ฟลูนิโซไลด์ (Flunisolide)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ฟลูนิโซไลด์ (Flunisolide) Brand Name(s): ฟลูนิโซไลด์ (Flunisolide), ฟลูนิโซไลด์ (Flunisolide), ฟลูนิโซไลด์ (Flunisolide) และ ฟลูนิโซไลด์ (Flunisolide).

ข้อบ่งใช้

ฟลูนิโซไลด์ ใช้สำหรับ

ฟลูนิโซไลด์ (Flunisolide) มักใช้เพื่อป้องกันและรักษาอาการของโรคภูมิแพ้ตามฤดูกาล และโรคภูมิแพ้ตลอดปี (year-round allergy) เช่น อาการคัดจมูกหรือน้ำมูกไหล คันที่ดวงตา จมูก หรือลำคอ   ยาฟลูนิโซไลด์นั้นอยู่ในกลุ่มของยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) ทำงานโดยการช่วยลดอาการบวม (อักเสบ) ภายในโพรงจมูก

วิธีการใช้ยาฟลูนิโซไลด์

อาจเกิดอาการจมูกหรือลำคอแห้งหรือระคายเคืองชั่วคราว ไอ เลือดกำเดาไหล จาม และมีรสชาติหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดอาการรสชาติหรือกลิ่น หรืออาการปวดหรือแผลภายในจมูกที่หายากแต่รุนแรง

ในบางกรณีซึ่งเกิดขึ้นยาก ยาพ่นจมูก คอร์ติโคสเตียรอยด์ อาจซึมเข้าสู่กระแสเลือด และอาจนำไปสู่ภาวะคอร์ติโคสเตียรอยด์มากเกินไป ผลข้างเคียงนี้มักจะเกิดในเด็ก และผู้ที่ใช้ยาเป็นเวลานาน และใช้ยาในขนาดสูง แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้ ได้แก่ เหนื่อยล้าอย่างผิดปกติหรือเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง น้ำหนักลด ปวดหัว มีอาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า กระหายน้ำเพิ่มขึ้นหรือปัสสาวะเพิ่มขึ้น การมองเห็นมีปัญหา

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์อาจทำให้ความสามารถในการต่อสู้กับการติดเชื้อลดลงได้และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรง จนอาจถึงแก่ชีวิตได้ หรือทำให้อาการติดเชื้อที่คุณเป็นอยู่นั้นรุนแรงขึ้น ผลนี้ในนานๆ ครั้งยังอาจเกิดขึ้นกับยาพ่นจมูกคอร์ติโคสเตียรอยด์ เช่น ยาฟลูนิโซไลด์ ความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นหากคุณใช้ยาในขนาดสูง โดยเฉพาะหากใช้เป็นเวลานาน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น ปวดหู เจ็บคอบ่อยครั้ง เป็นไข้ หนาวสั่น มีรอยสีขาวในจมูกหรือในลำคอด้านหลัง

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

การเก็บรักษายา ฟลูนิโซไลด์

ยาฟลูนิโซไลด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยา ฟลูนิโซไลด์ บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาฟลูนิโซไลด์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาฟลูนิโซไลด์

ก่อนใช้ยาฟลูนิโซไลด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคต้อหินหรือโรคต้อกระจก การติดเชื้อ รวมถึงวัณโรค เพิ่งมีปัญหาเกี่ยวกับจมูก เช่น การบาดเจ็บ แผล หรือผ่าตัด

ควรหลีกเลี่ยงการติดต่อผู้มีอาการติดเชื้อที่สามารถแพร่สู่ผู้อื่นได้ เช่น โรคอีสุกอีใส โรคหัด หรือไข้หวัดใหญ่ ปรึกษาแพทย์หากคุณมีการเปิดรับเชื้อเมื่อเร็วๆ นี้ หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

ในนานๆ ครั้ง การใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เป็นเวลานาน อาจทำให้ร่างกายตอบสนองต่อความตึงเครียดทางกายภาพได้ยากขึ้น ดังนั้น ก่อนการผ่าตัดหรือการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน หรือหากคุณเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บอย่างรุนแรง โปรดแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยานี้หรือเคยใช้ยานี้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ

แม้ว่าจะไม่ค่อยเกิดขึ้น แต่ยานี้อาจชะลอการเจริญเติบโตของเด็กได้ หากใช้ในเวลานาน ผลต่อส่วนสูงสุดท้ายในวัยผู้ใหญ่นั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด โปรดไปหาแพทย์เป็นประจำ เพื่อตรวจวัดส่วนสูงของลูกคุณ

ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ในบางกรณี ซึ่งเกิดขึ้นได้ยาก ทารกที่เกิดจากแม่ที่ใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ รวมถึงยาฟลูนิโซไลด์เป็นเวลานานอาจมีระดับของฮอร์โมนคอร์ติโคสเตียรอยด์ต่ำ แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณสังเกตเห็นอาการในทารกแรกเกิด เช่น คลื่นไส้อาเจียนบ่อยครั้ง ท้องร่วงอย่างรุนแรง หรืออ่อนแรง โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยากับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยาพ่น ฟลูนิโซไลด์ นั้นสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ แต่ยาที่คล้ายกันนั้นสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาฟลูนิโซไลด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาฟลูนิโซไลด์

อาจเกิดอาการจมูกหรือลำคอแห้งหรือระคายเคืองชั่วคราว ไอ เลือดกำเดาไหล จาม และมีรสชาติหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดอาการรสชาติิ กลิ่น หรืออาการปวดหรือแผลภายในจมูก ที่หายากแต่รุนแรง

ในกรณีหายากอย่าง ยาพ่นจมูกคอร์ติโคสเตียรอยด์อาจซึมเข้าสู่กระแสเลือด และอาจนำไปสู่ภาวะคอร์ติโคสเตียรอยด์มากเกินไป ผลข้างเคียงนี้มักจะเกิดในเด็กและผู้ที่ใช้ยาเป็นเวลานานและใช้ยาในขนาดสูง แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้คือ เหนื่อยล้าอย่างผิดปกติหรือเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง น้ำหนักลด ปวดหัว มีอาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า กระหายน้ำเพิ่มขึ้นหรือปัสสาวะเพิ่มขึ้น การมองเห็นมีปัญหา

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์อาจทำให้ความสามารถในการต่อสู้กับการติดเชื้อลดลงได้ และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงจนอาจถึงแก่ชีวิต หรือทำให้อาการติดเชื้อที่คุณเป็นอยู่นั้นรุนแรงขึ้น ผลนี้ยังอาจเกิดขึ้นกับยาพ่นจมูกคอร์ติโคสเตียรอยด์ เช่น ยาฟลูนิโซไลด์ แต่ค่อนข้างพบได้ยาก ความเสี่ยงนี้จะเพิ่มขึ้นหากคุณใช้ยาในขนาดสูง โดยเฉพาะหากใช้เป็นเวลานาน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น ปวดหู เจ็บคอบ่อยครั้ง เป็นไข้ หนาวสั่น มีรอยสีขาวในจมูก หรือในลำคอด้านหลัง

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยา ฟลูนิโซไลด์ อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาฟลูนิโซไลด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาฟลูนิโซไลด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาฟลูนิโซไลด์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

  • ขนาดยาเริ่มต้น พ่นยา 2 ครั้งเข้าในรูจมูกแต่ละข้าง วันละ 2 ครั้ง
  • หากจำเป็น อาจเพิ่มเป็นพ่นยา 2 ครั้งเข้าในรูจมูกแต่ละข้าง วันละ 3 ครั้ง
  • ขนาดยาโดยรวมสูงสุดไม่ควรเกินพ่นยา 8 ครั้ง ในรูจมูกแต่ละข้าง

การปรับขนาดยา

ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หลังจากได้รับผลทางการแพทย์ที่ต้องการ ควรลดขนาดยาปกติมาที่ขนาดยาที่น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อควบคุมอาการ ประมาณ 15% ของผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบตลอดเวลา อาจรักษาระดับของขนาดยาพ่นยา 1 ครั้ง เข้าในรูจมูกแต่ละข้าง

คำแนะนำอื่นๆ

การจะได้รับประโยชน์ในการรักษาสูงสุดจากการพ่นยา จำเป็นต้องใช้ยาเป็นประจำ และมักจะเห็นได้ชัดภายในเวลาไม่กี่วัน แต่ผู้ป่วยบางราย อาจจำเป็นต้องรักษาเป็นเวลานานเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุด นานถึง 3 สัปดาห์ หากไม่มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในเวลานั้น ควรหยุดใช้ยานี้

ขนาดยาฟลูนิโซไลด์สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

อายุ 6 ถึง 14 ปี

  • ขนาดยาเริ่มต้น พ่นยา 1 ครั้งเข้าในรูจมูกแต่ละข้าง วันละ 3 ครั้ง หรือพ่นยา 2 ครั้งเข้าในรูจมูกแต่ละข้าง วันละ 2 ครั้ง
  • ขนาดยาโดยรวมสูงสุดไม่ควรเกินพ่นยา 4 ครั้งในรูจมูกแต่ละข้าง

อายุ 14 ปีขึ้นไป

  • ขนาดยาเริ่มต้น พ่นยา 2 ครั้งเข้าในรูจมูกแต่ละข้าง วันละ 2 ครั้ง
  • หากจำเป็น อาจเพิ่มเป็นพ่นยา 2 ครั้งเข้าในรูจมูกแต่ละข้าง วันละ 3 ครั้ง
  • ขนาดยาโดยรวมสูงสุดไม่ควรเกินพ่นยา 8 ครั้งในรูจมูกแต่ละข้าง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาพ่นจมูก

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม:

แหล่งที่มา

Review Date: สิงหาคม 14, 2019 | Last Modified: สิงหาคม 14, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย