะไม่เลือกใช้ยาพาโรโมมัยซิน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคพยาธิตืดสุนัข (Dipylidium caninum) หรือ (Dog Tapeworm)

  • 1 กรัม รับประทานทุกๆ 15 นาทีเป็นจำนวน 4 ครั้ง (ยานอกข้อบ่งใช้) โดยปกติจะไม่เลือกใช้ยาพาโรโมมัยซิน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคพยาธิตืดวัว (Taenia saginata) หรือ (beef tapeworm)

  • 1 กรัม รับประทานทุกๆ 15 นาทีเป็นจำนวน 4 ครั้ง (ยานอกข้อบ่งใช้) โดยปกติจะไม่เลือกใช้ยาพาโรโมมัยซิน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคพยาธิตืดหมู (Taenia solium) หรือ (pork tapeworm)

  • 1 กรัม รับประทานทุกๆ 15 นาทีเป็นจำนวน 4 ครั้ง (ยานอกข้อบ่งใช้) โดยปกติจะไม่เลือกใช้ยาพาโรโมมัยซิน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะหมดสติจากตับวาย (Hepatic Coma)

  • การรักษาเสริม: 1 กรัม วันละสี่ครั้งเป็นเวลา 5 ถึง 7 วัน

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยไต

ไม่มีข้อมูล ยาพาโรโมมัยซินนั้นไม่ถูกดูดซึมทั่วร่างกาย

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยตับ

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ ยาพาโรโมมัยซินนั้นไม่ถูกดูดซึมทั่วร่างกายในปริมาณมาก

ข้อควรระวัง

การใช้ยาเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นพิษต่อหูได้

การฟอกไต (Dialysis)

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ ยาพาโรโมมัยซินนั้นไม่ถูกดูดซึมทั่วร่างกายในปริมาณมาก

ขนาดยาพาโรโมมัยซินสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคบิดมีตัว (Amebiasis)

  • อายุน้อยกว่า 18 ปี: 25 ถึง 35 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้งพร้อมกับมื้ออาหารเป็นเวลา 5 ถึง 10 วัน ควรใช้ยานี้หลังจากใช้ยาเมโทรนิดาโซล (metronidazole) เพื่อรักษาโรคที่มีอาการระดับเบาถึงปานกลาง ยาพาโรโมมัยซินนั้นไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคบิดมีตัวนอกลำไส้

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคคริพโตสปอริดิโอซิส (Cryptosporidiosis)

  • 25 ถึง 35 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้งพร้อมกับมื้ออาหารเป็นเวลา 10 ถึง 14 วัน (ขนาดยาที่ใช้ในการวิจัย) เคยมีการใช้เป็นครั้งคราวเป็นเวลาสูงสุดที่ 4 ถึง 6 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้นในผู้ป่วยโรคเอดส์

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคไดเอ็นตะมีบา แฟล็กจิลิส (Dientamoeba fragilis)

  • อายุน้อยกว่า 18 ปี: 25 ถึง 35 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้งพร้อมกับมื้ออาหารเป็นเวลา 7 วัน (ยานอกข้อบ่งใช้)

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคเจียอาร์ไดอาซิส (Giardiasis)

  • อายุน้อยกว่า 18 ปี: 25 ถึง 35 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้งพร้อมกับมื้ออาหารเป็นเวลา 7 วัน (ขนาดยาที่ใช้ในการวิจัย) ยาพาโรโมมัยซินนั้นเป็นอีกทางเลือกในการรักษาโรคเจียอาร์ไดอาซิส โดยทั่วไปมักจะใช้ยาเมโทรนิดาโซล

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคพยาธิตืดแคระ (Hymenolepis nana) หรือ (Dwarf Tapeworm)

  • อายุน้อยกว่า 18 ปี: 45 มก./กก. รับประทานวันละครั้งเป็นเวลา 5-7 วัน (ยานอกข้อบ่งใช้)

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคพยาธิตืดปลา (Diphyllobothrium latum) หรือ (Fish Tapeworm)

  • อายุน้อยกว่า 18 ปี: 11 มก./กก. รับประทานทุกๆ 15 นาทีเป็นจำนวน 4 ครั้ง (ยานอกข้อบ่งใช้)

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคพยาธิตืดสุนัข (Dipylidium caninum) หรือ (Dog Tapeworm)

  • อายุน้อยกว่า 18 ปี: 11 มก./กก. รับประทานทุกๆ 15 นาทีเป็นจำนวน 4 ครั้ง (ยานอกข้อบ่งใช้)

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคพยาธิตืดวัว (Taenia saginata) หรือ (beef tapeworm)

  • อายุน้อยกว่า 18 ปี: 11 มก./กก. รับประทานทุกๆ 15 นาทีเป็นจำนวน 4 ครั้ง (ยานอกข้อบ่งใช้)

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคพยาธิตืดหมู (Taenia solium) หรือ (pork tapeworm)

  • อายุน้อยกว่า 18 ปี: 11 มก./กก. รับประทานทุกๆ 15 นาทีเป็นจำนวน 4 ครั้ง (ยานอกข้อบ่งใช้)

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 27, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 27, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย