มอนเทลูคาสท์ (Montelukast)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: มอนเทลูคาสท์ (Montelukast) Brand Name(s): มอนเทลูคาสท์ (Montelukast).

ข้อบ่งใช้

ยามอนเทลูคาสท์ใช้สำหรับ

ยามอนเทลูคาสท์ (Montelukast) ใช้เป็นประจำ เพื่อป้องกันอาการหายใจมีเสียงหวีด (wheezing) และอาการหายใจไม่อิ่ม (shortness of breath) เนื่องจากโรคหอบหืด และลดอาการจับหืด ยามอนเทลูคาสท์นั้นยังใช้ก่อนการออกกำลังกาย เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการหายใจขณะการออกกำลังกาย หรืออาการหลอดลมหดตัว (bronchospasm) ยานี้จะช่วยลดจำนวนครั้งที่คุณจะต้องใช้ยาสูดกู้ชีวิต นอกจากนี้ยังใช้เพื่อบรรเทาอาการของไข้ละอองฟาง (hay fever) และโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis) เช่น อาการจาม จมูกอุดตัน น้ำมูกไหล หรือคัน

ยานี้ไม่ได้ออกฤทธิ์ในทันที และไม่ควรใช้เพื่อรักษาอาการจับหืดเฉียบพลันหรือปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอื่นๆ

ยานี้ทำงานโดยการยับยั้งสารที่ร่างกายสร้างขึ้นบางชนิด อย่างลิวโคทรีน (Leukotriene) ที่อาจทำให้เกิดโรคหอบและภูมิแพ้ หรือทำให้อาการแย่ลง ยานี้ทำให้หายใจได้สะดวกมากขึ้น โดยการลดอาการบวม (อักเสบ) ที่ทางเดินหายใจ

วิธีการใช้ยามอนเทลูคาสท์

รับประทานยาพร้อมกับอาหาร หรือแยกต่างหาก ตามที่แพทย์กำหนด ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา หากคุณใช้ยาเม็ดสำหรับเคี้ยว ควรเคี้ยวให้ละเอียดก่อน จึงค่อยกลืนยา หากเด็กไม่สามารถเคี้ยว และกลืนยาได้อย่างปลอดภัย ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรสำหรับคำแนะนำ

รับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน หากคุณใช้เพื่อรักษาโรคหอบหืด หรือสำหรับทั้งโรคหอบหืดและโรคภูมิแพ้ ควรรับประทานยาในตอนเย็น หากคุณใช้ยามอนเทลูคาสท์เพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้เพียงอย่างเดียว สามารถรับประทานยาในตอนเช้าหรือตอนเย็น

หากคุณใช้ยาเพื่อป้องกันปัญหาในการหายใจขณะออกกำลังกาย ควรรับประทานยาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย อย่ารับประทานยามากกว่า 1 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมง และอย่ารับประทานยาก่อนออกกำลังกายอีก ถ้าคุณกินยาเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว สำหรับโรคหอบหืดหรือโรคภูมิแพ้ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงได้

อย่าเพิ่มขนาดยา หรือหยุดใช้ยา โดยไม่ปรึกษากับแพทย์ ควรใช้ยาเป็นประจำ เพื่อควบคุมโรคหอบหืด แม้จะอยู่ในช่วงที่มีอาการจับหืดเฉียบพลัน หรือในช่วงที่ไม่มีอาการของโรคหอบหืดเลยก็ตาม ควรใช้ยาอื่นสำหรับโรคหอบหืดที่แพทย์กำหนดต่อไป ยานี้จะทำงานเมื่อเวลาผ่านไป และไม่ได้ใช้เพื่อบรรเทาอาการจับหืดเฉียบพลัน ดังนั้น หากเกิดอาการจับหืดเฉียบพลัน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอื่นๆ ควรใช้ยาแบบสูดที่ออกฤทธิ์เร็วที่แพทย์กำหนด ควรพกยาแบบสูดที่ออกฤทธิ์เร็วติดตัวไว้เสมอ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

รับการรักษาพยาบาลในทันที หากอาการของโรคหอบหืดแย่ลง และยาแบบสูดที่ออกฤทธิ์เร็วไม่ช่วยให้ดีขึ้น แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากอาการของโรคหอบหืด ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ อาการแพ้ และจำนวนครั้งที่คุณต้องใช้ยาสูดกู้ชีวิตเพิ่มขึ้นหรือแย่ลง

การเก็บรักษายามอนเทลูคาสท์

ยามอนเทลูคาสท์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยามอนเทลูคาสท์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยามอนเทลูคาสท์ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยามอนเทลูคาสท์

ก่อนใช้ยามอนเทลูคาสท์

  • แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ยามอนเทลูคาสท์หรือยาอื่นๆ
  • แจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาที่คุณกำลังใช้ หรือตั้งใจจะใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพร โดยเฉพาะยาฟีโนบาร์บิทัล (phenobarbital) และยาไรแฟมพิน (rifampin) อย่างไรฟาดิน (Rifadin) หรือไรแมคเทน (Rimactane) แพทย์อาจต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือเฝ้าระวังผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเป็นหรือเคยเป็นโรคตับ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ขณะใช้ยามอนเทลูคาสท์ ให้ติดต่อแพทย์ทันที
  • คุณควรทราบว่า สุขภาพจิตของคุณนั้นอาจเกิดการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่อาจคาดการณ์การณ์ได้ ขณะที่คุณกำลังใช้ยามอนเทลูคาสท์ ควรติดต่อแพทย์ในทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้คือ อยู่ไม่สุข มีพฤติกรรมก้าวร้าว วิตกกังวล หงุดหงิด มีความฝันที่ผิดปกติ เกิดภาพหลอน (มองเห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่มีอยู่) ซึมเศร้า นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย เดินละเมอ มีความคิดหรือพยายามที่จะฆ่าตัวตาย สั่นเทา (อาการสั่นที่ที่ไม่สามารถควบคุมได้ที่ส่วนหนึ่งในร่างกาย) แพทย์จะพิจารณาว่าควรใช้ยามอนเทลูคาสท์ต่อหรือไม่
  • หากคุณเป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (phenylketonuria) ซึ่งเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ และจำเป็นต้องรับประทานอาหารแบบพิเศษ เพื่อป้องกันภาวะปัญญาอ่อน ควรทราบไว้ว่ายาเม็ดแบบเคี้ยวอาจมีสารให้ความหวาน (aspartame) ที่ทำให้เกิดฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine)

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะบ่งชี้ความเสี่ยงของการใช้ยานี้ ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์ เพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยามอนเทลูคาสท์

รับการรักษาในทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ติดต่อแพทย์ในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้

  • ผื่นผิวหนัง รอยช้ำ เป็นเหน็บ ชา ปวด หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างรุนแรง
  • จิตใจหรือพฤติกรรมมีการเปลี่ยนแปลง วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง
  • สั่นเทา
  • มีรอยช้ำได้ง่าย เลือดออกอย่างผิดปกติ (จมูก ปาก ช่องคลอด หรือทวาร) มีจุดสีม่วงหรือแดงใต้ผิวหนัง
  • ไซนัสมีอาการปวด บวม หรือระคายเคืองอย่างรุนแรง
  • อาการของโรคหอบหืดแย่ลง
  • ปฏิกิริยาของผิวที่รุนแรง — เป็นไข้ เจ็บคอ บวมที่ใบหน้าหรือลิ้น แสบร้อนที่ดวงตา เจ็บผิว ตามด้วยผดผื่นสีแดงหรือสีม่วงที่ผิวหนังที่แพร่กระจาย (โดยเฉพาะที่ใบหน้าหรือร่างกายส่วนบน) และทำให้เกิดแผลพุพองหรือผิวลอก

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

  • ปวดหัว
  • ปวะกระเพาะ แสบร้อนกลางอก ท้องไส้ปั่นป่วน คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดฟัน
  • รู้สึกเหนื่อย
  • เป็นไข้ คัดจมูก เจ็บคอ ไอ เสียงแหบ
  • มีผดผื่นในระดับเบา

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยามอนเทลูคาสท์อาจเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่าง ๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ โดยเฉพาะ

  • โคลซาปีน (Clozapine)
  • โคบิซิสแตท (Cobicistat)
  • นิโลตินิบ (Nilotinib)
  • พิกแซนโทรน (Pixantrone)
  • เจมไฟโบรซิล (Gemfibrozil)
  • เพรดนิโซโลน (Prednisone)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยามอนเทลูคาสท์อาจมีปฏิกิริยากับอาหาร หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ โดยเฉพาะ

  • น้ำเกรฟฟรุต

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยามอนเทลูคาสท์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงอาการโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะถ้าคุณ

  • มีอาการแพ้ยาแอสไพริน
  • มีอาการแพ้ต่อยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drugs) เช่น เซเลโคซิบ (celecoxib) ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) นาพรอกเซน (naproxen) แอดวิล (Advil®) อะลีฟ (Aleve®) หรือมอทริน (Motrin®) — ควรหลีกเลี่ยงยาแอสไพริน หรือยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ต่อไป ขณะที่ใช้ยานี้
  • เป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (Phenylketonuria) — ยาเม็ดแบบเคี้ยวนั้นมีสารให้ความหวานแทนน้ำตาล (aspartame) ซึ่งสามารถทำให้อาการแย่ลงได้

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยามอนเทลูคาสท์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis)

  • 10 มก. รับประทานวันละครั้ง สำหรับโรคหอบหืด ควรรับประทานยาในตอนเย็น สำหรับโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ เวลาในการให้ยานั้น ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ส่วนแต่ละราย ผู้ป่วยที่เป็นทั้งโรคหอบหืดและโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ควรใช้ยาแค่ครั้งเดียวในตอนเย็น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคหอบหืด – ประคับประคอง

  • 10 มก. รับประทานวันละครั้ง สำหรับโรคหอบหืดควรรับประทานยาในตอนเย็น สำหรับโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ เวลาในการให้ยานั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ส่วนแต่ละราย ผู้ป่วยที่เป็นทั้งโรคหอบหืดและโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ควรใช้ยาแค่ครั้งเดียวในตอนเย็น

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันอาการหลอดลมหดตัว (Bronchospasm)

  • 10 มก. รับประทานอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย ไม่ควรรับประทานยาเพิ่มเติมภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากรับยาครั้งก่อน ผู้ป่วยที่เคยใช้ยามอนเทลูคาสท์เป็นประจำทุกวันสำหรับโรคอื่น (รวมถึงโรคหอบหืดเรื้อรัง) ไม่ควรใช้ยาเพิ่มเติม ในการป้องกันอาการหลอดลมหดตัว เนื่องจากการออกกำลังกาย ผู้ป่วยทุกรายควรมีเบต้า 2 อะโกนิสท์ (beta 2 agonist) แบบออกฤทธิ์เร็วไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน
  • ยังไม่มีการพิสูจน์ว่า การใช้ยามอนเทลูคาสท์เป็นประจำทุกวัน เพื่อรักษาโรคหอบหืดเรื้อรังนั้น สามารถป้องกันอาการหลอดลมหดตัวเนื่องจากการออกกำลังกาย ที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันได้

ขนาดยามอนเทลูคาสท์สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis):

อายุ 15 ปีขึ้นไปที่เป็นโรคหอบหรือโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้

  • 10 มก. รับประทานวันละครั้ง

อายุ 6 ปี ถึง 14 ปีที่เป็นโรคหอบหรือโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้

  • ยาเม็ดแบบเคี้ยว 5 มก. รับประทานวันละครั้ง

อายุ 2 ปี ถึง 5 ปีที่เป็นโรคหอบหรือโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้

  • ยาเม็ดแบบเคี้ยว 4 มก. หรือยาเม็ดเล็ก 4 มก. รับประทานวันละครั้ง

อายุ 1 ปี ถึง 2 ปีที่เป็นโรคหอบ

  • ยาเม็ดเล็ก 4 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเย็น

อายุ 6 เดือน ถึง 23 เดือนที่เป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ตลอดทั้งปี

  • ยาเม็ดเล็ก 4 มก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคหอบหืด – ประคับประคอง

อายุ 15 ปีขึ้นไปที่เป็นโรคหอบหรือโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้

  • 10 มก. รับประทานวันละครั้ง

อายุ 6 ปี ถึง 14 ปีที่เป็นโรคหอบหรือโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้

  • ยาเม็ดแบบเคี้ยว 5 มก. รับประทานวันละครั้ง

อายุ 2 ปี ถึง 5 ปีที่เป็นโรคหอบหรือโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้

  • ยาเม็ดแบบเคี้ยว 4 มก. หรือยาเม็ดเล็ก 4 มก. รับประทานวันละครั้ง

อายุ 1 ปี ถึง 2 ปีที่เป็นโรคหอบ

  • ยาเม็ดเล็ก 4 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเย็น

อายุ 6 เดือน ถึง 23 เดือนที่เป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ตลอดทั้งปี:

  • ยาเม็ดเล็ก 4 มก. รับประทานวันละครั้ง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาป้องกันอาการหลอดลมหดตัว (Bronchospasm)

15 ปีขึ้นไป

  • 10 มก. รับประทานอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย

6 ปี ถึง 14 ปี

  • 5 มก. รับประทานยาเม็ดแลลเคี้ยวอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนออกกำลังกาย

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด Granule สำหรับรับประทาน: 4 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการของการใช้ยาเกินขนาดมีดังนี้

  • ปวดกระเพาะ
  • ง่วงซึม
  • กระหายน้ำ
  • ปวดหัว
  • อาเจียน
  • กระสับกระส่ายหรืออยู่ไม่สุข

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กันยายน 26, 2018 | Last Modified: กันยายน 26, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย