ยาเซซิพอกซ์ (Zecipox)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ชื่อสามัญ: ยาเซซิพอกซ์ (Zecipox) Brand Name(s): Zecipox, ยาเซซิพอกซ์ (Zecipox) และ ยาเซซิพอกซ์ (Zecipox).

ข้อบ่งใช้

ยาเซซิพอกซ์ (ไซโปรฟลอกซาซิน) ใช้สำหรับ

ยาเซซิพอกซ์ (Zecipox) อยู่ในกลุ่มของยาปฏิชีวนะควิโนโลน (quinolone antibiotics) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ ยานี้ทำงานโดยการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

ยานี้จะไม่ได้ผลกับการติดเชื้อไวรัส (เช่น โรคหวัดหรือโรคไข้หวัดใหญ่) การใช้ยาปฏิชีวนะในทางที่ผิดหรือใช้โดยไม่จำเป็นอาจจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้

วิธีการใช้ยาเซซิพอกซ์ (ไซโปรฟลอกซาซิน)

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละสองครั้งในตอนเช้าและตอนเย็น

ยาเม็ดอาจจะมีรสขมหากคุณแบ่งเม็ด เคี้ยวยา หรือบดยาก่อนรับประทาน ดังนั้นผู้ผลิตจึงแนะนำให้กลืนยาลงไปทั้งเม็ด

ขนาดยาและระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา ควรดื่มน้ำให้มากขณะที่กำลังใช้ยานี้เว้นเสียแต่ว่าแพทย์จะสั่งแบบอื่น

ยาปฏิชีวนะจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีปริมาณของยาในร่างกายอยู่ในระดับคงที่ ดังนั้นจึงควรใช้ยานี้โดยเว้นระยะให้เท่ากัน

ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องจนครบกำหนดการรักษาแม้ว่าอาการจะหายไปหลังจากใช้ยาไปไม่กี่วัน การหยุดใช้ยานี้เร็วเกินไปอาจทำให้การติดเชื้อกำเริบได้

การเก็บรักษายาเซซิพอกซ์ (ไซโปรฟลอกซาซิน)

ยาเซซิพอกซ์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเซซิพอกซ์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเซซิพอกซ์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเซซิพอกซ์ (ไซโปรฟลอกซาซิน)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาเซซิพอกซ์ หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

ยาเซซิพอกซ์อาจทำให้เกิดสภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการเต้นของหัวใจ อย่างระยะคิวทียาว (QT prolongation) ในนานๆครั้งอาการระยะคิวทียาวนี้อาจทำใให้เกิดอาการหัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกที่รุนแรง (อาจถึงแก่ชีวิต) และอาการอื่นๆ (เช่นวิงเวียนอย่างรุนแรงหรือหมดสติ) และจำเป็นต้องรับการรักษาในทันที

อาหารที่มีแคลเซียมสูง รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม (เช่น นม โยเกิร์ต) หรือน้ำผลไม้เสริมแคลเซียมสามารถลดการดูดซึมยานี้ได้ ควรรับประทานยาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนหรือ 6 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เว้นเสียแต่ว่าคุณจะรับประทานอาหารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารมื้อใหญ่ที่มีอาหารอื่นๆ (ที่ไม่ได้มีแคลเซียมสูง) อาหารอื่นสามารถลดผลการยึดจับของแคลเซียมได้

ยานี้อาจทำให้คุณเกิดอาการวิงเวียนได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวจนกว่าคุณจะแน่ใจว่าสามารถทำกิจกรรมได้อย่างปลอดภัย ควรจำกัดปริมาณการดื่มสุรา

ยานี้อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงแดดมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใต้แสงแดดเป็นเวลานาน หลีกเลี่ยงบูธอาบแดดและหลอดไฟอัลตร้าไวโอเลต ควรทาครีมกันแดดและสวมเสื้อผ้าป้องกันเมื่ออยู่นอกบ้าน ยาอื่นๆ เช่น ยาเตรทติโนอิน – เมควินอล (tretinoin-mequinol) อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงแดดมากขึ้น โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีอาการแดดเผาหรือแผลพุพองหรือรอยแดงที่ผิวหนัง

ยาเซซิพอกซ์อาจทำให้วันซีคแบคทีเรียเชื้อเป็น (เช่นวัคซีนไทรอยด์) ทำงานได้ไม่ดี ดังนั้นจึงไม่ควรอย่าสร้างภูมิคุ้มกันหรือรับวัคซีนขณะที่กำลังใช้ยานี้โดยไม่ปรึกษาแพทย์

เด็กอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อหรือเส้นเอ็น

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับเส้นเอ็น โดยเฉพาะหากกำลังใช้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) อย่างยาเพรดนิโซน (prednisone) หรือยาไฮโดรคอร์ติโซน (hydrocortisone) และระยะคิวทียาว

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์เสมอเพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนใช้ยานี้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเซซิพอกซ์ (ไซโปรฟลอกซาซิน)

ยานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงดังต่อไปนี้

  • คลื่นไส้
  • ท้องร่วง
  • วิงเวียน
  • หน้ามืด
  • ปวดหัว
  • นอนไม่หลับ

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้

  • ผิวโดนแดดเผาได้ง่ายขึ้น (ไวต่อแสงแดด)
  • มีรอยช้ำหรือเลือดออกผิดปกติ
  • สัญญาณของการติดเชื้อครั้งใหม่ (เช่นเป็นไข้ครั้งใหม่หรือไม่ยอมหาย เจ็บคอไม่หาย)
  • สัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต (เช่นปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง ปัสสาวะเป็นสีแดงหรือสีชมพู)
  • สัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับตับ (เหนื่อยล้าผิดปกติ ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนไม่ยอมหาย ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีคล้ำ)
  • วิงเวียนอย่างรุนแรง
  • หมดสติ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • สภาวะของลำไส้ที่รุนแรง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเซซิพอกซ์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

โดยเฉพาะหากคุณกำลังใช้

  • ยาเจือจางเลือด เช่นอะซีโนคูมารอล (acenocoumarol) วาฟาริน (warfarin)
  • ยาสตรอนเชียม (Strontium)
  • ยานอร์ฟลอกซาซิน (Norfloxacin)
  • ยาเจมิฟลอกซาซิน (Gemifloxacin)
  • ยาลีโวฟลอกซาซิน (Levofloxacin)
  • ยามอกซิฟลอกซาซิน (Moxifloxacin)
  • ยาออฟลอกซาซิน (Ofloxacin)
  • ยาดูล็อกซีทีน (Duloxetine)
  • เพอร์เฟนิโดน (Pirfenidone)
  • ยาทาซิเมลทีออน (Tasimelteon)
  • ยาทิซานิดีน (Tizanidine)
  • ยาอะมิโอดาโรน (Amiodarone)
  • ยาโดฟีทิไลด์ (Dofetilide)
  • ยาควินิดีน (Quinidine)
  • ยาโปรเคนเอไมด์ (Procainamide)
  • ยาโซทาลอล (Sotalol)
  • ยาคุมกำเนิด

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเซซิพอกซ์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเซซิพอกซ์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคเบาหวาน
  • โรคหัวใจ (เช่น อาการหัวใจวายครั้งล่าสุด)
  • ปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อหรือเส้นเอ็น เช่น เอ็นอักเสบ (tendonitis) โรคเบอร์ไซติส (bursitis)
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia gravis)
  • ปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท เช่นโรคปลายประสาทอักเสบ (peripheral neuropathy)
  • ชัก

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเซซิพอกซ์ (ไซโปรฟลอกซาซิน) สำหรับผู้ใหญ่

ผิวหนังและโครงสร้างผิว

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500-750 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 7 ถึง 14 วัน

กระดูกและข้อต่อ

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500-750 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 4 ถึง 8 สัปดาห์

ภายในช่องท้องแบบซํบซ้อน 2

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 7 ถึง 14 วัน

อาการท้องร่วงจากการติดเชื้อ

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 5 ถึง 7 วัน

ไข้ไทฟอยด์ (Typhoid Fever)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 10 วัน

การติดเชื้อหนองในแท้ที่ท่อปัสสาวะและปากมดลูกที่ไม่ซับซ้อน

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 มก. หนึ่งครั้ง

โรคแอนแทรกซ์จากการสูดดม (หลังจากได้รับเชื้อ) 3

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 60 วัน

กาฬโลก 3

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500-750 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 14 วัน

โรคต่อมลูกหมากอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียเรื้อรัง

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 28 ครั้ง

การติดเชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนล่าง

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500-750 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 7 ถึง 14 วัน

การติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250-500 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 7 ถึง 14 วัน

โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบไม่ซับซ้อนเฉียบพลัน

ขนาดยาที่แนะนำคือ 250 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 3 วัน

โรคไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

ขนาดยาที่แนะนำคือ 500 มก. ทุกๆ 12 ชั่วโมง 10 วัน

ขนาดยาเซซิพอกซ์ (ไซโปรฟลอกซาซิน) สำหรับเด็ก

การติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะแบบซับซ้อนหรือกรวยไตอักเสบ (ผู้ป่วยอายุ 1 ถึง 17 ปี)

ขนาดยาที่แนะนำคือ 10 มก./กก. ถึง 20 มก./กก. (ขนาดยาสูงสุด 750 มก. ต่อครั้ง ไม่ควรใช้ยาเกินขนาดนี้แม้ว่าผู้ป่วยจะอายุมากกว่า 51 กก.) ทุกๆ 12 ชั่วโมง 10-21 วัน

โรคแอนแทรกซ์จากการสูดดม (หลังจากได้รับเชื้อ) 2

ขนาดยาที่แนะนำคือ 15 มก./กก. (ขนาดยาสูงสุด 500 มก. ต่อครั้ง) ทุกๆ 12 ชั่วโมง 60 วัน

กาฬโลก 2,3

ขนาดยาที่แนะนำคือ 15 มก./กก. (ขนาดยาสูงสุด 500 มก. ต่อครั้ง) ทุกๆ 8 ถึง 12 ชั่วโมง 10-21 วัน

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 500 มก. 750มก. 1000 มก.
  • ยาสารละลายสำหรับฉีด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 11, 2019 | Last Modified: กรกฎาคม 11, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย