ริทาลิน (Ritalin®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ริทาลิน (Ritalin®) Brand Name(s): ริทาลิน (Ritalin®).

ข้อบ่งใช้

ยาริทาลิน (เมทิลเฟนิเดต) ใช้สำหรับ

ยาริทาลิน (Ritalin®) เป็นยากระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ยานี้ส่งผลต่อสารเคมีภายในสมองและประสาท ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมภาวะอยู่ไม่สุขและแรงกระตุ้น

ยาริทาลิน ใช้เพื่อรักษาโรคสมาธิสั้น (attention deficit disorder [ADD] หรือ attention deficit hyperactivity disorder [ADHD]) และโรคลมหลับ (narcolepsy)

ยาริทาลินยังอาจใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น นอกเหนือจากที่อยู่ในคู่มือการใช้ยาได้อีกด้วย

วิธีการใช้ยาริทาลิน (เมทิลเฟนิเดต)

ใช้ยาริทาลิน ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด การใช้ยานี้อย่างไม่ถูกต้องการทำให้เสียชีวิต หรือเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงต่อหัวใจ อย่าใช้ยานี้ในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ

เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ ควรใช้ยาในตอนเช้า

ยาริทาลินประเภทออกฤทธิ์ทันทีนั้น ควรจะรับประทานอย่างน้อย 30 ถึง 45 นาทีก่อนมื้ออาหาร ยาแคปซูลริทาลินประเภทออกฤทธิ์นาน (Ritalin® LA) หรือยาเม็ดริทาลิน ออกฤทธิ์คงที่ในระยะยาว (Ritalin® SR) สามารถรับประทานพร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหากก็ได้

อย่าบด เคี้ยว หรือหักยาเม็ดริทาลิน เอสอาร์รูปแบบออกฤทธิ์นาน ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ด การหักเม็ดยาอาจทำให้ยาออกฤทธิ์มามากเกินไปภายในคราวเดียว

เพื่อให้คุณสามารถกลืนยาได้ง่ายขึ้น คุณอาจจะค่อยๆ แกะยาแคปซูลริทาลิน แอลเอแล้วโรยเม็ดยาไว้บนซอสแอปเปิ้ลเต็มช้อน ไม่ควรอุ่นซอสแอปเปิ้ล เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการปล่อยสรรพคุณของยาได้ ควรกลืนซอสแอปเปิ้ลลงไปพร้อมกับยาโดยไม่ต้องเคี้ยว อย่าเก็บส่วนผสมนั้นไว้ใช้ภายหลัง แล้วดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำอื่นๆ ตามลงไป อย่าเคี้ยวหรือบดยาแคปซูลหรือเม็ดภายในยาแคปซูล

ขณะที่กำลังใช้ยานี้ แพทย์อาจจะนัดพบเพื่อทำการตรวจเป็นประจำ คุณควรจะตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ส่วนสูง และน้ำหนักเป็นประจำ

หากคุณจำเป็นต้องรับการผ่าตัด โปรดแจ้งให้ศัลยแพทย์ของคุณทราบล่วงหน้าว่า คุณกำลังใช้ยาลิทาริน คุณอาจจะต้องหยุดใช้ยานี้เป็นเวลาสั้นๆ

การเก็บรักษายาริทาลิน (เมทิลเฟนิเดต)

ยาริทาลิน ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาลิทารินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาริทาลิน ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาริทาลิน (เมทิลเฟนิเดต)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาลิทาริน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

อย่าใช้ยาริทาลิน หากคุณเคยใช้ยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอ (MAO inhibitor) ภายใน 14 วันที่ผ่านมา เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาของยาที่อันตรายได้ ยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอนั้นมีทั้ง ยาไซโซคาร์โบซาซิด (isocarboxazid) ยาลิเนโซลิด (linezolid) ยาเมทิลีนบลูสำหรับฉีด (methylene blue injection) ยาฟีเนลซีน (phenelzine) ยาราซาจิลีน (rasagiline) ยาเซเลจิลีน (selegiline) ยาทรานีลไซโพรมีน (tranylcypromine) และอื่นๆ

คุณไม่ควรใช้ยาลิทารินหากคุณเป็น

  • โรคต้อหิน
  • ประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเคยมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก หรือโรคทูเร็ตต์ (Tourette’s syndrome)
  • อาการวิตกกังวล ตึงเครียด หรือกระสับกระส่ายอย่างรุนแรง (ยากระตุ้นสามารถทำให้อาการเหล่านี้รุนแรงขึ้นได้)

ยากระตุ้นบางชนิดอาจจะทำให้เกิดการเสียชีวิตอย่างกะทันหันในบางคน โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเป็น

  • ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (congenital heart defect)
  • ความดันโลหิตสูง
  • ประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคหัวใจหรือเสียชีวิตกะทันหัน

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายาริทาลินนั้น จะทำอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยาเมทิลเฟนิเดตนั้นสามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ หรือทำอันตรายต่อทารกได้หรือไม่ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณกำลังให้นมบุตร

ยาลิทารินนั้นไม่ได้รับการยอมรับในการใช้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 ปี

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาริทาลิน จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาริทาลิน (เมทิลเฟนิเดต)

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปดังนี้

  • รู้สึกประหม่าหรือหงุดหงิด
  • นอนไม่หลับ
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้
  • ปวดท้อง
  • ปวดหัว

หยุดใช้ยาลิทารินและติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณมีอาการ

  • ปวดหน้าอก
  • หายใจติดขัด
  • รู้สึกเหมือนจะหมดสติ
  • ภาพหลอน (มองเห็นหรือได้ยินสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง)
  • มีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมใหม่ๆ
  • ก้าวร้าว
  • ไม่เป็นมิตร
  • หวาดระแวง
  • ชัก
  • รู้สึกชา ปวด หรือเย็น มีแผลที่หาสาเหตุไม่ได้ หรือสีผิวเปลี่ยน (มีลักษณะซีด แดง หรือเป็นสีน้ำเงิน) ที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า
  • กล้ามเนื้อกระตุก
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
  • อวัยวะเพศชายแข็งตัวแบบมีอาการปวด หรือนานกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป (หายาก)
  • กล้ามเนื้อมีอาการปวด อาการกดเจ็บ หรืออ่อนแรงแบบหาสาเหตุไม่ได้ (โดยเฉพาะหากคุณเป็นไข้ เหนื่อยล้าผิดปกติ และปัสสาวะสีคล้ำ)

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ยาเมทิลเฟนิเดตสามารถส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตในเด็ก โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอัตราการเจริญเติบโตของลูกคุณนั้นไม่ปกติ ขณะที่กำลังใช้ยานี้

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาลิทารินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยารักษาโรคซึมเศร้าหรือความผิดปกติทางจิต
  • ยาสำหรับความดันโลหิต
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่นยาวาฟาริน (warfarin) อย่างคูมาดิน (Coumadin) หรือแจนโทแวน (Jantoven)
  • ยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic medication) หรือยาโอปิออยด์ (opioid)
  • ยาแก้หวัดหรือยาแก้แพ้ที่มีส่วนผสมของยาหดหลอดเลือด (decongestant) เช่นซูโดเอฟีดรีน (pseudoephedrine) หรือฟีนิลเอฟรีน (phenylephrine)
  • ยารักษาอาการชัก

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาลิทารินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาริทาลินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคซึมเศร้า อาการป่วยทางจิต โรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) โรคจิต (psychosis) หรือมีความคิดหรือการพยายามฆ่าตัวตาย
  • กล้ามเนื้อกระตุกหรือโรคทูเร็ตต์
  • ปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดที่มือหรือเท้า
  • โรคชักหรือโรคลมชัก (epilepsy)
  • ปัญหาเกี่ยวกับหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้
  • ผลการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ผิดปกติ
  • เคยติดยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาริทาลิน (เมทิลเฟนิเดต) สำหรับผู้ใหญ่

ยาเม็ด

  • แบ่งให้ยาวันละ 2 หรือ 3 ครั้ง ควรจะให้ยา 30 ถึง 45 นาทีก่อนมื้ออาหาร
  • ขนาดยาโดยเฉลี่ยคือ 20 ถึง 30 มก. ต่อวัน
  • ผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องใช้ยาในขนาด 40 ถึง 60 มก. บางรายยาในขนาด 10 ถึง 15 มก. ต่อวันนั้นก็เพียงพอแล้ว
  • ผู้ป่วยที่ไม่สามารถนอนหลับได้หากรับประทานยาในช่วงสายของวัน ควรรับประทานครั้งสุดท้ายก่อน 6 โมงเย็น

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน

  • ยาเม็ดริทาลิน ออกฤทธิ์นานยังมีระยะเวลาในการออกฤทธิ์ประมาณ 8 ชั่วโมง
  • ดังนั้น ยาเม็ดลิทารินออกฤทธิ์นานอาจใช้แทนยาเม็ดลิทารินได้เมื่อขนาดของยาเม็ดลิทารินออกฤทธิ์นาน 8 ชั่วโมง นั้นสอดคล้องกับสอดคล้องการปรับขนาดยาลิทาริน 8 ชั่วโมง
  • ยาเม็ดลิทารินออกฤทธิ์นานควรจะกลืนลงไปทั้งเม็ดโดยไม่บดหรือเคี้ยวยา

ขนาดยาริทาลิน (เมทิลเฟนิเดต) สำหรับเด็ก

เด็ก (อายุ 6 ปีขึ้นไป)

  • ควรเริ่มต้นยาลิทารินในขนาดต่ำ แล้วค่อยๆ เพิ่มขนาดยาทุกอาทิตย์ ไม่แนะนำขนาดยาที่มากกว่า 60 มก.
  • หากไม่สังเกตเห็นอาการดีขึ้นหลังจากปรับขนาดยาอย่างเหมาะสมนานกว่าช่วง 1 เดือน ควรหยุดใช้ยา
  • ยาเม็ด เริ่มต้นด้วยขนาด 5 มก. วันละสองครั้ง (ก่อนมื้อเช้าและมื้อกลางวัน) โดยค่อยๆ เพิ่มขนาดยา 5 ถึง 10 มก. ต่อสัปดาห์
  • ยาเม็ดออกฤทธิ์คงที่ในระยะยาว ยาเม็ดลิทารินออกฤทธิ์คงที่ในระยะยาวควรมีระยะเวลาการออกฤทธิ์ประมาณ 8 ชั่วโมง

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดและยาเม็ดแบบออกฤทธิ์นานเมทิลเฟนิเดต ไฮโดรคลอไรด์ (methylphenidate hydrochloride) 5 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มีนาคม 19, 2019 | Last Modified: มีนาคม 19, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย