ลูบิพรอสโตน (Lubriprostone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรพิมพ์จิต วัฒนชโนบล

ชื่อสามัญ: ลูบิพรอสโตน (Lubriprostone) Brand Name(s): ลูบิพรอสโตน (Lubriprostone).

ข้อบ่งใช้

ยาลูบิพรอสโตนใช้สำหรับ

ยาลูบิพรอสโตน (Lubriprostone) ใช้เพื่อรักษาอาการท้องผูกบางชนิด เช่น อาการท้องผูกเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ (Chronic Idiopathic Constipation) โรคลำไส้แปรปรวนที่มีอาการท้องผูก (Irritable Bowel Syndrome with Constipation) อาการท้องผูกเรื้อรัง อาจเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งไม่ได้เป็นผลจากอาหาร โรคอื่นหรือยาใดๆ

ยาลูบิพรอสโตนยังใช้เพื่อรักษาอาการท้องผูก ที่เกิดจากยาเสพติดประเภทฝิ่น ที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดอย่างต่อเนื่องจากโรคอื่นๆ ได้นอกเหนือจากโรคมะเร็ง

ยานี้อาจทำให้อาการอื่น อย่างเช่นท้องอืด หรืออาการไม่สบายในช่องท้องทุเลาลง ทำให้เนื้อสัมผัสของอุจจาระดีขึ้น และลดการเบ่งอุจจาระ รวมถึงลดความรู้สึกไม่สบายตัว

ยาลูบิพรอสโตนอยู่ในกลุ่มของยาที่เรียกว่า ยากระตุ้นคลอไรด์แชแนล (chloride channel activator) ยานี้ออกฤทธิ์โดยเพิ่มปริมาณของเหลวในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายอุจจาระได้ดีขึ้น

วิธีการใช้ยาลูบิพรอสโตน

รับประทานยานี้พร้อมอาหารและน้ำตามที่แพทย์สั่ง ปกติแล้วจะรับประทานวันละ 2 ครั้ง กลืนยาทั้งเม็ด ห้ามแบ่ง บด หรือเคี้ยวยา

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะโรคและการตอบสนองต่อการรักษา

รับประทานยานี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด อย่าลืมรับประทานยานี้ในเวลาเดียวกันทุกวัน

คุณควรปรึกษาแพทย์เป็นประจำว่า คุณยังต้องรับประทานยานี้อยู่หรือไม่

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณยังมีอาการอยู่หรืออาการแย่ลง

การเก็บรักษายาลูบิพรอสโตน

คุณควรเก็บยาลูบิพรอสโตนไว้ในอุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันยาเสื่อม คุณไม่ควรเก็บยาลูบิพรอสโตนไว้ในห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาลูบิพรอสโตนแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนฉลากผลิตภัณฑ์หรือถามเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรทิ้งยาลูบิพรอสโตนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น ดังนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาลูบิพรอสโตน

ก่อนจะรับประทานยาลูบิพรอสโตน แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร หากคุณแพ้ยาชนิดนี้ หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยาตัวนี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ แต่อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ หรือปัญหาอื่นๆ ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ ถึงประวัติการเจ็บป่วยและการใช้ยา โดยเฉพาะปัญหาที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้บางชนิด เช่น การอุดตัน ท้องเสียอย่างรุนแรง โรคตับ

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพร)

ระหว่างตั้งครรภ์ ควรรับประทานยาลูบิพรอสโตนเมื่อจำเป็นเท่านั้น ปรึกษาความเสี่ยงและข้อดีกับแพทย์

ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้ซึมเข้าไปในน้ำนมหรือไม่ แต่ยานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อทารก เช่น ท้องเสีย ปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาลูบิพรอสโตน ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง เพื่อชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนรับประทานยาลูบิพรอสโตน อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ยาลูบิพรอสโตนจัดเป็นยากลุ่มเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท C

ต่อไปนี้คือประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = มีหลักฐานเกี่ยวกับกับความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาลูบิพรอสโตน

คุณอาจคลื่นไส้ ท้องเสีย มีแก๊สในกระเพาะอาหาร อาเจียน ปากแห้ง น้ำมูกไหล ไอ เป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดข้อต่อหรือหลัง รวมถึงมีปัญหาในการนอนหลับ หากยังคงมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องหรืออาการแย่ลง แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบทันที

โปรดทราบว่า แพทย์ได้จ่ายยานี้เนื่องจากได้ตัดสินใจแล้วว่า นี่จะมีประโยชน์ต่อคุณ มากกว่าความเสี่ยงที่เกิดจากผลข้างเคียง หลายคนใช้ยานี้แล้วไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากผลข้างเคียงที่รุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้น ได้แก่ แขนหรือขาบวม การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์

ยานี้อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำ และอาจหน้ามืดได้ อาการท้องเสียและอาเจียน อาจเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงเหล่านี้ หยุดยาและแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากมีผลข้างเคียงที่รุนแรงเหล่านี้เกิดขึ้น ได้แก่ หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ท้องเสียหรืออาเจียนอย่างรุนแรง

น้อยครั้งมากที่ยาลูบิพรอสโตนอาจทำให้เกิดปัญหาในการหายใจ และแน่นหน้าอกภายใน 30 ถึง 60 นาที หลังจากใช้ยาครั้งแรก ปฏิกิริยานี้มักไม่รุนแรงและจะหายเป็นปกติภายใน 3 ชั่วโมง คุณอาจมีอาการอีกเมื่อรับประทานยาครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม คุณอาจไม่สามารถระบุถึงปฏิกิริยาดังกล่าวได้ นอกจากเป็นปฏิกิริยาที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น แต่เป็นปฏิกิริยาที่รุนแรง ทำให้เกิดอาการแน่นหน้าอกหรือมีปัญหาในการหายใจ ดังนั้น เข้ารับการรักษาทันที หากคุณมีปัญหาในการหายใจ แน่นหน้าอก รู้สึกไม่สบายตัวหรือเจ็บปวด

อาการแพ้ยาที่รุนแรงไม่ค่อยเกิดขึ้นเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม เข้ารับการรักษาทันทีหากคุณสังเกตเห็นอาการแพ้ที่รุนแรง ได้แก่ เกิดผื่น อาการคันหรือผิวบวม (โดยเฉพาะที่ใบหน้า ลิ้นหรือลำคอ) วิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง มีปัญหาเรื่องการหายใจ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยาระหว่างยาอื่นๆ

ยาลูบิพรอสโตนอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาอื่นๆ ที่คุณกำลังรับประทานอยู่ และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาระหว่างยาที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา และผลิตภัณฑ์สมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่ม หรือหยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาลูบิพรอสโตนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาลูบิพรอสโตนอาจมีปฏิกิริยากับสภาวะโรคที่คุณเป็นอยู่ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกาย อาจทำให้สุขภาพของคุณย่ำแย่ลง หรือเปลี่ยนฤทธิ์ของยา สิ่งสำคัญคือ โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนใช้ยาลูบิพรอสโตน

ขนาดยาลูบิพรอสโตนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาปกติสำหรับผู้ป่วยโรคท้องผูกเรื้อรัง

รับประทานยา 24 ไมโครกรัม วันละ 2 ครั้ง

หมายเหตุ: ไม่มีการระบุประสิทธิภาพของยา ในการรักษาโรคท้องผูกที่เกิดจากกระตุ้นของสารโอปิออยด์ (opioid-induced constipation) ในผู้ป่วยที่ใช้สารไดเฟนนิลเฮปเทนโอปิออยด์ (diphenylheptane opioid) เช่น ยาเมทาโดน (methadone)

การใช้: ใช้รักษาอาการท้องผูกเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ และอาการท้องผูกที่เกิดจากการกระตุ้นของสารโอปิออยด์ ในผู้ใหญ่ที่มีอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งไม่ได้เป็นผลมาจากโรคมะเร็ง

ขนาดยาปกติสำหรับผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวน

รับประทานยา 8 ไมโครกรัม วันละ 2 ครั้ง

การใช้: ใช้รักษาโรคลำไส้แปรปรวนที่มีอาการท้องผูกในผู้หญิงที่มีอายุ 18 ปีหรือมากกว่า

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ไม่แนะนำให้ปรับขนาดยา

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

ผู้ป่วยที่มีอาการท้องผูกเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุและอาการท้องผูกที่เกิดจากการกระตุ้นของสารโอปิออยด์

ขนาดยาเริ่มต้น

  • ตับทำงานผิดปกติขั้นไม่รุนแรง (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับหรือ Child-Pugh เป็นเอ): ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยา
  • ตับทำงานผิดปกติขั้นปานกลาง (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับเป็นบี): รับประทาน 16 ไมโครกรัม วันละ 2 ครั้ง
  • ตับทำงานผิดปกติขั้นรุนแรง (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับเป็นซี): 8 ไมโครกรัม วันละ 2 ครั้ง

ผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวนที่มีอาการท้องผูก

  • ตับทำงานผิดปกติขั้นไม่รุนแรง (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับเป็นเอ) และขั้นปานกลาง (ค่าประสิทธิภาพการทำงานของตับเป็นบี) : ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยา
  • ตับทำงานผิดปกติขั้นรุนแรง (ค่าไชด์พิว C): 8 ไมโครกรัม วันละ 2 ครั้ง

ขนาดยาที่มีผลต่อการรักษา: หากร่างกายเริ่มทนได้ต่อขนาดยาเริ่มต้น และไม่มีการตอบสนองที่เพียงพอของยา แม้จะให้ยาในช่วงเวลาที่เหมาะสม ให้เพิ่มขนาดยาจนถึงขนาดสูงสุด โดยต้องมีการเฝ้าระวังการตอบสนองของผู้ป่วยที่เหมาะสม

ผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือด (Dialysis)

ไม่แนะนำให้ปรับขนาดยา

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำในการใช้ยา

  • รับประทานยาพร้อมอาหารและน้ำ
  • กลืนยาทั้งเม็ด ห้ามแบ่ง บด หรือเคี้ยวยา

ข้อกำหนดในการเก็บรักษา

  • เก็บไว้ในที่ทีมีอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (77 องศาฟาเรนไฮต์) อนุโลมให้เป็น 15 ถึง 30 องศาเซลเซียสได้ (59 ถึง 86 องศาฟาเรนไฮต์)
  • เก็บไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิมเพื่อป้องกันแสงและความชื้น
  • ใช้ยานี้ภายใน 4 สัปดาห์หลังจากเปิดใช้

โดยทั่วไป

รับประทานยา วันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 4 สัปดาห์ การหยุดยาไม่ได้มีผลให้เป็นโรคหนักมากกว่าเดิม

การเฝ้าระวัง

การประเมินความจำเป็นที่จะต้องรักษาต่อ (เป็นระยะ)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

ติดต่อผู้ให้บริการด้านการแพทยทันทีหากคุณอาเจียนอย่างรุนแรง ท้องเสียหรือหายใจลำบากระหว่างการรักษา

ขนาดยาลูบิพรอสโตนสำหรับเด็ก

ไม่ได้มีการกำหนดขยาดยาสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเด็ก ยานี้อาจไม่ปลอดภัยสำหรับเด็ก สิ่งที่สำคัญคือ ต้องศึกษาการใช้ยาอย่างปลอดภัยก่อนรับประทาน โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยา

ยาลูบิพรอสโตนมีรูปแบบดังต่อไปนี้

  • แคปซูลสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือการใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งถัดไป ให้รับประทานยาในครั้งถัดไปได้เลย และรับประทานยาต่อไปตามปกติ ห้ามรับประทานยาเป็นสองเท่าของขนาดยาปกติ

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: กรกฎาคม 23, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 23, 2018