ยูริสแตต®/ฟีนาโซไพริดีน (Uristat®/Phenazopyridine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ยูริสแตต®/ฟีนาโซไพริดีน (Uristat®/Phenazopyridine) Brand Name(s): ยูริสแตต®/ฟีนาโซไพริดีน (Uristat®/Phenazopyridine), ยูริสแตต®/ฟีนาโซไพริดีน (Uristat®/Phenazopyridine), ยูริสแตต®/ฟีนาโซไพริดีน (Uristat®/Phenazopyridine) และ ยูริสแตต®/ฟีนาโซไพริดีน (Uristat®/Phenazopyridine).

ข้อบ่งใช้

ยายูริสแตต (ฟีนาโซไพริดีน) ใช้สำหรับ

ยาฟีนาโซไพริดีน (Phenazopyridine) เป็นยาบรรเทาอาการปวดที่ส่งผลต่อทางเดินปัสสาวะช่วงล่าง (กระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ)

ยายูริสแตต (Uristat®) ใช้เพื่อรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับการปัสสาวะ เช่นอาการปวดหรืออาการแสบร้อน ปัสสาวะเพิ่มขึ้น และการกระตุ้นในการปัสสาวะเพิ่มขึ้น อาจการเหล่านี้อาจจะเกิดได้จากการติดเชื้อ การบาดเจ็บ การผ่าตัด การสวนด้วยสายยาง หรือสภาวะอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะปัสสาวะ

ยายูริสแตตจะรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับการปัสสาวะ แต่ยานี้จะไม่รักษาการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ควรใช้ยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่งเพื่อรักษาการติดเชื้อ

ยายูริสแตตยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่นนอกเหนือจากในคู่มือการใช้ยา

วิธีการใช้ยายูริสแตต (ฟีนาโซไพริดีน)

ควรใช้ยาตามที่กำหนดบนฉลากยาหรือตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยาในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ

ใช้ยาฟีนาโซไพริดีนหลังมื้ออาหาร

ควรดื่มน้ำให้มากขณะที่กำลังใช้ยาฟีนาโซไพริดีน

ยาฟีนาโซไพริดีนมักจะทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือสีแดง อาการนี้ไม่มีอันตรายใดๆ ปัสสาวะที่สีเข้มขึ้นนั้นอาจจะทำให้เกิดรอยเปื้อนถาวรที่กางเกงใน

ยาฟีนาโซไพริดีนสามารถทำให้เกิดรอยเปื้อนถาวรในคอนแทคเลนส์ และคุณไม่ควรจะสวมคอนแทคเลนส์ขณะที่กำลังใช้ยานี้

อย่าใช้ยาฟีนาโซไพริดีนนานกว่า 2 วันนอกเสียจากแพทย์จะสั่งให้ทำเช่นนั้น

ยานี้สามารถทำให้ผลการตรวจปัสสาวะผิดปกติได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังใช้ยาฟีนาโซไพริดีน

การเก็บรักษายายูริสแตต (ฟีนาโซไพริดีน)

ยายูริสแตต ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยายูริสแตตบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยายูริสแตตลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยายูริสแตต (ฟีนาโซไพริดีน)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยายูริสแตต หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ
  • หากคุณเป็นโรคไต

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยายูริสแตตจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยายูริสแตต (ฟีนาโซไพริดีน)

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันทีหากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

หยุดใช้ยาฟีนาโซไพริดีนและติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการ

  • ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลย
  • บวม น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • สับสน เบื่ออาหาร มีอาการปวดที่ด้านข้างหรือหลังส่วนล่าง
  • เป็นไข้ ผิวซีด หรือผิวเหลือง ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน
  • ผิวเป็นสีน้ำเงินหรือสีม่วง

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้

  • ปวดหัว
  • วิงเวียน
  • ้องไส้ปั่นป่วน

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยายูริสแตตอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยายูริสแตตอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยายูริสแตตอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคตับ
  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะขาดเอนไซม์ทางพันธุกรรมที่เรียกว่า ภาวะพร่องเอนไซม์จี 6 พีดี (glucose-6-phosphate dehydrogenase deficiency)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยายูริสแตต (ฟีนาโซไพริดีน) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะปัสสาวะขัด (Dysuria)

190 ถึง 200 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้งหลังอาหาร อย่าใช้ยามากกว่า 2 วัน เมื่อใช้ยาต้านการติดเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ

ขนาดยายูริสแตต (ฟีนาโซไพริดีน) สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาปัสสาวะขัด

อายุมากกว่าหรือเท่ากับ 6 ปี ถึง 18 ปี 12 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 3 ครั้ง เป็นเวลา 2 วัน ขนาดยาสูงสุดคือ 600 มก./วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาผง

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤษภาคม 30, 2019 | Last Modified: พฤษภาคม 30, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน