ยาซอลมิทริปแทน (Zolmitriptan)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ชื่อสามัญ: ยาซอลมิทริปแทน (Zolmitriptan) Brand Name(s): ยาซอลมิทริปแทน (Zolmitriptan), ยาซอลมิทริปแทน (Zolmitriptan) และ ยาซอลมิทริปแทน (Zolmitriptan).

ข้อบ่งใช้

ยาซอลมิทริปแทนใช้สำหรับ

ยาซอลมิทริปแทน (Zolmitriptan) มักจะใช้เพื่อบรรเทาและรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน รวมไปถึงการบรรเทาอาการอื่นๆ จากไมเกรน โดยยาชนิดนี้ออกฤทธิ์ด้วยการทำให้หลอดเลือดบริเวณสมองหดตัวลง ยับยั้งการส่งสัญญาณการเจ็บปวดไปสู่ส่วนสมอง เพิ่มการปิดกั้นของการหลั่งสารบางชนิดในร่างกายที่ทำให้เกิดอาการอื่นๆ อันเกี่ยวเนื่องจากไมเกรน

วิธีการใช้ยาซอลมิทริปแทน

ใช้ยานี้ตามที่แพทย์กำหนด ควรอ่านข้อมูลยาทั้งหมดที่ได้รับและทำตามวิธีการใช้ยาอย่างเคร่งครัด

สามารถรับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือแยกต่างหากก็ได้

คุณอาจจะหักแบ่งครึ่งเม็ดยาได้ แต่อย่าบดหรือเคี้ยวยา

รับประทานยาพร้อมกับดื่มน้ำ ใช้ยาให้เร็วที่สุดหลังจากเริ่มมีอาการ

หากอาการปวดหัวกลับมาหลังจากใช้ยาครั้งแรก อาจรับประทานยาเพิ่มอีกครั้งหลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง

การเก็บรักษายาซอลมิทริปแทน

ยาซอลมิทริปแทนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาซอลมิทริปแทนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาซอลมิทริปแทนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาซอลมิทริปแทน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาซอลมิทริปแทน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ
  • หากคุณเป็นโรคดังต่อไปนี้ ความดันโลหิตสูงหรือมีเป็นโรคปวดศีรษะไมเกรนบางประเภท เช่นโรคไมเกรนชนิดมีอัมพาตครึ่งซีก (hemiplegic migraine) หรือโรคไมเกรนชนิดบาซิลาร์ (basilar migraine)
  • หากคุณเป็นโรคตับ
  • หากคุณเคยมีปัญหาสุขภาพดังต่อไปนี้ อาการปวดหน้าอกหรือมีความดันในหน้าอก โรคของหลอดเลือดแดงที่บริเวณขาหรือแขน โรคหัวใจวาย โรคหัวใจ การไหลเวียนของเลือดไม่ดีที่บริเวณหัวใจ สมอง ลำไส้ หรือไต โรคหลอดเลือดสมอง หรืออาการหัวใจเต้นผิดปกติ เช่นกลุ่มอาการวูล์ฟพาร์กินสันไวท์ (Wolff-Parkinson-White syndrome)
  • หากคุณเคยใช้ยาบางชนิดเพื่อรักษาโรคซึมเศร้า เช่นยาไอโซคาร์โบซาซิด (isocarboxazid) ฟีเนลซีน (phenelzine) หรือทรานีลไซโพรมีน (tranylcypromine) หรือยารักษาโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) เช่นยาเซเลจิลีน (selegiline) หรือยาราซาจิลีน (rasagiline) ภายใน 14 วันที่ผ่านมา การใช้ยานี้ภายใน 14 วันหลังจากใช้ยาเหล่านี้อาจจะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงอย่างมาก
  • หากคุณได้ใช้ยาแอลโมทริปแทน (almotriptan) เอเลทริปแทน (eletriptan) โฟรวาทริปแทน (frovatriptan) นาราทริปแทน (naratriptan) ริซาทริปแทน (rizatriptan) หรือซูมาทริปแทน (sumatriptan) ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • หหากคุณเคยใช้ยาเออร์โกตามีน (ergotamine) เมไทเซอร์ไกด์ (methysergide) ไดไฮโดรเออร์โกตามีน (dihydroergotamine) หรือยาที่คล้ายกับยาเหล่านี้ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โปรดแจ้งให้แพทย์ทั้งหมดของคุณให้ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้ ั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และทันตแพทย์

ยานี้ไม่สามารถใช้เพื่อป้องกันหรือลดจำนวนครั้งในการเกิดอาการปวดหัวไมเกรน โปรดปรึกษาแพทย์

หลีกเลี่ยงการขับรถและทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวจนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร

ควรใช้ยาด้วยความระมัดระวังหากคุณมีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ (ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง น้ำหนักเกิน น้ำตาลในเลือดสูงหรือโรคเบาหวาน สูบบุหรี่ เป็นเพศชายอายุมากกว่า 40 ปี คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจก่อนวัยอันควร หรือผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน) โปรดปรึกษาแพทย์

การใช้ยานี้มากกว่าที่แพทย์กำหนด (ใช้ในขนาดสูงหรือใช้บ่อย) อาจทำให้อาการปวดหัวรุนแรงขึ้น

การใช้ยานี้อาจทำให้เกิดภาวะความโลหิตสูงได้ ควรทำการตรวจวัดความดันเป็นประจำตามที่แพทย์กำหนด

หากคุณอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรใช้ยานี้ด้วยความระมัดระวังเนื่องจากอาจจะมีผลข้างเคียงมากกว่า

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์ คุณควรจะปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาซอลมิทริปแทนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาซอลมิทริปแทน

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหรือรับการรักษาในทันทีหากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่เกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • สัญญาณของอาการแพ้ เช่นผดผื่น ลมพิษ คัน รอยแดง บวม แผลพุพอง หรือผิวลอกโดยมีหรือไม่มีไข้ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอกหรือลำคอ หายใจติดขัด เสียงแหบผิดปกติ หรือมีอาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลำคอ
  • อาการปวดหัวอย่างรุนแรงที่ไม่ดีขึ้นหลังจากใช้ยาครั้งแรก
  • สายตาเปลี่ยน
  • สูญเสียการมองเห็น อาจจะเป็นในระยะยาว
  • ท้องผูก
  • ท้องร่วง
  • ท้องไส้ปั่นป่วนอย่างรุนแรงหรืออาเจียน
  • ปวดท้องอย่างรุนแรงหรือมีเลือดปนในอุจจาระ
  • เป็นไข้
  • น้ำหนักลด
  • ปวดขา
  • รู้สึกหนังหรือแน่นบริเวณกล้ามเนื้อขา
  • รู้สึกหนาว
  • แสบร้อนหรือปวดเมื่อยบริเวณเท้าหรือนิ้วเท้า
  • หายใจติดขัด
  • อารมณ์เปลี่ยนแปลง
  • รู้สึกแสบร้อนหรือเป็นเหน็บผิดปกติ
  • อาจเกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากและอาจถึงแก่ชีวิตอย่างกลุ่มอาการเซโรโทนิน (serotonin syndrome) ความเสี่ยงนี้อาจจะเพิ่มขึ้นหากคุณใช้ยานี้ร่วมกับยารักษาโรคซึมเศร้า โรคไมเกรน หรือยาอื่นๆ บางชนิด โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการกระวนกระวาย ความสมดุลเปลี่ยนแปลง สับสน เห็นภาพหลอน เป็นไข้ หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ หน้าแดง กล้ามเนื้อกระตุกหรือแข็งเกร็ง ชัก สั่นเทา เหงื่อออกมาก ท้องร่วงอย่างรุนแรง ท้องไส้ปั่นป่วน อาเจียน หรือปวดหัวอย่างรุนแรง
  • ในนานๆ ครั้งภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากใช้ยานี้อาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจที่รุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิต เช่นโรคหัวใจวายและอาการหัวใจเต้นผิดปกติ โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการแน่น ปวด แรงดัน หรือรู้สึกหนักที่บริเวณหน้าอก ลำคอ คอ หรือกราม เหงื่อเย็น หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดปกติ หรือวิงเวียนอย่างรุนแรงหรือหมดสติ
  • ในนานๆ ครั้งการใช้ยานี้อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดสมองที่รุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิตอย่างโรคหลอดเลือดสมองได้ โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการแรงของร่างกายเปลี่ยนแปลงมากกว่าอีกด้าน มีปัญหากับการพูดหรือการคิด ความสมดุลเปลี่ยนแปลง หรือสายตาเปลี่ยน

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาซอลมิทริปแทนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาซอลมิทริปแทนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาซอลมิทริปแทนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาซอลมิทริปแทนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคไมเกรน

รับประทานยา

  • ขนาดยาเริ่มต้น 1.25 หรือ 2.5 มก. รับประทานหนึ่งครั้ง (อาจแบ่งเม็ดครึ่งยาขนาด 2.5 มก. เพื่อให้ได้ยาในขนาด 1.25 มก.) ให้ยาซ้ำภายใน 2 ชั่วโมงหากอาการปวดหัวไมเกรนไม่หายไปหรือกำเริบอีกครั้งหลังจากดีขึ้นชั่วคราว
  • ขนาดยาปกติ ปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ขนาดยาสูงสุดสำหรับหนึ่งครั้ง 5 มก.
  • ขนาดยาต่อวันสูงสุด 10 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง

ยาเม็ดแตกตัวสำหรับรับประทาน

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2.5 มก. รับประทานหนึ่งครั้ง ให้ยาซ้ำภายใน 2 ชั่วโมงหากอาการปวดหัวไมเกรนไม่หายไปหรือกำเริบอีกครั้งหลังจากดีขึ้นชั่วคราว
  • ขนาดยาปกติ ปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ขนาดยาสูงสุดสำหรับหนึ่งครั้ง 5 มก.
  • ขนาดยาต่อวันสูงสุด 10 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง

ยาพ่นจมูก

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2.5 มก. พ่นเข้าจมูกหนึ่งครั้ง ให้ยาซ้ำภายใน 2 ชั่วโมงหากอาการปวดหัวไมเกรนไม่หายไปหรือกำเริบอีกครั้งหลังจากดีขึ้นชั่วคราว
  • ขนาดยาปกติ ปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ขนาดยาสูงสุดสำหรับหนึ่งครั้ง 5 มก.
  • ขนาดยาต่อวันสูงสุด 10 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง

ขนาดยาซอลมิทริปแทนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคไมเกรน

อายุ 12 ปีขึ้นไป

ยาพ่นจมูก

  • ขนาดยาเริ่มต้น 2.5 มก. พ่นเข้าจมูกหนึ่งครั้ง ให้ยาซ้ำภายใน 2 ชั่วโมงหากอาการปวดหัวไมเกรนไม่หายไปหรือกำเริบอีกครั้งหลังจากดีขึ้นชั่วคราว
  • ขนาดยาปกติ ปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ขนาดยาสูงสุดสำหรับหนึ่งครั้ง 5 มก.
  • ขนาดยาต่อวันสูงสุด 10 มก. ภายใน 24 ชั่วโมง

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาพ่นจมูก

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มิถุนายน 13, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 13, 2019