ยูโรโฟลลิโทรปิน (Urofollitropin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: ยูโรโฟลลิโทรปิน (Urofollitropin)  Brand Name(s): ยูโรโฟลลิโทรปิน (Urofollitropin) , ยูโรโฟลลิโทรปิน (Urofollitropin)  และ ยูโรโฟลลิโทรปิน (Urofollitropin) .

ข้อบ่งใช้

ยายูโรโฟลลิโทรปินใช้สำหรับ

ยายูโรโฟลลิโทรปิน (Urofollitropin) มักจะใช้เพื่อรักษาปัญหาเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์บางประเภทในผู้หญิง ยานี้จะปล่อยฮอร์โมนฟอลลิคูลา สติมูเลตติ้ง (FSH) ที่ช่วยกระตุ้นให้รังไข่ผลิตไข่ออกมา ยานี้มักจะใช้ร่วมกับยาฮอร์โมนอื่นอย่างฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปิน (hCG) เพื่อการเจริญเติบโตและการตกไข่

ไม่แนะนำยานี้สำหรับผู้หญิงที่รังไข่ไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ อย่างภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนกำหนด (primary ovarian failure)

วิธีการใช้ยายูโรโฟลลิโทรปิน

ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าและสบู่ก่อนใช้ยานี้ ก่อนฉีดยาในแต่ละครั้งควรทำความสะอาดบริเวณที่จะฉีดยาโดยการเช็ดแอลกอฮอล์ ควรจะเปลี่ยนบริเวณฉีดยาทุกวันเพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองหรือปัญหาในบริเวณใต้ผิวหนัง ก่อนใช้ยานี้โปรดตรวจสอบดูว่ายานี้มีฝุ่งละอองหรือเปลี่ยนสีหรือไม่ หากมีอาการเหล่านี้ก็ไม่ควรใช้ยานี้

ฉีดยานี้ใต้ผิวหนังหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ โดยปกติคือวันละครั้งหรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาและระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ การตอบสนองต่อการรักษา ผลการตรวจในห้องแล็บ และยาอื่นที่คุณกำลังใช้ โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ) แพทย์จะต้องทำการตรวจเลือดและการทดสอบทางการแพทย์ เช่น การตรวจระดับของเอสตร้าไดออลภายในเลือด (estradiol blood levels) หรือการตรวจอัลตราซาวด์ (ultrasound) เพื่อหาขนาดยาที่เหมาะสมกับคุณและเพื่อตัดสินใจว่าควรจะให้ยาอื่นเมื่อใด (ยาฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปิน)

การเก็บรักษายายูโรโฟลลิโทรปิน

เก็บยาที่ยังไม่ผสมไว้ในตู้เย็นหรือเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องระหว่าง 37-77 องศาฟาเรนไฮต์ (3-25 องศาเซลเซียส) หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ควรใช้ยาทันทีหลังจากที่ผสมยาแล้ว และกำจัดยาส่วนที่ไม่ได้ใช้ เก็บยาทั้งหมดให้ห่างจากมือของเด็กและสัตว์เลี้ยง คุณไม่ควรทิ้งยายูโรโฟลลิโทรปินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาที่หมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องให้อย่างถูกต้อง โปรดปรึกษาเภสัชกรหรือองค์กรกำจัดขยะท้องถิ่นถึงวิธีการกำจัดยาน้้นอย่างปลอดภัย

คุณไม่ควรทิ้งยายูโรโฟลลิโทรปินลงในชักโครก ควรกำจัดยาที่หมดอายุหรือไม่จำเป็นต้องให้อย่างถูกต้อง โปรดปรึกษษเภสัชกรหรือองค์กรกำจัดขยะท้องถิ่นถึงวิธีการกำจัดยาน้อย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยายูโรโฟลลิโทรปิน

ก่อนใช้ยายูโรโฟลลิโทรปิน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษา ที่สามารถทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับการเจริญพันธุ์อื่นๆ เช่น ภาวะรังไข่หยุดทำงานก่อนกำหนด อาการเลือดออกจากช่องคลอดหรือมดลูกผิดปกติ ปัญหาเกี่ยวกับไทรอยด์ ปัญหาเกี่ยวกับต่อมหมวกไต โรคมะเร็งที่อวัยวะสืบพันธุ์ (เช่นเต้านม มดลูก รังไข่) โรคเนื้องอกในสมอง เช่น โรคเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง (pituitary tumor) ซีสต์รังไข่หรือรังไข่โต (ไม่ได้มีสาเหตุมาจากกลุ่มอาการถุงน้ำหลายใบในรังไข่ [polycystic ovary syndrome]) รังไข่บิดขั้ว (ovarian torsion) ประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเคยมีปัญหาเกี่ยวกับลิ่มเลือด อาการเลือดแข็งตัวผิดปกติ เช่น ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน (thrombophilia) โรคอ้วน กลุ่มอาการถุงน้ำหลายใบในรังไข่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจบางประเภท เช่น อาการเจ็บหน้าอกเนื่องจากหัวใจขาดเลือด (angina) หรือหัวใจวาย (heart attack) ปัญหาเกี่ยวกับปอด (เช่นโรคหอบหืด)

ผลจากการรักษานี้อาจทำให้เกิดลูกแฝดได้ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการตั้งครรภ์แบบนั้น

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยายูโรโฟลลิโทรปินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

อาจเกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องระดับเบา ท้องอืด มีรอยแดงหรืออาการปวดตรงบริเวณที่ฉีดยา หรืออาการปวดหรือกดเจ็บที่เต้านม หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • อาการเลือดออกจากช่องคลอดหรือมดลูกผิดปกติ
  • อาการปวด
  • รอยแดง
  • อาการบวมที่กล้ามเนื้อน่อง
  • ผิวเย็น ผิวชา หรือผิวซีดที่บริเวณแขน ขา มือ หรือเท้า
  • อาการบวมที่ข้อเท้า มือ หรือเท้า

และควรรับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่หายากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้

  • อาการอ่อนแรงที่ด้านหนึ่งของร่างกาย
  • พูดไม่ชัด
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • ปวดหัวกะทันหันอย่างรุนแรง
  • ปวดหน้าอก
  • หายใจติดขัด

ยานี้อาจทำให้เกิด ภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกิน (ovarian hyperstimulation syndrome) ภาวะนี้อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการรักษาหรือหลังจากหยุดการรักษาไปแล้ว ในนานๆ ครั้งภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินอย่างรุนแรงนั้น อาจจะทำให้เกิดอาการน้ำสะสมที่บริเวณกระเพาะอาหาร หน้าอก และหัวใจ

คุณควรรับการรักษาในทันทีหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • อาการปวดหรือบวมอย่างรุนแรงที่บริเวณท้องน้อย
  • คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง
  • น้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • หายใจติดขัดหรือมีอาการปวดขณะหายใจ
  • ปัสสาวะน้อยลง

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้

  • ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ)
  • วิงเวียนศีรษะขั้นรุนแรง
  • หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาโคลมีฟีน (clomiphene) ยาโกนาโดเรลิน (gonadorelin)

ยายูโรโฟลลิโทรปินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยายูโรโฟลลิโทรปินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยายูโรโฟลลิโทรปินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยายูโรโฟลลิโทรปินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อฮอร์โมนฟอลลิเคิล สติมูเลตติ้ง

การกระตุ้นการตกไข่
  • ขนาดยาเริ่มต้น 150 หน่วยสากลต่อวัน เป็นเวลา 5 วัน ฉีดยาใต้ผิวหนังหรือเข้ากล้ามเนื้อ
  • ขนาดยาสูงสุด 450 หน่วยสากลต่อวัน
  • ระยะเวลาการรักษา 12 วัน

คำแนะนำ

  • เมื่อได้รับเงื่อนไขก่อนการตกไข่ ให้ฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปิน (hCG) เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตของไข่ครั้งสุดท้ายและการตกไข่ ระงับการให้ฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปิน เมื่อผลการเฝ้าสังเกตนั้นแสดงให้เห็นว่ามีความเสี่ยงในการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินมากขึ้นในวันสุดท้ายของการรักษา
  • ควรมีเพศสัมพันธ์ทุกวัน ตั้งแต่ในวันก่อนการรักษาและต่อเนื่องจนถึงวันที่สามารถมองเห็นการตกไข่ได้อย่างชัดเจน
  • หยุดการมีเพศสัมพันธ์เมื่อความเสี่ยงในการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปเพิ่มขึ้น
เพื่อช่วยให้ตั้งครรภ์

ขนาดยาเริ่มต้น 225 หน่วยสากลต่อวัน เป็นเวลา 5 วัน ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง

หากให้ยาร่วมกับฮอร์โมนเมโนโทรปิน (menotropin) ขนาดยารวมกันทั้งหมดไม่ควรเกิน 225 หน่วยสากล (ยายูโรโฟลลิโทรปิน 150 หน่วยสากล และยาฮอร์โมนเมโนโทรปิน 75 หน่วยสากล หรือยายูโรโฟลลิโทรปิน 75 หน่วยสากล และยาฮอร์โมนเมโนโทรปิน 150 หน่วยสากล)

ขนาดยาสูงสุด 450 หน่วยสากลต่อวัน

หากให้ยาร่วมกับฮอร์โมนเมโนโทรปิน ขนาดยารวมกันทั้งหมดไม่ควรเกิน 450 หน่วยสากลต่อวัน

ระยะเวลาการรักษา 12 วัน

คำแนะนำ

  • เริ่มตั้งแต่รอบวันที่ 2 หรือ 3 ให้ยาจนกว่าไข่จะพัฒนาเพียงพอ โดยวัดได้จากการอัลตราซาวด์และการวัดระดับเซรั่ม เอสตร้าไดออล
  • รักษาต่อไปจนกว่าจะมีหลักฐานพบการพัฒนาของไข่อย่างเพียงพอ แล้วจึงให้ ฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปิน
  • ระงับการให้ฮอร์โมนฮิวแมน โครริออนิค โกนาโดโทรปินเมื่อผลการเฝ้าระวังแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงในการเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปเพิ่มขึ้น

การใช้งาน

  • การกระตุ้นการตกไข่ในผู้หญิงที่เคยรับยากดต่อมใต้สมอง ด้วยการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อและใต้ผิวหนัง
  • การพัฒนาของรังไข่หลายใบนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology) ในรอบการตกไข่ของผู้หญิงที่เคยคยรับยากดต่อมใต้สมอง

การปรับขนาดยา

การกระตุ้นการตกไข่
  • รูปแบบการให้ยานั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
  • สำหรับผู้หญิงที่เคยใช้ยาในกลุ่มฮอร์โมน โกนาโดโทรปิน รีลิสซิง อะโกนิสต์ (GnRH agonist) หรือยากดต่อมใต้สมอง ควรเริ่มต้นให้ยาโดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อเป็นเวลา 5 วันในการรักษารอบแรก
  • สำหรับการเริ่มต้นการให้ยาสำหรับรอบต่อมานั้นควรจะปรับเปลี่ยนโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของรังไข่
  • การปรับขนาดยาขึ้นอยู่กับผลการเฝ้าสังเกต (ทั้งระดับเซรั่มเอสตร้าไดออลและผลการอัลตราซาวน์ช่องคลอด) เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของรังไข่หลายใบและประจำเดือนขาด
  • อย่าปรับขนาดยาบ่อยเกินกว่าทุกๆ 2 วันและไม่ควรเกินกว่า 150 หน่วยสากลต่อการปรับขนาดยาหนึ่งครั้ง
  • ควรใช้ยาในขนาดที่ต่ำที่สุดที่ให้ผลที่ต้องการ
  • โดยทั่วไปแล้วไม่ควรรักษาเกิน 12 วัน

เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์

  • รูปแบบการให้ยาที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยที่กำลังทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) นั้นควรทำตามแบบขั้นตอนและจะแตกต่างกันตามแต่ละคน
  • ปรับขนาดยาหลังจากผ่านไป 5 วันโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองจองรังไข่ โดยขึ้นอยู่กับผลการเฝ้าสังเกต ทั้งผลการอัลตราซาวน์การเจริญเติบโตของไข่และระดับเซรั่มเอสตร้าไดออล
  • อย่าปรับขนาดยาบ่อยเกินกว่าทุกๆ 2 วัน และไม่ควรเกินกว่า 150 หน่วยสากลต่อการปรับขนาดยาหนึ่งครั้ง
  • โดยทั่วไปแล้วไม่ควรรักษาเกิน 12 วัน

ขนาดยายูโรโฟลลิโทรปินสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาผงสำหรับฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
  • ยาผงสำหรับฉีด
  • ยาผงสำหรับฉีดใต้ผิวหนัง

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: พฤษภาคม 30, 2019 | Last Modified: พฤษภาคม 30, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน