วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Vitamin B2/Riboflavin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Vitamin B2/Riboflavin) Brand Name(s): วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Vitamin B2/Riboflavin), วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Vitamin B2/Riboflavin) และ วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Vitamin B2/Riboflavin).

ข้อบ่งใช้

วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ใช้สำหรับ

วิตามินบี 2 หรือ ไรโบฟลาวิน (riboflavin) มักจะใช้เพื่อรักษาภาวะขาดไรโบฟลาวิน วิตามินบี 2 และวิตามินบีอื่นๆ จะช่วยให้ร่างกายสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงและช่วยสนับสนุนการทำงานของเซลล์อื่นๆ ที่ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกาย

ภาวะหรือโรคบางอย่างอาจต้องการไรโบฟลาวินในปริมาณเพิ่มขึ้น เช่น  

  • โรคพิษสุรา (Alcoholism) 
  • แผลไหม้
  • โรคมะเร็ง
  • ท้องร่วง
  • เป็นไข้
  • อาการป่วย
  • การติดเชื้อ
  • โรคลำไส้
  • โรคตับ
  • ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Overactive thyroid) 
  • การบาดเจ็บที่รุนแรง
  • ความเครียด
  • การผ่าตัดนำกระเพาะอาหารส่วนหนึ่งออกไป

นอกจากนี้ ยังอาจจะให้ไรโบฟลาวินกับทารกที่ระดับบิลิรูบินในเลือดสูง (hyperbilirubinemia)

ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพควรจะเป็นผู้พิจารณาว่าคุณต้องการต้องการไรโบฟลาวินเพิ่มขึ้นหรือไม่

ยังไม่มีการพิสูจน์ข้ออ้างที่ว่าไรโบฟลาวินนั้นจะมีประสิทธิภาพในการรักษาสิว ภาวะโลหิตจางบางประเภท โรคปวดหัวไมเกรน และอาการกล้ามเนื้อกระตุก 

วิธีการใช้วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) 

ควรรับประทานวิตามินบี 2 พร้อมกับอาหารและใช้ยาที่กำหนดบนฉลากหรือตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ในขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือใช้นานกว่าที่แนะนำ 

ปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวันของไรโบฟลาวินนั้นจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ 

การเก็บรักษาวิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) 

วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งวิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) 

โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรถึงความปลอดภัยในการใช้ยานี้ขณะที่กำลังเป็นโรคอื่น โดยเฉพาะโรคถุงน้ำดี โรคตับแข็ง (cirrhosis) หรือโรคตับอื่นๆ 

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับความปลอดภัยของการใช้วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์เสมอเพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนใช้ยานี้

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) 

โดยปกติแล้วไรโบฟลาวิน (ส่วนประกอบที่ออกฤทธิ์ภายในวิตามินบี 2) นั้นจะไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ โปรดติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพหากคุณสังเกตเห็นผลอื่นๆ ที่ผิดปกติขณะที่กำลังใช้ยานี้ ควรรับการรักษาในทันทีหากคุณสังเกตเห็นอาการของการแพ้ดังต่อไปนี้ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

โปรดติดต่อแพทย์หากคุณมีอาการท้องร่วงหรือปัสสาวะเพิ่มมากขึ้น อาการเหล่านี้อาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังใช้ไรโบฟลาวินมากเกินไป

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ 

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดวิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) สำหรับผู้ใหญ่

ยารับประทาน

การป้องกันภาวะขาดไรโบฟลาวิน รับประทาน 1-2 มก. ต่อวัน

ภาวะขาดไรโบฟลาวิน สูงสุดถึง 30 มก. ต่อวัน โดยแบ่งรับประทาน

ภาวะโลหิตจางประเภทเม็ดเลือดแดงขนาดเล็ก (Microcytic anemia) ที่เกี่ยวข้องกับภาวะม้ามโต (splenomegaly) และภาวะขาดกลูตาไธโอน รีดักเทส (glutathione reductase deficiency) 10 มก. ต่อวัน เป็นเวลา 10 วัน 

ขนาดวิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) สำหรับเด็ก

ยารับประทาน

ภาวะขาดไรโบฟลาวิน 3-10 มก. ต่อวัน 

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้ 

  • ยาแคปซูล 5 มก. 10 มก. 25 มก. 50 มก. 100 มก. 250 มก. 
  • ยาเม็ด 5 มก. 10 มก. 25 มก. 50 มก. 100 มก. 250 มก.
  • 5 มก./มล. 10 มก./มล.  

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มิถุนายน 14, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 14, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน