ฟลูติคาโซน โพรพิโอเนต (Fluticasone Propionate)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ฟลูติคาโซน โพรพิโอเนต (Fluticasone Propionate) Brand Name(s): ฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต (Fluticasone Propionate), ฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต (Fluticasone Propionate), ฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต (Fluticasone Propionate) และ ฟลูติคาโซน โพรพิโอเนต (Fluticasone Propionate).

ข้อบ่งใช้

ฟลูติคาโซน โพรพิโอเนต ใช้สำหรับ

ฟลูติคาโซน โพรพิโอเนต (Fluticasone Propionate) เป็นสเตียรอยด์ (Steroids) ช่วยป้องกันสารบางอย่างในร่างกาย ที่ทำให้เกิดอาการอักเสบ มักใช้เพื่อรักษาอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล และอาการน้ำตาไหลและคันที่ดวงตา เนื่องมาจากโรคภูมิแพ้ตามฤดูกาล หรือโรคภูมิแพ้ตลอดปี

วิธีการใช้ยาพ่นจมูก ฟลูติคาโซน โพรพิโอเนต

ควรใช้ยาด้วยความระมัดระวัง ตามที่กำหนดบนฉลากยา หรือตามที่แพทย์กำหนด อย่าใช้ในปริมาณที่มากกว่า หรือน้อยกว่าที่แนะนำ อย่าใช้ยานี้ร่วมกับผู้อื่น แม้ว่าจะมีอาการเดียวกัน หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดสอบถามกับแพทย์หรือเภสัชกร

เด็กที่ใช้ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่

ยานี้มาพร้อมกับวิธีการใช้งานสำหรับผู้ป่วย เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ และวิธีการเตรียมเครื่องพ่นยา

ก่อนการใช้ยาครั้งแรก ควรเตรียมเครื่องพ่นจมูก ด้วยการเขย่าขวดยาให้ดี และทดลองพ่นในอากาศ 6 ครั้ง หันยาออกจากใบหน้า จนเห็นเป็นฝอยละออง

หากคุณเปลี่ยนจากยาสเตียรอยด์อื่น มาใช้ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต ไม่ควรหยุดใช้ยาสเตียรอยด์อื่นในทันที เพราะจะทำให้เกิดอาการถอนยาที่ไม่พึงประสงค์ ปรึกษาแพทย์สำหรับวิธีการลดขนาดยาสเตียรอยด์ ก่อนหยุดใช้อย่างสมบูรณ์

อาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่อาการจะดีขึ้น ควรใช้ยาตามกำหนด และแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการไม่ดีขึ้น หลังจากรักษาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์

การเก็บรักษายาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต

ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาพ่นจมูก ฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต

ก่อนใช้ยานี้มีข้อมูลที่ควรทราบดังนี้

  • ไม่ควรใช้ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต หากคุณแพ้ยานี้
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเพิ่งมีการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดที่จมูก
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่ายาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต ไม่ทำให้เกิดผลที่อันตรายกับจมูก หรือไซนัสของคุณ แพทย์อาจจำเป็นต้องมีการตรวจตามอาการเป็นประจำ
  • ยาพ่นจมูก ฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณอ่อนแอลงได้ ทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อ หรือทำให้การติดเชื้อที่คุณเป็นอยู่แย่ลง แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับอาการป่วย หรืออาการติดเชื้อที่คุณเพิ่งเป็น ในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ยาสเตียรอยด์อาจเพิ่มระดับของน้ำตาลกลูโคสในเลือดหรือปัสสาวะ คุณอาจจำเป็นต้องปรับขนาดยาสำหรับโรคเบาหวาน
  • ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า ยาพ่นจมูก ฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต นั้นทำอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่ อย่าใช้ยานี้โดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ หากคุณกำลังตั้งครรภ์ หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์
  • ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตนั้นสามารถส่งต่อผ่านทางน้ำนม หรือทำอันตรายต่อการให้นมบุตรได้หรือไม่ อย่าใช้ยานี้โดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ หากคุณกำลังให้นมบุตร
  • ยาสเตียรอยด์อาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตในเด็ก แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอัตราการเจริญเติบโตของลูกคุณขณะที่กำลังใช้ยานี้ ไม่อยู่ในระดับปกติ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C จัดโดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนต

ผลข้างเคียงทั่วไปมีดังนี้

  • เลือดกำเดาไหลในระดับเบา
  • แสบร้อนหรือคันที่ในจมูก
  • มีแผลหรือรอยสีขาวด้านในและรอบๆ จมูก
  • ไอ
  • หายใจติดขัด
  • ปวดหัว
  • ปวดหลัง
  • ปวดไซนัส (Sinus)
  • เจ็บคอ
  • เป็นไข้
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน

ติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการดังนี้

  • มีเลือดกำเดาไหลที่รุนแรง หรือไหลไม่หยุด
  • หายใจมีเสียงดัง
  • น้ำมูกไหล
  • ตกสะเก็ดรอบๆ รูจมูก
  • มีรอยแดง แผล หรือรอยสีขาวภายในปาก หรือลำคอ
  • เป็นไข้
  • หนาวสั่น
  • อ่อนแรง
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • มีอาการของไข้หวัดใหญ่
  • มีแผลที่ไม่ยอมหาย
  • มองเห็นไม่ชัด
  • ปวดตา
  • มองเห็นรัศมีรอบ ๆ แสงไฟ

รับการรักษาในทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตอาจเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังใช้

  • ยาต้านเชื้อรา
  • ยาต้านเชื้อไวรัสเพื่อรักษาโรคตับอักเสบซี (hepatitis C) หรือเอชไอวี/เอดส์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตอาจมีปฏิกิริยากับอาหาร หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โดยเฉพาะหากคุณเป็น

  • วัณโรคหรือมีการติดเชื้อหรืออาการป่วยอื่นๆ
  • โรคต้อหินหรือต้อกระจก
  • โรคตับ
  • ติดเชื้อไวรัสเริมที่ดวงตา
  • มีแผลภายในจมูก

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตสำหรับผู้ใหญ่

จมูกอักเสบ (Rhinitis)

  • ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตฟูโรเอต พ่นยา 2 ครั้ง (27.5 ไมโครกรัม/ครั้ง) เข้ารูจมูกทั้งสองข้างวันละครั้ง เมื่อได้รับประโยชน์จากยาสูงสุด และควบคุมอาการได้แล้ว ให้ลดขนาดยาลงมาที่ 55 ไมโครกรัม (พ่นยา 1 ครั้งเข้ารูจมูกแต่ละข้าง) วันละครั้ง
  • ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตโพรพิโอเนต พ่นยา 1 หรือ 2 ครั้ง (50 ไมโครกรัม/ครั้ง) เข้ารูจมูกทั้งสองข้างวันละครั้ง เท่าที่จำเป็น
  • การใช้งาน เพื่อรักษาอาการของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ตามฤดูกาลและโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ตลอดปี
  • ขนาดยาปกติของยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตคือพ่นยา 1 หรือ 2 ครั้งเข้ารูจมูกทั้งสองข้างวันละครั้ง

ขนาดยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตสำหรับเด็ก

จมูกอักเสบ (Rhinitis)

อายุ 2 ถึง 11 ปี

  • ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตฟูโรเอต พ่นยา 2 ครั้ง (27.5 ไมโครกรัม/ครั้ง) เข้ารูจมูกทั้งสองข้างวันละครั้ง

อายุ 4 ถึง 11 ปี

  • ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตโพรพิโอเนต พ่นยา 1 ครั้ง (50 ไมโครกรัม/ครั้ง) เข้ารูจมูกทั้งสองข้างวันละครั้ง

อายุ 12 ปีขึ้นไป

  • ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตฟูโรเอต พ่นยา 2 ครั้ง (27.5 ไมโครกรัม/ครั้ง) เข้ารูจมูกทั้งสองข้างวันละครั้ง
  • ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตโพรพิโอเนต พ่นยา 1 หรือ 2 ครั้ง (50 ไมโครกรัม/ครั้ง) เข้ารูจมูกทั้งสองข้างวันละครั้งเท่าที่จำเป็น

ยาพ่นจมูกฟลูติคาโซนโพรพิโอเนตฟูโรเอต

  • เด็กที่อายุระหว่าง 2 ถึง 11 ปีและไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอต่อยาขนาด 55 ไมโครกรัม อาจใช้ยาขนาด 110 ไมโครกรัม (พ่นยา 2 ครั้งเข้ารูจมูกทั้งสองข้าง) วันละครั้ง
  • เมื่อได้รับประโยชน์จากยาสูงสุดและควบคุมอาการได้แล้วให้ลดขนาดยาลงมาที่ 55 ไมโครกรัม (พ่นยา 1 ครั้งเข้ารูจมูกทั้งสองข้าง) วันละครั้ง

การใช้งาน เพื่อรักษาอาการของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ตามฤดูกาลและโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ตลอดปี

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • 27.5 ไมโครกรัม/ครั้ง การกระตุ้น (ยาวีรามิสท์ [Veramyst] [ยาระงับการขาย] ยาบรรเทาอาการแพ้ฟลอเนส เซนซิมิสท์ [Flonase Sensimist] [หาซื้อได้เอง])
  • 50 ไมโครกรัม/ครั้งการกระตุ้น (ยาบรรเทาอาการแพ้ฟลอเนส [หาซื้อได้เอง] สเปรย์คลาริ (ClariSpray) [หาซื้อได้เอง])

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: สิงหาคม 1, 2019 | Last Modified: สิงหาคม 1, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย