ยาแอมเทอร์ไนด์ (Amturnide)

โดย ทบทวนบทความโดย ทีม Hello คุณหมอ

ชื่อสามัญ: ยาแอมเทอร์ไนด์ (Amturnide) Brand Name(s): Amturnide, ยาแอมเทอร์ไนด์ (Amturnide) และ ยาแอมเทอร์ไนด์ (Amturnide).

ข้อบ่งใช้

ยาแอมเทอร์ไนด์ ใช้สำหรับ

ยาแอมเทอร์ไนด์ (Amturnide®) ใช้เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) โดยการใช้ยานี้ยังมักใช้เพื่อการรักษาอาการอื่นๆ ที่เกิดจากภาวะความดันโลหิตสูง โปรดปรึกษากับแพทย์

วิธีการใช้ยาแอมเทอร์ไนด์

ยานี้มีรูปแบบเป็นยาเม็ดและมักจะรับประทานวันละครั้งพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก ควรรับประทานยาในรูปแบบเดียวกันทุกครั้ง เช่นหากรับประทานยาพร้อมกับอาหารก็ควรจะรับประทานยาพร้อมกับอาหารตลอดไป

การเก็บรักษายาแอมเทอร์ไนด์

ยาแอมเทอร์ไนด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาแอมเทอร์ไนด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาแอมเทอร์ไนด์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาแอมเทอร์ไนด์

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาแอมเทอร์ไนด์ หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ
  • หากคุณกำลังใช้ยาเหล่านี้ ยาไซโคลสปอริน (Cyclosporine) ยาโดฟีทิไลด์ (dofetilide) หรือยาไอทราโคนาโซล (itraconazole)
  • หากคุณไม่สามารถปัสสาวะได้
  • หากคุณเป็นโรคไต
  • หากคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง (โรคเบาหวาน) หรือเป็นโรคไต หรือกำลังใช้ยาบางชนิดเพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ โปรดปรึกษากับแพทย์

โปรดแจ้งให้ผู้ดูแลสุขภาพของคุณทุกคนทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้ ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และทันตแพทย์

หลีกเลี่ยงการขับรถและการทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวจนกว่าคุณจะทราบว่ายาแอมเทอร์ไนด์ส่งผลต่อคุณอย่างไร

เพื่อลดโอกาสในการวิงเวียนหรือหมดสติ ควรค่อยๆ ลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอน ควรระมัดระวังเวลาขึ้นบันได

หากคุณมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (โรคเบาหวาน) ในบางครั้งยานี้อาจจะเพิ่มระดับของน้ำตาลในเลือด โปรดปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ควรวัดความดันโลหิตเป็นประจำ โปรดปรึกษากับแพทย์

ควรตรวจการทำงานของเลือดตามที่กำหนด โปรดปรึกษากับแพทย์
ยานี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการตรวจในห้องแล็บบางประเภท โปรดแจ้งให้แพทย์และบุคคลากรในห้องแล็บทราบว่าคุณกำลังใช้ยาแอมเทอร์ไนด์

หากคุณใช้สารทดแทนเกลือที่มีโพแทสเซียม ยาขับปัสสาวะโปแตสเซียม-สแปริ่ง (potassium-sparing diuretics) หรือโพแทสเซียม โปรดปรึกษากับแพทย์

หากคุณต้องรับประทานอาหารที่มีเกลือต่ำหรือไม่มีเกลือ โปรดปรึกษากับแพทย์

ในกรณีหายากอาจจะเกิดอาการปวดหน้าอกและหัวใจวายหลังจากเริ่มใช้ยานี้หรือหลังจากเพิ่มขนาดยา ความเสี่ยงนี้จะสูงขึ้นในผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจระดับรุนแรง โปรดปรึกษากับแพทย์

ยานี้สามารถทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับดวงตาบางประเภทได้ หากไม่ทำการรักษาอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวรได้ หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับดวงตาขึ้นมักจะเกิดสัญญาณเช่นสายตาเปลี่ยนหรือปวดตาภายในไม่กี่ชั่วโมงจนถึงสัปดาห์หลังจากเริ่มใช้ยาแอมเทอร์ไนด์ โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากเกิดสัญญาณเหล่านี้

โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาที่หาซื้อได้เองที่อาจจะเพิ่มความดันโลหิต ทั้งยาแก้ไอหรือแก้หวัด ยาลดความอ้วน ยากระตุ้น ยาไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือยาที่คล้ายกัน และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติหรือยาปฐมพยาบาล

โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มสุราหรือใช้ยาหรือสมุนไพรอื่นที่สามารถชะลอการทำงานของคุณได้

หากคุณใช้ยาคอเลสไทรามีน (cholestyramine) หรือยาคอเลสทิพอล (colestipol) โปรดปรึกษาเภสัชกรเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาเหล่านี้ร่วมกับยานี้

โปรดระวังอาการเกาต์กำเริบ

หากคุณเป็นโรคลูปัส (lupus) ยาแอมเทอร์ไนด์อาจทำให้คุณมีอาการของโรคลูปัสหรือทำให้อาการแย่ลง โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีอาการใหม่เกิดขึ้นหรืออาการแย่ลง

โปรดระมัดระวังอาการร้อนหรือขณะออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำให้มากเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีเหงื่อออกมากเกินไป อาเจียน หรืออุจจาระเหลว อาการเหล่านี้อาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำได้

หากคุณใช้ยาลิเทียม (lithium) โปรดปรึกษากับแพทย์ คุณอาจจะต้องตรวจวัดการทำงานของเลือดอย่างใกล้ชิดมากขึ้นขณะที่กำลังใช้ยานี้

หากคุณอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรใช้ยาแอมเทอร์ไนด์ (ยาอะลิสคิเรน ยาแอมโลดิปีน และยาไฮโดรคลอโรไทอะไซด์) ด้วยความระมัดระวังเนื่องจากคุณอาจจะมีผลข้างเคียงได้มากกว่า

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาแอมเทอร์ไนด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหรือรับการรักษาหากคุณมีสัญญาณหรืออาการที่อาจจะเกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้

  • สัญญาณของอาการแพ้ เช่นผดผื่น ลมพิษ คัน รอยแดง บวม แผลพุพอง หรือผิวลอกโดยมีหรือไม่มีไข้ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอกหรือลำคอ หายใจติดขัด เสียงแหบผิดปกติ หรือมีอาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลำคอ
  • สัญญาณของระดับน้ำตาลในเลือดสูง เช่นสับสน รู้สึกง่วงนอน กระหายน้ำมากขึ้น หิวมากขึ้น ปัสสาวะบ่อยขึ้น หน้าแดง หายใจเร็ว หรือกลิ่นปากเป็นกลิ่นผลไม้
  • สัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต เช่นไม่สามารถปัสสาวะได้ ปริมาณของปัสสาวะเปลี่ยนแปลง มีเลือดปนในปัสสาวะ หรือน้ำหนักขึ้นอย่างมาก
  • สัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับตับ เช่นปัสสาวะสีคล้ำ รู้สึกเหนื่อย ไม่หิว ท้องไส้ปั่นป่วนหรือปวดท้อง อุจจาระสีอ่อน อาเจียน หรือดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง
  • สัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับน้ำหรืออิเล็กโทรไลต์ เช่นอารมณ์เปลี่ยนแปลง สับสน ปวดกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจเต้นผิดปกติ รู้สึกวิงเวียนมากหรือคล้ายจะหมดสติ หัวใจเต้นเร็ว กระหายน้ำมากขึ้น ชัก รู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนแรงมาก ไม่หิว ไม่สามารถปัสสาวะได้หรือปริมาณปัสสาวะเปลี่ยนแปลง ปากแห้ง ตาแห้ง หรือท้องไส้ปั่นป่วนอย่างรุนแรงหรืออาเจียน
  • อาการปวดหน้าอกที่เกิดขึ้นใหม่หรือแย่ลง
  • กลืนลำบาก
  • มีอาการบวมที่มือหรือเท้า
  • กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง สั่นเทา หรือการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อผิดปกติ

อาจจะเกิดปฏิกิริยาของผิวหนังที่รุนแรงหรือกลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome) หรือภาวะท็อกซิก อีพิเดอร์มัล เนโครไลซิส (toxic epidermal necrolysis) อาการนี้สามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพรัดับรุนแรงที่ไม่หายไปและอาจทำให้เสียชีวิตได้ ควรรับการรักษาในทันทีหากคุณมีสัญญาณ เช่นเกิดรอยแดง อาการบวม แผลพุพอง หรือผิวลอก (โดยมีหรือไม่มีไข้) ตาแดงหรือระคายเคืองตา หรือมีแผลภายในปาก ลำคอ จมูก หรือตา

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาแอมเทอร์ไนด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาแอมเทอร์ไนด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาแอมเทอร์ไนด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาแอมเทอร์ไนด์สำหรับผู้ใหญ่

ข้อพิจารณาทั่วไป

รับประทานยาวันละครั้ง อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปหลังจากรักษาไปแล้ว 2 สัปดาห์ ขนาดยาสูงสุดที่แนะนำคือ 300/10/25 มก.

ขนาดยาแอมเทอร์ไนด์สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ขนาดและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดเคลือบแผ่นฟิล์ม อะลิสคิเรน เฮมิฟูมาเรต (aliskiren hemifumarate )150 มก. แอมโลดิปีน เบไซเลต (amlodipine besylate) 5 มก. ไฮโดรคลอโรไทอะไซด์ (hydrochlorothiazide) 12.5 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มิถุนายน 26, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 26, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย