ออกซีเมโทโลน (Oxymetholone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ออกซีเมโทโลน (Oxymetholone) Brand Name(s): ออกซีเมโทโลน (Oxymetholone), ออกซีเมโทโลน (Oxymetholone), ออกซีเมโทโลน (Oxymetholone) และ ออกซีเมโทโลน (Oxymetholone).

ข้อบ่งใช้

ยาออกซีเมโทโลนใช้สำหรับ

ยาออกซีเมโทโลน (Oxymetholone) เป็นฮอร์โมนเพศชายสังเคราะห์ อย่างแอนโดรเจน (androgen) หรือ ยาอนาบอลิก สเตียรอยด์ (anabolic steroid) ใช้เพื่อรักษาภาวะโลหิตจาง (anemia) ยานี้ทำงานโดยการเพิ่มปริมาณของฮอร์โมนอีริโทรโพอิติน (erythropoietin) ภายในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง

วิธีการใช้ยาออกซีเมโทโลน

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนด สามารถรับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือนม หากเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันของทุกวัน

ขนาดยาขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพและการตอบสนองต่อการรักษา

การใช้ยาอนาบอลิก สเตียรอยด์อย่างไม่ถูกต้องหรือใช้ในทางที่ผิดสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เดังนี้

  • โรคหัวใจ (รวมถึงหัวใจวาย)
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • โรคตับ
  • ปัญหาเกี่ยวกับจิตใจหรืออารมณ์
  • มีพฤติกรรมต้องการยาผิดปกติ
  • การเจริญเติบโตของกระดูกผิดปกติ (ในวัยรุ่น)

อย่าเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยานานกว่าที่กำหนด การใช้ยาอนาบอลิก สเตียรอยด์อย่างไม่ถูกต้องหรือใช้ในทางที่ผิดอาจทำให้คุณมีอาการถอนยา เช่น ซึมเศร้า หงุดหงิด เหนื่อยล้า หากคุณหยุดใช้ยาอย่างกะทันหัน อาการเหล่านี้อาจจะเป็นนานหายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน

อาจต้องใช้เวลาระหว่าง 3-6 เดือนกว่าที่จะได้รับประโยชน์ของยาอย่างเต็มที่

การเก็บรักษายาออกซีเมโทโลน

ยาออกซีเมโทโลนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาออกซีเมโทโลนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาออกซีเมโทโลนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาออกซีเมโทโลน

ก่อนใช้ยาออกซีเมโทโลน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณมีภาวะสุขภาพบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • โรคมะเร็งเต้านมในเพศชาย
  • โรคมะเร็งเต้านมพร้อมกับระดับแคลเซียมในเลือดสูง (เพศหญิง)
  • โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก (prostate cancer)
  • โรคไตระดับรุนแรง
  • โรคตับระดับรุนแรง

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ โรคไต โรคตับ โรคหัวใจ (โรคหัวใจล้มเหลว โรคหัวใจและหลอดเลือด) มีอาการบวม (โรคบวมน้ำหรือภาวะคั่งน้ำ) ภาวะต่อมลูกหมากโต โรคเบาหวาน

หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ยาออกซีเมโทโลนอาจเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด โปรดตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด (หรือปัสสาวะ) เป็นประจำตามที่แพทย์กำหนดและแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากผลการตรวจผิดปกติ คุณอาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยาสำหรับรักษาโรคเบาหวานของคุณ

ควรระมัดระวังการใช้ยานี้กับเด็กเนื่องจากพวกเขาอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า ยานี้อาจจะหยุดยั้งการเจริญเติบโตในเด็กที่อายุน้อยกว่า 18 ปี อาจจะทำการเอ็กซเรย์กระดูกเป็นระยะๆ เพื่อเฝ้าระวังผลของยาต่อการเจริญเติบโตของกระดูก ยาออกซีเมโทโลนยังอาจจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเพศในเด็ก โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ห้ามใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์หรือคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หญิงสาวและผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธ์ุควรใช้การคุมกำเนิดขณะที่กำลังใช้ยานี้

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ แต่เนื่องจากโอกาสในการเป็นอันตรายต่อทารกจึงไม่แนะนำการใช้นมบุตรโปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาออกซีเมโทโลนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด X (ห้ามใช้) โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาออกซีเมโทโลน

อาจเกิดอาการท้องร่วง ตื่นเต้น หรือนอนไม่หลับ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์
  • มีอาการบวมที่ข้อเท้าหรือเท้า
  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติหรือรวดเร็ว
  • หายใจติดขัด
  • ความสนใจทางเพศลดลงหรือเพิ่มขึ้น
  • มีสิวขึ้นใหม่หรือแย่ลง

เพศชายก่อนวัยแรกรุ่น – โปรดแจ้งให้แพทย์ในทันทีหากคุณมีสัญญาณของการการเจริญเต็มวัย (maturation) ดังต่อไปนี้ขณะที่กำลังใช้ยานี้ อวัยวะเพศชายขยายใหญ่ขึ้น อวัยะเพศแข็งตัวบ่อยขึ้น

เพศชายที่เป็นผู้ใหญ่ – โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้ ผมร่วง ปัสสาวะติดขัด ขนาดของอัณฑะเปลี่ยนแปลง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มีอาการกดเจ็บหรืออาการบวมที่เต้านม

เพศชาย ในบางกรณีซึ่งพบไได้ยาก คุณอาจจะมีอาการอวัยวะเพศแข็งตัวแบบมีอาการปวดหรือแข็งตัวนานกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป ควรหยุดใช้ยานี้และรับการรักษาในทันทีไม่เช่นนั้น อาจเกิดปัญหาถาวรได้

เพศหญิง (ทั้งหญิงสาวและผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่) อาจจะมีสัญญาณของ ลักษณะของผู้ชาย (masculinization) ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะไม่สามารถทำให้กลับไปเหมือนเก่าได้ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการรักษา

โปรดรับการรักษาในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้

  • เสียงต่ำลงหรือเสียงแหบ
  • มีขนบนใบหน้า
  • เป็นสิวครั้งใหม่หรือรุนแรงขึ้น
  • ปุ่มกระสันขยายใหญ่ขึ้น
  • ประจำเดือนมีความเปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะ ยาวาฟาริน (warfarin)

ยานี้อาจจะส่งผลกระทบต่อผลการตรวจในห้องแล็บบางอย่าง โปรดแจ้งให้บุคคลากรในห้องแล็บและแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้

ยาออกซีเมโทโลน อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาออกซีเมโทโลนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาออกซีเมโทโลนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาออกซีเมโทโลนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะโลหิตจาง

ภาวะโลหิตจางที่เกิดจากการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ

รับประทาน 1 ถึง 5 มก./กก./วัน ขนาดยาที่มีประสิทธิภาพโดยทั่วไปคือ 1 ถึง 2 มก./กก./วัน การตอบสนองมักจะไม่เกิดขึ้นในทันที ใช้ในการทดลองขั้นต่ำที่ 3 ถึง 6 เดือน

ขนาดยาออกซีเมโทโลนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาภาวะโลหิตจาง

ภาวะโลหิตจางที่เกิดจากการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงไม่เพียงพอ

รับประทาน 1 ถึง 5 มก./กก./วัน ขนาดยาที่มีประสิทธิภาพโดยทั่วไปคือ 1 ถึง 2 มก./กก./วัน การตอบสนองมักจะไม่เกิดขึ้นในทันที ใช้ในการทดลองขั้นต่ำที่ 3 ถึง 6 เดือน

ข้อควรระวัง

ยาอนาบอลิกหรือ สเตียรอยด์ หรือ แอนโดรเจนิก สเตียรอยด์ (Anabolic/androgenic steroids) ควรใช้อย่างระมัดระวังอย่างมากกับเด็กและควรใช้โดยผู้เชี่ยวชาญที่ตระหนักถึงผลกระทบของการเจริญเติบโตของกระดูกเท่านั้น

ยาอนาบอลิกอาจจะเร่งการเจริญเติบโตของการเจริญเติบโตของกระดูก (epiphyseal) ให้เร็วขึ้นกว่าอัตราการเจริญเติบโตมาตรฐานของเด็ก และผลนี้อาจจะยังคงอยู่เป็นเวลาอีก 6 เดือนหลังจากหยุดใช้ยา ดังนั้นจึงควรเฝ้าระวังผลการเอ็กซเรย์โดยเว้นระยะเวลา 6 เดือนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการทำให้ส่วนสูงในวัยผู้ใหญ่อยู่ในระดับอันตราย

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มิถุนายน 4, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 4, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน