สโคโปลามีน (Scopolamine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: สโคโปลามีน (Scopolamine) Brand Name(s): สโคโปลามีน (Scopolamine).

ข้อบ่งใช้

ยาสโคโปลามีนใช้สำหรับ

ยาสโคโปลามีน (Scopolamine) ลดการหลั่งของสารในอวัยวะบางส่วน เช่น กระเพาะอาหารและลำไส้ ยาสโคโปลามีนยังสามารถลดสัญญาณประสาท ที่กระตุ้นกระเพาะอาหารของคุณให้คุณอาเจียน

ยาสโคโปลามีนยังใช้เพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้และอาเจียน ที่เกิดการเมายานพาหนะ (motion sickness) หรือยาระงับความรู้สึก (anesthesia) ที่ได้รับระหว่างการผ่าตัด

ยาสโคโปลามีนยังใช้เพื่อรักษาปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือปัญหาเกี่ยวกับลำไส้บางประเภท กล้ามเนื้อกระตุก สภาวะที่คล้ายกับโรคพาร์กินสัน (Parkinson)

วิธีการใช้ยาสโคโปลามีน

ควรทำตามแนวทางทั้งหมดบนฉลาก อย่าใช้รับประทานขนาดที่มากกว่า น้อยกว่า หรือนานกว่าที่แนะนำ

รับประทานยาพร้อมกับดื่มน้ำเต็มแก้ว

คุณสามารถรับประทานยาสโคโปลามีน พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก

หากคุณใช้ยาสโคโปลามีน เพื่อรักษาสภาวะที่คล้ายกับโรคพาร์กินสัน อย่าหยุดใช้ยานี้อย่างกะทันหัน การหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันอาจทำให้สภาวะนั้นรุนแรงขึ้น

การเก็บรักษายาสโคโปลามีน

ยาสโคโปลามีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาสโคโปลามีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาสโคโปลามีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยา

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาสโคโปลามีน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

คุณไม่ควรใช้ยานี้หากคุณเป็นโรคภูมิแพ้ต่อยาสโคโปลามีนหรือยาที่คล้ายกัน เช่น เมทสโคโพลามีน (methscopolamine) หรือไฮออสไซยามีน (hyoscyamine) หรือหากคุณเป็นโรค

  • โรคต้อหินมุมปิด
  • ลำไส้อุดตัน
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับการหายใจอย่างรุนแรง
  • หากคุณไม่สามารถปัสสาวะได้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาสโคโปลามีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยา

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีอาการ

  • ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลย
  • หัวใจเต้นเร็วหรือรัว
  • สับสน
  • หวาดระแวง
  • กลืนลำบาก

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปอาจมีดังนี้

  • ปากแห้ง กระหายน้ำเพิ่มขึ้น
  • ผิวแห้ง
  • ท้องผูก
  • มีอาการปวดขณะปัสสาวะหรือปัสสาวะติดขัด
  • ง่วงซึม
  • วิงเวียน
  • รู้สึกร้อนรน
  • มองเห็นไม่ชัด รูม่านตาขยาย ดวงตามีปฏิกิริยาไวต่อแสงมากขึ้น

ผลข้างเคียงนี้มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยกว่าในผู้สูงอายุ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาสโคโปลามีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ยาโพแทสเซียมแบบยาเม็ดหรือยาแคปซูล ยาพรามลินไทด์ (pramlintide)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาสโคโปลามีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาสโคโปลามีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคต้อหิน
  • ต่อมลูกหมากโต กระเพาะปัสสาวะอุดตัน หรือปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะ
  • ปัญหาเกี่ยวกับหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร หรือลำไส้
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ (Coronary artery disease) หลอดเลือดแดงแข็งตัว
  • ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (Overactive thyroid)
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia gravis)
  • โรคหอบหืดหรือปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอื่นๆ
  • โรคภูมิแพ้ต่อยา
  • เคยมีการบาดเจ็บที่ศีรษะหรือโรคเนื้องอกในสมอง

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาสโคโปลามีนสำหรับผู้ใหญ่

สำหรับอาหารคลื่นไส้อาเจียน

แก้คลื่นไส้อาเจียนทั่วไป 0.3 ถึง 0.65 มก. ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ เข้ากล้ามเนื้อ หรือใต้ผิวหนัง ทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น

แก้คลื่นไส้และอาเจียนหลังจากการผ่าตัด แปะแผ่นยาซึมผ่านผิวหนังสโคโปลามีนขนาด 1.5 มก. ไว้ที่ด้านหลังใบหูในตอนเย็น คือวันก่อนการผ่าตัด ควรแปะแผ่นยาไว้ 24 ชั่วโมงหลังจากการผ่าตัด แล้วจึงค่อยกำจัดทิ้ง

หากคุณใช้แผ่นแปะยาสโคโปลามีนกับผู้ป่วยที่คลอดบุตร ควรแปะแผ่นยา 1 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัดคลอด เพื่อจำกัดปริมาณยาที่จะเข้าสู่เด็กทารก

สำหรับภาวะเมายานพาหนะ

แปะแผ่นแผะยาซึมผ่านผิวหนังสโคโปลามีนขนาด 1.5 มก. ไว้ที่ด้านหลังใบหูอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ทุกๆ 3 วันเท่าที่จำเป็น

สำหรับอาการสั่นเทาที่เหมือนโรคพาร์กินสัน

ขนาดยาที่แนะนำคือ 0.4 ถึง 0.8 มก. รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น

ขนาดยาสโคโปลามีนสำหรับเด็ก

สำหรับอาหารคลื่นไส้อาเจียน

อายุ 1 ถึง 12 ปี 6 ไมโครกรัม/กก./ครั้ง (ขนาดยาสูงสุดที่ 0.3 มก./ครั้ง) ฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ เข้ากล้ามเนื้อ หรือใต้ผิวหนังทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมงเท่าที่จำเป็น

สำหรับภาวะป่วยจากการเคลื่อนไหว

อายุมากกว่า 12 ปี แปะแผ่นยาซึมผ่านผิวหนังสโคโปลามีนขนาด 1.5 มก. ไว้ที่ด้านหลังใบหูอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ก่อนเริ่มมีการเคลื่อนไหว ทุกๆ 3 วันเท่าที่จำเป็น

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 1.5 มก. 1 มก./มล. 0.4 มก./มล. 0.4 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กุมภาพันธ์ 7, 2019 | Last Modified: กุมภาพันธ์ 7, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย