ยาอ็อกเมนติน (Augmentin)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ชื่อสามัญ: ยาอ็อกเมนติน (Augmentin) Brand Name(s): Augmentin, ยาอ็อกเมนติน (Augmentin) และ ยาอ็อกเมนติน (Augmentin).

ข้อบ่งใช้

ยาอ็อกเมนติน (อะม็อกซีซิลลิน และคลาวูลาเนท โพแทสเซียม) ใช้สำหรับ

ยาอ็อกเมนติน (Augmentin®) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อต่างๆ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคไซนัสอักเสบ โรคปอดบวม การติดเชื้อที่หู โรคหลอดลมอักเสบ การติดเชื้อที่ทางเดินหายใจ และการติดเชื้อที่ผิวหนัง

วิธีการใช้ยาอ็อกเมนติน (อะม็อกซีซิลลิน และคลาวูลาเนท โพแทสเซียม)

ใช้ยาอ็อกเมนตินตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยาในขนาดมากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ ควรทำตามวิธีการใช้ยาบนฉลากยา

หากคุณเปลี่ยนจากยาเม็ดรูปแบบหนึ่งมาเป็นอีกอย่างหนึ่ง (ยาเม็ดธรรมดา ยาเม็ดสำหรับเคี้ยว หรือยาแบบออกฤทธิ์นาน) ควรใช้ยาเม็ดรูปแบบและขนาดใหม่ที่แพทย์กำหนด

รับประทานยาพร้อมกับดื่มน้ำหนึ่งแก้ว รับประทานยาเมื่อเริ่มรับประทานอาหารเพื่อลดอาการท้องไส้ปั่นป่วน

ใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ควรกลืนยาอ็อกเมนตินลงไปทั้งเม็ด

ควรเคี้ยวยาอ็อกเมนตินสำหรับเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน อย่ากลืนยาลงไปเลยทั้งเม็ด

อย่าบดหรือเคี้ยวยาอ็อกเมนตินแบบออกฤทธิ์นาน ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ดหรือหักแบ่งครึ่งแล้วรับประทานยาทั้งสองส่วนลงไปในคราวเดียว

ควรเขย่าขวดยาน้ำให้ดีก่อนตวงยา เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้ขนาดยาที่ถูกต้อง ควรตวงยาโดยใช้ช้อนหรือถ้วยตวงยาที่มีมาตราวัด อย่าใช้ช้อนธรรมดา หากคุณไม่มีอุปกรณ์สำหรับตวงยาโปรดสอบถามเภสัชกร

ใช้ยาอ็อกเมนตินจนครบระยะเวลาที่กำหนด

การเก็บรักษายาอ็อกเมนติน (อะม็อกซีซิลลิน และคลาวูลาเนท โพแทสเซียม)

ยาเม็ด

ยาอ็อกเมนตินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอ็อกเมนตินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาอ็อกเมนตินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ยาน้ำ

ยาอ็อกเมนตินควรเก็บไว้ในตู้เย็น อย่าเก็บยาไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ยาอ็อกเมนตินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาอ็อกเมนตินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง ทิ้งยาที่ไม่ได้ใช้หลังจากผ่านไป 10 วัน

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาอ็อกเมนติน (อะม็อกซีซิลลิน และคลาวูลาเนท โพแทสเซียม)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาอ็อกเมนติน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

หากคุณเปลี่ยนจากยาเม็ดรูปแบบหนึ่งมาเป็นอีกอย่างหนึ่ง (ยาเม็ดธรรมดา ยาเม็ดสำหรับเคี้ยว หรือยาแบบออกฤทธิ์นาน) ควรใช้ยาเม็ดรูปแบบและขนาดใหม่ที่แพทย์กำหนด ยานี้อาจจะไม่มีประสิทธิภาพเท่าหรืออาจจะเป็นอันตรายต่อคุณได้หากคุณไม่ใช้ยาในรูปแบบที่แพทย์กำหนด

ยาอ็อกเมนตินสามารถทำให้ยาคุมกำเนิดมีประสิทธิภาพน้อยลงได้ โปรดสอบถามแพทย์เกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดที่ไม่ใช้ฮอร์โมน (เช่นใช้ถุงยางอนามัย แผ่นอนามัย หรือแผ่นครอบปากมดลูก หรือน้ำยาฆ่าเชื้ออสุจิ) เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ขณะที่ใช้ยาอ็อกเมนติน

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาอ็อกเมนตินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาอ็อกเมนติน (อะม็อกซีซิลลิน และคลาวูลาเนท โพแทสเซียม)

หยุดใช้ยานี้และติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้

  • อาการท้องร่วงเหลวเป็นน้ำหรือมีเลือดปน
  • ผิวซีดหรือเป็นสีเหลือง
  • อุจจาระสีคล้ำ
  • เป็นไข้
  • สับสนหรืออ่อนแรง
  • มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย
  • ผื่นผิวหนัง
  • มีรอยช้ำ
  • เป็นเหน็บอย่างรุนแรง
  • ชา
  • ปวด
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ร้อนรน
  • มีความคิดหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ
  • ชัก
  • คลื่นไส้
  • ปวดท้องส่วนบน
  • คัน
  • เบื่ออาหาร
  • อุจจาระสีดินเหนียว

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอ็อกเมนตินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยาเซฟดิเนียร์ (Cefdinir) อย่างออมนิเซฟ (Omnicef)
  • ยาเซฟโพรซิ (Cefprozil) อย่างเซฟซิล (Cefzil)
  • ยาเซฟูโรซีม (Cefuroxime) อย่างเซฟทิน (Ceftin)
  • ยาเซฟาเลซิน (Cephalexin) อย่างเคเฟล็ก (Keflex)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอ็อกเมนตินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอ็อกเมนตินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีสภาวะดังต่อไปนี้

  • โรคตับ (หรือเคยเป็นโรคตับอักเสบหรือดีซ่าน)
  • โรคไต
  • โรคโมโนนิวคลิโอสิส (Mononucleosis)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาอ็อกเมนติน (อะม็อกซีซิลลิน และคลาวูลาเนท โพแทสเซียม) สำหรับผู้ใหญ่

การติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่าง

ระดับเบาถึงปานกลาง ขนาดยาที่แนะนำคือ 500/125 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 250/125 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน

ระดับรุนแรง ขนาดยาที่แนะนำ 875/125 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 500/125 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง หรือ 2000 มก. (ยาเม็ดแบบออกฤทธิ์นาน 2 เม็ด) รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 7-10 วัน

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง

โรคไซนัสอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียเฉียบพลัน

ขนาดยาที่แนะนำคือ 2000 มก.(ยาเม็ดแบบออกฤทธิ์นาน 2 เม็ด) รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน

แผลจากสัตว์หรือคนกัด

ขนาดยาที่แนะนำคือ 875 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 3-5 วัน

โรคไฟลามทุ่ง (Erysipelas)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 875 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 7-10 วัน

โรคกรวยไตอักเสบ (Pyelonephritis)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 875 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง หรือ 500 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง

ฝีที่ผิวหนัง

ขนาดยาที่แนะนำคือ 875 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

เท้าเบาหวาน (Diabetic Foot)

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบเฉพาะที่ ระดับเบาถึงปานกลาง

ขนาดยาที่แนะนำคือ 2000 มก.(ยาเม็ดแบบออกฤทธิ์นาน 2 เม็ด) รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 7-14 วัน

เชื้อสเตรปโตค็อกคัส กลุ่มเอ (Group A Streptococci) พาหะเรื้อรัง

ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน ไม่ควรเกิน 2000 มก./วัน

ขนาดยาอ็อกเมนติน (อะม็อกซีซิลลิน และคลาวูลาเนท โพแทสเซียม) สำหรับเด็ก

น้ำหนักน้อยกว่า 40 กก. ขนาดยาขึ้นอยู่กับยาอะม็อกซีซิลลิน

น้ำหนักมากกว่า 40 กก. ขนาดยาขึ้นอยู่กับคำแนะนำสำหรับผู้ใหญ่

อายุน้อยกว่า 3 เดือน ขนาดยาที่แนะนำคือ 30 มก./กก./วัน รับประทาน (125 มก./5 มล. หรือยาเม็ดสำหรับเคี้ยว) แบ่งรับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

อายุมากกว่า 3 เดือน

  • การติดเชื้อที่รุนแรงน้อยกว่า ขนาดยาที่แนะนำคือ 20 มก./กก./วัน (125 มก./5 มล. หรือ 250 มก./5 มล.) แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง หรือ 25 มก./กก./วัน (ยาเม็ดสำหรับเคี้ยว 200 มก. หรือ 400 มก. 200 มก./5 มล. หรือ 400 มก./5 มก.) แบ่งรับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่าง ไซนัสอักเสบ หรือหูชั้นกลางอักเสบระดับรุนแรง ขนาดยาที่แนะนำคือ 40 มก./กก./วัน (125 มก./5 มล. หรือ 250 มก./5 มล.) แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง หรือ 45 มก./กก./วัน (ยาเม็ดสำหรับเคี้ยว 200 มก. หรือ 400 มก. 200 มก./5 มล. หรือ 400 มก./5 มก.) แบ่งรับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

โรคหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน (Acute otitis media)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 80-90 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 วัน (อาจนานแค่ 5-7 วันสำหรับเด็กที่อายุมากกว่า 6 ปีที่เป็นโรคระดับเบาถึงปานกลาง)

การติดเชื้อระดับเบาถึงปานกลาง

ขนาดยาที่แนะนำคือ 90 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 4000 มก./วัน

การติดเชื้อฮิโมฟิลุส อินฟลูเอนซา (H. Influenzae)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 45 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง หรือ 90 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

ยาน้ำแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน

  • (125 มก./31.25 มก.)/5 มล.
  • (200 มก./28.5 มก.)/5 มล.
  • (250 มก./62.5 มก.)/5 มล.
  • (400 มก./57 มก.)/5 มล.
  • (600 มก./42.9 มก.)/5 มล.

ยาเม็ด

  • 200 มก./28.5 มก.
  • 250 มก./125 มก.
  • 500 มก./125 มก.
  • 875 มก./125 มก.
  • 1000 มก./62.5 มก.

ยาเม็ดสำหรับเคี้ยว

  • 200 มก./28.5มก.
  • 400 มก./57 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มิถุนายน 28, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 28, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย