ออเรนโอฟิน (Auranofin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: ออเรนโอฟิน (Auranofin) Brand Name(s): ออเรนโอฟิน (Auranofin), ออเรนโอฟิน (Auranofin), ออเรนโอฟิน (Auranofin) และ ออเรนโอฟิน (Auranofin).

ข้อบ่งใช้

ยาออเรนโอฟินใช้สำหรับ

ยาออเรนโอฟิน (Auranofin) มักจะใช้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการรักษาแบบครบวงจร เพื่อรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่กำลังมีอาการ (rheumatoid arthritis) ซึ่งรวมถึงการบำบัดโดยไม่ต้องใช้ยา เช่น การพักผ่อน การบำบัดทางกายภาพ  ยานี้ยังใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ระดับรุนแรงที่ไม่ตอบสนองหรือไม่สามารถใช้ยาอื่นได้ ยาออเรนโอฟินนั้นเป็นสารประกอบทองคำ (gold compound)

ยาออเรนโอฟิน ไม่ใช่ยาบรรเทาอาการปวดที่แท้จริง เช่น ยาแอสไพริน แต่ยานี้อาจจะลดอาการปวดที่เกิดขึ้นพร้อมกับโรคข้ออักเสบได้โดยการลดอาการอักเสบ ยานี้เป็นยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (disease-modifying antirheumatic drug) ยานี้จะลดอาการแข็งเกร็งในตอนเช้าและอาการปวดหรือบวมที่ข้อต่อและสามารถเพิ่มแรงจับ

วิธีการใช้ยาออเรนโอฟิน

รับประทานยานี้ โดยปกติคือวันละหนึ่งหรือสองครั้ง พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหากหรือตามที่แพทย์กำหนด ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อลดผลข้างเคียงอย่างอาการท้องไส้ปั่นป่วน แพทย์จะสั่งให้คุณเริ่มใช้ยาที่ขนาดต่ำ (วันละครั้ง) และค่อยๆ เพิ่มไปเป็นวันละสองครั้ง อย่าเพิ่มขนาดยาหรือใช้ยานี้บ่อยกว่าโดยไม่ได้การยอมรับจากแพทย์ อาการของคุณจะไม่หายไวขึ้นและความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงอาจจะเพิ่มขึ้น ขนาดยาสูงสุดสำหรับผู้ใหญ่คือ 9 มก. ต่อวัน

ผู้ป่วยเกือบครึ่งหนึ่งจะมีอาการท้องร่วงหรืออุจจาระบ่อยขึ้นหรืออุจจาระเหลวขณะที่กำลังใช้ยานี้ หากอาการนี้ไม่หายไปหรือกลายเป็นปัญหา แพทย์อาจจะลดขนาดยาหรือให้คุณหยุดใช้ยาชั่วคราว อย่าหยุดหรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ปรึกษากับแพทย์

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

หากคุณได้รับการฉีดทอง คุณมักจะสามารถเริ่มต้นรับทองผ่านทางการรับประทานได้ทันที หลังจากหยุดการฉีดทอง หากคุณเปลี่ยนมาจากยาเพนิซิลลามีน (penicillamine) คุณมักจะต้องรอนานกว่า 1 เดือนหลังจากหยุดใช้ยาเพนิซิลลามีนก่อนจะเริ่มใช้ยาออเรนโอฟิน โปรดสอบถามแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

อาจต้องรักษานานกว่า 3 ถึง 4 เดือน ก่อนที่คุณจะได้รับประโยชน์ของยาอย่างเต็มที่

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการไม่หายไปหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาออเรนโอฟิน

ยาออเรนโอฟินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาออเรนโอฟินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาออเรนโอฟินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาออเรนโอฟิน

ก่อนใช้ยาออเรนโอฟิน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยานี้ หรือแพ้ทองคำหรือสารประกอบโลหะหนักอื่นๆ รวมทั้งหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่ควรใช้ยานี้หากคุณมีภาวะสุขภาพบางอย่าง ก่อนใช้ยานี้โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ เคยมีปฏิกิริยาต่อสารประกอบทองคำ เช่น มีความผิดปกติของเลือด มีปัญหาเกี่ยวกับไต ปัญหาเกี่ยวกับปอด ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับอาการเลือดออก ความผิดปกติของเลือด เช่น การกดไขกระดูก โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (colitis) หรือโรคลำไส้อักเสบ โรคผื่นผิวหนังอักเสบ (eczema) ปัญหาเกี่ยวกับปอดบางชนิด อย่างโรคพังผืด (fibrosis) โรคไต โรคตับ โรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง (systemic lupus erythematosus) เพิ่งผ่านการฉายรังสีบำบัด

ยานี้อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงอาทิตย์ได้ ควรจำกัดเวลาในการอยู่กลางแดด หลีกเลี่ยงตู้อบอาบแดดและโคมไฟแสงอาทิตย์ ควรทาครีมกันแดดและสวมเสื้อผ้าป้องกันเมื่ออยู่นอกบ้าน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณเกิดอาการแดดเผาหรือมีแผลพุพองหรือรอยแดงที่ผิวหนัง

ไม่แนะนำการใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์หรือคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้และอาจส่งผลที่ไม่พึงประสงค์ต่อทารก โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาออเรนโอฟินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาออเรนโอฟิน

อาจเกิดอาการปวดท้อง โดยปกติมักจะเกิดภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังจากรับประทานยา และยังอาจเกิดอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร แสบร้อนกลางอก และปวดหัว หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ ตาแดงหรือปวดตา ผมร่วง มีอาการเหน็บหรือชาที่แขนหรือขา

ยานี้อาจทำให้เกิดแผลที่ปาก ริมฝีปาก หรือลำคอ อย่างภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ (stomatitis) โปรดแจ้งให้แพทย์ให้ทราบหากคุณสังเกตว่ารู้สึกถึงรสชาติเหล็กภายในปาก เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณแรกของภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ การบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออ่อนๆ อาจจะช่วยบรรเทาอาการได้บางส่วน โปรดปรึกษากับแพทย์

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นยากแต่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ สัญญาณของภาวะเซลล์เม็ดเลือดต่ำ เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือรัว ผิวซีด เหนื่อยล้าผิดปกติ มีอาการเลือดออกหรือรอยช้ำง่าย อุจจาระสีดำหรือมีเลือดปน มีอาการไอบ่อยครั้ง มีเสมหะ มีหนองหรือเลือดในอาการท้องร่วงที่อุจจาระไหลเป็นน้ำ หายใจติดขัดหรือมีอาการปวดขณะหายใจ วิงเวียน สัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เป็นไข้ เจ็บคอบ่อยครั้ง ปวดท้องอย่างรุนแรง เหนื่อยล้าผิดปกติ มีความเปลี่ยนแปลงด้านปริมาณหรือสีของปัสสาวะ อาเจียนคล้ายกากกาแฟ ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ผดผื่นผิวหนังเป็นอาการที่พบได้มากจากการใช้ยานี้และอาจจะมีอาการรุนแรงได้ อาการคันนั้นมักจะเป็นสัญญาณแรกของอาการแพ้อย่างรุนแรง ดังนั้น จึงควรรับการรักษาทันทีหากคุณมีผดผื่นหรืออาการคัน

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ไม่ควรใช้ยานี้ร่วมกับยาดังต่อไปนี้เนื่องจากอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงได้ ยาเพนิซิลลามีน (penicillamine)

หากคุณกำลังใช้ยาในรายชื่อด้านบน โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบก่อนเริ่มใช้ยาออเรนโอฟิน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะ ยาเฟนิโทอิน (phenytoin)

ยานี้อาจส่งผลกระทบต่อผลการตรวจในห้องแล็บบางชนิด รวมถึงการทดสอบวัณโรคบนผิวหนัง (tuberculin skin test) และอาจทำให้ผลตรวจเป็นเท็จได้ โปรดแจ้งบุคลากรในห้องแล็บและแพทย์ของคุณทุกคนให้ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้

ยาออเรนโอฟินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาออเรนโอฟิน อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาออเรนโอฟิน อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาออเรนโอฟินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาเริ่มต้น 3 มก. รับประทานวันละครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เป้าหมายของการรักษาคือค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึงรับประทาน 6 มก. ต่อวัน เพื่อจำกัดอาการท้องร่วง

ขนาดยาปกติ รับประทาน 6 มก. ต่อวัน รับประทานครั้งเดียวหรือแบ่งรับประทานครั้งละ 3 มก. วันละสองครั้งเพื่อลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร

การตอบสนองของการรักษาต่อยาออเรนโอฟิน อาจจะยังไม่ปรากฏภายใน 3 ถึง 6 เดือนหลังจากเริ่มต้นการรักษา ถ้าหลังจากผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้วการตอบสนองจะถือว่าไม่เพียงพอ อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปจนถึงขนาดยาสูงสุดที่ 3 มก. รับประทานวันละสามครั้ง หากใช้ขนาดยา 9 มก./วัน หลังจากผ่านไป 2 ถึง 3 เดือน แต่การตอบสนองยังคงไม่เพียงพอ ควรพิจารณาทางเลือกอื่นในการรักษา

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (CrCl) น้อยกว่า 50 มล./นาที ห้ามใช้ยาออเรนโอฟินในผู้ป่วยกลุ่มนี้

ค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ 50 ถึง 80 มล./นาที ควรลดขนาดยาลงมา 50%

การปรับขนาดยา

เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการท้องร่วง ควรให้ยาในขนาด 3 มก. วันละครั้ง ภายในช่วง 2 สัปดาห์แรก สามารถเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 3 มก. รับประทานวันละสามครั้งถ้าหลังจากผ่านไป 6 เดือนแล้วการตอบสนองยังไม่เพียงพออยู่

คำแนะนำอื่นๆ

ขนาดยาสูงสุดคือ 9 มก./วัน อาจจะยังมองไม่เห็นการตอบสนองต่อการรักษาเป็นเวลา 3-6 เดือน

ขนาดยาออเรนโอฟินสำหรับเด็ก

อายุมากกว่า 1 ถึง 12 ปี

ขนาดยาเริ่มต้น 0.1 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 1 ถึง 2 ครั้งในขนาดที่เท่ากัน

อายุมากกว่า 1 ถึง 12 ปี

ขนาดยาปกติ 0.15 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 1 ถึง 2 ครั้งในขนาดที่เท่ากัน โดยมีขนาดยาสูงสุดที่ 0.2 มก./กก./วัน รับประทานหนึ่งครั้งหรือแบ่งรับประทานในขนาดที่เท่ากันโดยเว้นเวลานาน 12 ชั่วโมง

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด
  • ยาแคปซูล

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: มิถุนายน 4, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 4, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน