สตาวูดีน (Stavudine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: สตาวูดีน (Stavudine) Brand Name(s): สตาวูดีน (Stavudine).

ข้อบ่งใช้

ยาสตาวูดีนใช้สำหรับ

ยาสตาวูดีน (Stavudine) ใช้ร่วมกับยารักษาเอชไอวีอื่นๆ เพื่อช่วยควบคุมการติดเชื้อเอชไอวี ยานี้จะช่วยลดปริมาณของเชื้อเอชไอวีภายในร่างกายทำให้ระบบภูมิคุ้มกันสามารถทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคแทรกซ้อนจากเชื้อเอชไอวี เช่น การติดเชื้อครั้งใหม่หรือโรคมะเร็ง และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต ยาสตาวูดีนอยู่ในกลุ่มของยาเอ็นอาร์ทีไอ (nucleoside reverse transcriptase inhibitors)

วิธีการใช้ยาสตาวูดีน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก โดยปกติคือทุกๆ 12 ชั่วโมงหรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว สภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรรับประทานยาโดยเว้นระยะเวลาให้เท่ากัน เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ควรใช้ยานี้ (และยารักษาเอชไอวีอื่นๆ) อย่างต่อเนื่อง ตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าข้ามมื้อยาใดๆ ควรรับยาเพิ่มก่อนที่ยาจะหมด

อย่าใช้ยานี้มากกว่าหรือน้อยกว่าที่กำหนด หรือหยุดใช้ยานี้ (หรือยารักษาเอชไอวีอื่นๆ) แม้เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ นอกเสียจากแพทย์จะสั่งให้ทำ การข้ามมื้อยาหรือเปลี่ยนขนาดยาโดยที่แพทย์ไม่อนุมัตินั้น อาจทำให้ปริมาณของเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น ทำให้การติดเชื้อนั้นรักษาได้ยากขึ้น (ดื้อยา) หรือทำให้ผลข้างเคียงแย่ลงได้

การเก็บรักษายาสตาวูดีน

เก็บยาแคปซูลสตาวูดีนไว้ที่อุณหภูมิห้องให้ห่างไกลจากความชื้นและความร้อน ปิดฝาขวดให้แน่น

เก็บยาน้ำไว้ในตู้เย็นที่ไม่ฝช่ช่องแช่แข็ง ทิ้งยาน้ำที่ไม่ได้ใช้หลังจากผ่านไป 30 วัน

ทิ้งยาสตาวูดีนใดๆ ที่ไม่ได้ใช้หรือหมดอายุในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดมิดชิดหรือถุงซีล คุณสามารถสอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับแผนการกำจัดหรือคืนยาในชุมชน

ยาสตาวูดีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาสตาวูดีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาสตาวูดีน

ก่อนใช้ยาสตาวูดีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคตับอ่อนอักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับไต เช่นโรคตับอักเสบ หรือโรคตับแข็ง ปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท เช่น โรคปลายประสาทเสื่อม (peripheral neuropathy) การดื่มสุรา ปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดี เช่นโรคนิ่วในถุงน้ำดี

ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับตับ และ/หรือ โรคตับอ่อนอักเสบได้ (pancreatitis)

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

การทำงานของไตนั้นจะลดลง เมื่อคุณมีอายุเพิ่มมากขึ้น ยานี้จะได้รับการกำจัดโดยไต ดังนั้น จึงควรใช้ยาด้วยความระมัดระวังในผู้สูงอายุเนื่องจากผู้สูงอายุอาจมีปฏิกิริยาไวตอผลของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ของปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครร์ก่อนใช้ยานี้ การรักษานี้สามารถลดความเสี่ยงในการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีไปยังลูกของคุณได้ โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยากับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ แต่เนื่องจากน้ำนมแม่นั้นสามารถถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีได้ จึงไม่แนะนำการให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาถึงประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาสตาวูดีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาสตาวูดีน

อาจเกิดอาการปวดหัวหรือท้องร่วง หากอาการเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของคุณแข็งแรงขึ้น ก็อาจจะเริ่มต่อตู้กับการติดเชื้อที่คุณมีอยู่แล้ว และอาจทำให้อาการของโรคนั้นกลับมาได้ คุณยังอาจจะมีอาการของระบบภูมิคุ้มกันทำงานมากเกินไป ปฏิกิริยานี้สามารถเกิดขึ้นเวลาใดก็ได้ (ทันทีหลังจากเริ่มต้นการรักษาเอชไอวี หรือหลายเดือนหลังจากนั้น) รับการรักษาในทันที หากเกิดอาการดังต่อไปนี้ ได้แก่ น้ำหนักลดอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เหนื่อยล้าอย่างรุนแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงไม่หายไป ปวดหัวรุนแรงหรือไม่หายไป ปวดข้อต่อ เหน็บชาที่มือ เท้า แขน หรือขา การมองเห็นเปลี่ยนแปลง มีสัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เป็นไข้ หนาวสั่น ต่อมน้ำเหลืองบวม หายใจติดขัด ไอ แผลบนผิวหนังที่ไม่ยอมหาย) มีสัญญาณของต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (เช่น หงุดหงิด ประหม่า แพ้ความร้อน หัวใจเต้นเร็ว รัว หรือผิดปกติ ตาโปน คอพอก) มีสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท อย่างกลุ่มอาการกูเลนแบร์ (Guillain-Barre syndrome) เช่น หายใจติดขัด กลืนลำบาก ขยับลูกตาลำบาก ในหน้าเบี้ยว อัมพาต พูดลำบาก

ยานี้สามารถทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาทที่รุนแรงได้ที่มือ เท้า หรือขา (โรคปลายประสาทเสื่อม) อาจมีอาการดังนี้ เช่น มีอาการเหน็บ ชา ปวด กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือการควบคุมกล้ามเนื้อลดลง หากคุณมีอาการเหล่านี้ โปรดติดต่อแพทย์ในทันที เพื่อเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แพทย์อาจจะตัดสินใจลด หรือหยุดใช้ยาสตาวูดีน

อาจเกิดความเปลี่ยนแปลงของไขมันในร่างกาย (เช่น มีไขมันเพิ่มขึ้นที่บริเวณหลังส่วนบนและกระเพาะอาหาร มีไขมันลดลงที่แขนหรือขา) เกิดขึ้นขณะที่คุณกำลังใช้ยารักษาเอชไอวี ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุและผลในระยะยาว โปรดปรึกษาแพทย์ถึงความเสี่ยงและประโยชน์ของการรักษา เช่นเดียวกับบทบาทที่เป็นไปได้ของการออกกำลังกาย เพื่อลดผลข้างเคียงนี้

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ไดดาโนซีน (didanosine) ด็อกโซรูบิซิน (doxorubicin) ไฮดรอกซียูเรีย (hydroxyurea) ออริสแตต (orlistat) ซิโดวูดีน (zidovudine) ยาที่สำหรับเกิดปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท เช่น ไอโซไนอาซิด (isoniazid) หรือวินคริสทีน (vincristine)

ยาสตาวูดีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาสตาวูดีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาสตาวูดีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาสตาวูดีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี (HIV Infection)

  • น้ำหนักน้อยกว่า 60 กก.: 30 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • น้ำหนักอย่างน้อย 60 กก.: 40 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

คำแนะนำ

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วน (รวมถึงองค์การอนามัยโลก [WHO]) ได้แนะนำขนาดยาสูงสุดที่ 30 มก. รับประทานวันละสองครั้งโดยไม่ขึ้นกับน้ำหนักตัว

การใช้งาน

ใช้ร่วมกับยาต้านรีโทรไวรัสอื่นๆ (antiretroviral agents) เพื่อรักษาการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี-1

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV หลังจากสัมผัสที่ไม่ใช่จากการทำงาน (Nonoccupational Exposure)

คำแนะนำจากศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งสหรัฐอเมริกา (US CDC)

  • น้ำหนักน้อยกว่า 60 กก.: 30 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • น้ำหนักอย่างน้อย 60 กก.: 40 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ระยะเวลาการรักษา: 28 วัน

คำแนะนำ

  • ใช้เมื่อได้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ใช้ยานี้เป็นส่วนหนึ่งของสูตรการรักษาทางเลือกสำหรับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีจากการเปิดรับเชื้อที่ไม่ใช่จากการทำงาน
  • ควรเริ่มต้นการป้องกันให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ภายใน 72 ชั่วโมงหลังจากเปิดรับเชื้อ
  • ควรมีการศึกษาแนวทางในปัจจุบันสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV ในบุคคลากรทางการแพทย์หลังจากสัมผัสจากการทำงาน (Occupational Exposure)

คำแนะนำจากกลุ่มงานบริการสาธารณสุขแห่งสหรัฐอเมริกา (US Public Health Service Working Group)

  • น้ำหนักน้อยกว่า 60 กก.: 30 มก. รับประทานวันละสองครั้ง
  • น้ำหนักอย่างน้อย 60 กก.: 40 มก. รับประทานวันละสองครั้ง
  • ระยะเวลาการรักษา: 28 วัน หากสามารถทนได้

คำแนะนำ

  • ใช้เมื่อได้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ใช้ยานี้เป็นส่วนหนึ่งของสูตรการรักษาทางเลือกสำหรับการป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีหลังจากการเปิดรับเชื้อ
  • ควรเริ่มต้นการป้องกันให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเปิดรับเชื้อ
  • ยังไม่ทราบระยะเวลาที่ดีที่สุดในการป้องกันและอาจจะแต่ต่างกันโดยขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ของสถาบัน
  • ควรมีการศึกษาแนวทางในปัจจุบันสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

ผู้ป่วยผู้ใหญ่

ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (CrCl) 26 ถึง 50 มล./นาที

  • น้ำหนักน้อยกว่า 60 กก.: 15 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • น้ำหนักอย่างน้อย 60 กก.: 20 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ 10 ถึง 25 มล./นาที

  • น้ำหนักน้อยกว่า 60 กก.: 15 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมง
  • น้ำหนักอย่างน้อย 60 กก.: 20 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมง

กระบวนการไดอะไลซิส (Dialysis)

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis):

ผู้ป่วยผู้ใหญ่

  • น้ำหนักน้อยกว่า 60 กก.: 15 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมง
  • น้ำหนักอย่างน้อย 60 กก.: 20 มก. รับประทานทุกๆ 24 ชั่วโมง

คำแนะนำ

  • ในวันที่ต้องทำกระบวนการไดอะไลซิส ควรให้ยาหลังจากทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในเวลาเดียวกันกับวันที่ไม่ต้องทำกระบวนการไดอะไลซิส

คำแนะนำการใช้

  • สามารถให้ยาได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงอาหาร
  • สารละลายสำหรับรับประทาน: เขย่าขวดให้ดีก่อนตวงยาทุกครั้ง กำจัดยาส่วนที่ไม่ได้ใช้หลังจากผ่านไป 30 วัน

การเก็บรักษา

  • เก็บไว้ในขวดยาปิดฝาให้แน่น
  • ยาแคปซูล: เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส (77 ฟาเรนไฮต์) อนุญาตช่วงเดินทางได้ที่อุณหภูมิระหว่าง 15 องศาเซลเซียส และ 30 องศาเซลเซียส (59 ฟาเรนไฮต์และ 86 ฟาเรนไฮต์)
  • สารละลายสำหรับรับประทาน (ก่อนคืนรูปยา): เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2 to 8C (36F to 46F) for up to 30 days ที่อุณหภูมิระหว่าง 15 องศาเซลเซียส และ 30 องศาเซลเซียส (59 ฟาเรนไฮต์และ 86 ฟาเรนไฮต์) เก็บให้พ้นจากความชื้นส่วนเกิน
  • สารละลายสำหรับรับประทาน (หลังคืนรูปยา): เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2 องศาเซลเซียส ถึง 8 องศาเซลเซียส (36 ฟาเรนไฮต์ ถึง 46 ฟาเรนไฮต์) เป็นเวลาสูงสุดถึง 30 วัน

เทคนิคการคืนรูปหรือการเตรียมการ

  • สารละลายสำหรับรับประทาน: ควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิต

การเฝ้าระวัง

  • ตับ: สมรรถภาพของตับในผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายอยู่ก่อนแล้ว (ตามมาตรฐานการปฏิบัติ)
  • ไต: สมรรถภาพของไตในผู้ป่วยสุงอายุ (ระหว่างการรักษา)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ควรอ่านฉลากยาที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (คู่มือการใช้ยา)
  • รับการรักษาในทันทีหากมีอาการของภาวะกรดแลคติกในเลือดสูงแบบมีอาการ (symptomatic hyperlactatemia) หรือกลุ่มอาการภาวะเลือดเป็นกรดแล็กติก (lactic acidosis syndrome) ทั้งอาการน้ำหนักขึ้นอย่างหาสาเหตุไม่ได้ รู้สึกไม่สบายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เหนื่อยล้า อาการหายใจลำบาก หรืออาการอ่อนแรง
  • อย่าใช้ยานี้ร่วมกับยาไดดาโนซีน (didanosine) และ/หรือไฮดรอกซียูเรีย (hydroxyurea)
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีอาการของภาวะปลายประสาทเสื่อม (เช่นมีอาการชา เหน็บ หรือปวดที่มือหรือเท้า)
  • หลีกเลี่ยงการดื่มสุราระหว่างที่กำลังใช้ยานี้ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ หรือสร้างความเสียหายต่อตับได้
  • หากเป็นโรคเบาหวาน โปรดทราบไว้ว่า ยาสารละลายสำหรับรับประทานนั้น มีน้ำตาลซูโครส 50 มก./มล.

ขนาดยาสตาวูดีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อเอชไอวี

แรกเกิด ถึง 13 วัน

  • 0.5 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

14 วันขึ้นไป

  • น้ำหนักน้อยกว่า 30 กก.: 1 มก./กก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • น้ำหนัก 30 ถึงน้อยกว่า 60 กก.: 30 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • น้ำหนักอย่างน้อย 60 กก.: 40 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง

การใช้งาน

  • ใช้ร่วมกับยาต้านรีโทรไวรัสอื่นๆ เพื่อรักษาการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี-1

รายการคำแนะนำการรักษาต้านรีโทรไวรัสและการจัดการทางการแพทย์สำหรับเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี

  • ทารกแรกเกิด/ทารก (แรกเกิด ถึง 13 วัน: 0.5 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง
  • เด็ก (14 วันขึ้นไป น้ำหนักน้อยกว่า 30 กก.): 1 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง
  • วัยรุ่น (น้ำหนักอย่างน้อย 30 กก.): 30 มก. รับประทานวันละสองครั้ง

คำแนะนำ

  • ไม่แนะนำยานี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเกิดผลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับความเป็นพิษต่อไมโทคอนเดรีย (mitochondrial toxicity) และมีโอกาสในการเกิดอาการผิวหนังยุบลง (lipoatrophy) สูงกว่ายาในกลุ่มเอ็นอาร์ทีไออื่นๆ
  • ควรมีการศึกษาแนวทางในปัจจุบันสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลสำหรับรับประทาน
  • ยาผงเตรียมสำหรับผสม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 27, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 27, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย