ฟลาโวเซท (Flavoxate)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ฟลาโวเซท (Flavoxate) Brand Name(s): ฟลาโวเซท (Flavoxate), ยาฟลาโวเซท (Flavoxate), ยาฟลาโวเซท (Flavoxate) และ ฟลาโวเซท (Flavoxate).

ข้อบ่งใช้

ยา ฟลาโวเซทใช้สำหรับ

การใช้ยา ฟลาโวเซท (Flavoxate) เพื่อรักษาอาการที่กระเพาะปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะบางชนิด ยา ฟลาโวเซท เป็นยาคลายกล้ามเนื้อ ยานี้ออกฤทธิ์โดยคลายกล้ามเนื้อในกระเพาะปัสสาวะ ยาฟลาโวเซทช่วยลดอาการของการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ต้องการปัสสาวะทันทีทันใด การไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ และอาการปวดกระเพาะปัสสาวะ ไม่ใช้ยานี้เพื่อรักษาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้นกับกระเพาะปัสสาวะ เช่น การติดเชื้อหรืออักเสบที่ท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ หรือต่อมลูกหมาก

วิธีการใช้ยา ฟลาโวเซท

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์สั่ง ปกติรับประทานวันละ 3 ถึง 4 ครั้ง รับประทานยานี้พร้อมอาหาร หากมีอาการท้องไส้ปั่นป่วน

ขนาดยาขึ้นอยู่กับโรค และการตอบสนองต่อการรักษา แพทย์อาจแนะนำให้เริ่มรับประทานยานี้ในปริมาณต่ำเมื่ออาการดีขึ้น ระยะเวลาในการรับประทานยาขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค
อย่าเพิ่มขนาดยา หรือรับประทานยาบ่อยขึ้น โดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ โรคจะไม่ได้หายดีไวขึ้น และความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น แจ้งให้แพทย์ทราบหากยังคงมีอาการหรืออาการแย่ลง

การเก็บรักษายา ฟลาโวเซท

คุณควรเก็บยาฟลาโวเซทไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บยาฟลาโวเซทไว้ให้ห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาฟลาโวเซทแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนหีบห่อของผลิตภัณฑ์ หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาฟลาโวเซทลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่คุณได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา ฟลาโวเซท

ก่อนจะใช้ยา ฟลาโวเซท ต้องมีการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชก่อนการใช้ยา เพราะหากคุณเป็นโรคบางชนิดไม่ควรใช้ยานี้ หากคุณมีอาการ กระเพาะอาหารหรือลำไส้อุดตัน เช่น การอุดตันที่กระเพาะอาหารส่วนปลาย หรือลำไส้เล็กส่วนต้น รวมถึงลำไส้ไม่ทำงาน มีเลือดออกในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ กระเพาะปัสสาวะอุดตัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติความเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคหัวใจ เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคตาบางชนิด เช่น ต้อหิน โรคไต โรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อบางชนิด เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ต่อมลูกหมากโต ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้เช่นการติดเชื้อ กรดไหลย้อน ท้องผูกเรื้อรัง ลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (hyperthyroidism) ยานี้อาจทำให้คุณวิงเวียนศีรษะ หลีกเลี่ยงการขับรถ ใช้เครื่องจักรหรือทำกิจกรรมใดๆ ที่จำเป็นต้องอาศัยความตื่นตัว จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญงดการดื่มแอลกอฮอล์

ยานี้ช่วยลดเหงื่อออก เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการตอบสนองของร่างกายมีความร้อนมากเกินไป ฮีทสโตรก หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ทีอากาศร้อน ห้องซาวน่า รวมถึงออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงอื่นๆ ผู้สูงอายุอาจตอบสนองต่อผลข้างเคียงมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะอาการวิงเวียนศีรษะ (มักจะเป็นตอนยืนขึ้น) ง่วงซึม ท้องผูก มีปัญหาในการปัสสาวะหรือมึนงง อาการมึนงงห ง่วงซึมรือวิงเวียนศีรษะอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะสะดุดล้ม

อย่าใช้ยานี้ระหว่างตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและข้อดีไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่ายานี้ซึมเข้าสู่น้ำนม ปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาฟลาโวเซทระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เป็นประจำเพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนรับประทานยาฟลาโวเซท อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาฟลาโวเซทจัดเป็นยาที่มีความเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท C

ต่อไปนี้คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา:

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่เสี่ยง (อ้างอิงจากงานวิจัยบางงาน)
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานเกี่ยวกับความเสี่ยงโดยตรง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากยาฟลาโวเซท

คุณอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง ปวดศีรษะ ง่วงซึม วิงเวียนศีรษะ มองเห็นไม่ชัดเจนและกระวนกระวาย หากยังคงมีอาการอยู่หรืออาการแย่ลง แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที เพื่อบรรเทาอาการปากแห้ง การอมลูกกวาด และควรเลือกลูกกวาดที่ไม่มีน้ำตาลหรือน้ำตาลก้อนเล็กๆ เคี้ยวหมากฝรั่ง ดื่มน้ำหรือใช้สารให้ความหวานน้ำตาล สามารถช่วยบรรเทาอาการปากแห้งได้

เพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องผูก รับประทานอาหารที่มีเส้นใยเพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และออกกำลังกาย หากคุณท้องผูก ปรึกษาเภสัชกรเพื่อเลือกยาระบาย เช่น ยาระบายที่ช่วยให้อุจจาระนิ่ม (stimulant-type with stool softener)

ระลึกไว้ว่าแพทย์ได้จ่ายยานี้เนื่องจากเขาได้ตัดสินใจแล้วว่า นี่จะมีประโยชน์ต่อคุณ มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผลข้างเคียง หลายคนใช้ยานี้แล้วไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่รุนแรงเหล่านี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์เช่นรู้สึกสับสน ปวดตา

แจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นน้อยครั้งแต่รุนแรงมากเหล่านี้ ได้แก่ เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็วหรืออย่างหนัก สัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เป็นไข้หรือเจ็บคอเป็นระยะเวลานาน กระเพาะอาหารหรือลำไส้อุดตัน เช่น คลื่นไส้หรืออาเจียนเป็นระยะเวลานาน ท้องผูกเป็นระยะเวลานาน ปัสสาวะลำบาก หรือรู้สึกเจ็บเมื่อปัสสาวะ

ไม่ค่อยมีอาการแพ้ยาที่รุนแรงเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม เข้ารับการรักษาทันที หากคุณสังเกตเห็นอาการแพ้ ได้แก่ ผื่น คันผิวหรือผิวบวม โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง มีปัญหาเรื่องการหายใจ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ไม่ควรใช้ยานี้กับยาแพรมลินไทด์ (pramlintide) เพราะอาจเกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงขึ้น หากคุณใช้ยาดังกล่าวอยู่ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนเริ่มใช้ยาฟลาโวเซท ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณอาจใช้ ไม่ว่าจะเป็นยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่ซื้อรับประทานเอง และสมุนไพร กับแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะยากลุ่ม Anticholinergic Drug เช่น

  • ยาอะโทรปีน (atropine)
  • ยากลุ่มเบลลาดอนนา อัลคาลอยด์ (belladonna alkaloid)
  • ยาสโคโปลามีน (scopolamine)
  • ยาเบนซ์โทรปีน (benztropine)
  • ยาไตรเฮกซิเฟนิดิล (trihexyphenidyl)
  • ยาคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เช่น ยาคลินิเดียม (clidinium) ยาไดไซโคลมีน (dicyclomine)
  • ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต (bisphosphonate drug) เช่น ยาอะเลนโดรเนท (alendronate) ยาเอทิโดรเนท (etidronate)
    ยาไรซีโดรเนท (risedronate)
  • ยาเม็ดหรือแคปซูลโพแทสเซียม (potassium tablets/capsules)

แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณใช้ยาที่อาจทำให้ง่วงซึม เช่น

  • ยาต้านฮิสตามีน (antihistamine) บางชนิด เช่น ยาไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine)
  • ยานอนหลับหรือยาคลายเครียด เช่น ยาอัลปราโซแลม (alprazolam) ยาไดอะซีแพม (diazepam) ยาโซลพิเดม (zolpidem)
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด เช่น ยาโคเดอีน (codeine)
  • ยารักษาโรคจิตเวช เช่น ยาคลอโปรมาซีน (chlorpromazine) ยาริสเพอริโดน (risperidone) ยาอะมิทริปไทลีน (amitriptyline) ยาทราโซโดน (trazodone)

ตรวจสอบฉลากของยาทั้งหมดที่คุณใช้ เช่น ยาแก้ไอและไข้หวัด เพราะยาเหล่านั้นอาจมีสารที่ทำให้ง่วงซึม ถามเภสัชกรเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างปลอดภัย

ยาฟลาโวเซทอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่นที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ ไม่ว่าจะเป็นยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่ซื้อรับประทานเอง และสมุนไพร และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือหยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนปริมาณยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาฟลาโวเซทอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อถามถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาฟลาโวเซทอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกายอาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลง หรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือโปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งหรือเภสัชกรก่อนใช้ยาฟลาโวเซท

ขนาดยาฟลาโวเซทสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้

รับประทานยา 100 ถึง 200 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน หากอาการดีขึ้นแล้วอาจปรับลดขนาดยาได้

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยที่ปัสสาวะบ่อย

รับประทานยา 100 ถึง 200 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน หากอาการดีขึ้นแล้วอาจปรับลดขนาดยาได้

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยที่ปัสสาวะลำบาก

รับประทานยา 100 ถึง 200 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน หากอาการดีขึ้นแล้วอาจปรับลดขนาดยาได้

ข้อควรระวัง

การใช้ยาฟลาโวเซทอาจทำให้เกิดอาการในผู้ป่วยที่มีปัสสาวะปริมาณน้อย หรือกระเพาะและลำไส้อุดตัน อาการดังกล่าวอาจรวมถึงกระเพาะส่วนปลาย หรือลำไส้เล็กส่วนต้นอุดตัน ลำไส้ไม่ทำงาน หลอดอาหารเกร็งตัว เลือดออกที่กระเพาะและลำไส้หรือทางเดินปัสสาวะอุดตัน

ยาฟลาโวเซทจะทำให้ฤทธิ์ anticholinergic agents ลดลง และผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อหินควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ยาฟลาโวเซทอาจทำให้ง่วงซึมหรือมองเห็นไม่ชัดเจน

ขนาดยาฟลาโวเซทสำหรับเด็ก

ขนาดยาทั่วไปสำหรับเด็กที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้

อายุมากกว่า 12 ปี รับประทานยา 100 ถึง 200 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน หากอาการดีขึ้นแล้วอาจปรับลดขนาดยาได้

ขนาดยาทั่วไปสำหรับเด็กที่ปัสสาวะบ่อย

อายุมากกว่า 12 ปี รับประทานยา 100 ถึง 200 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน หากอาการดีขึ้นแล้วอาจปรับลดขนาดยาได้

ขนาดยาทั่วไปสำหรับผู้ป่วยที่ปัสสาวะลำบาก

อายุมากกว่า 12 ปี รับประทานยา 100 ถึง 200 มิลลิกรัม 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน หากอาการดีขึ้นแล้วอาจปรับลดขนาดยาได้

ข้อควรระวัง

ไม่ได้มีการระบุประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย ที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปี

รูปแบบยาฟลาโวเซท

ยาฟลาโวเซทมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัย หรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 30, 2019 | Last Modified: กรกฎาคม 30, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย