อะซิทิลโคลีน (Acetycholine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: อะซิทิลโคลีน (Acetycholine) Brand Name(s): อะซิทิลโคลีน (Acetycholine).

ข้อบ่งใช้

ยาอะซิทิลโคลีนใช้สำหรับ

ยาอะซิทิลโคลีน (Acetycholine) คือ ยาสำหรับดวงตา ใช้เพื่อให้รูม่านตาหดตัว หลังจากที่ทำการผ่าตัดกระจกตา หรือผ่าตัดดวงตาแบบอื่นๆ

ยาอะซิทิลโคลีนอยู่ในกลุ่มของยาพาราซิมพาโทมิเมติก (parasympathomimetics) และทำงานโดยขัดขวางการส่งสัญญาณกระแสประสาท

วิธีการใช้ยาอะซิทิลโคลีน

แพทย์จะเป็นผู้ให้ยานี้เอง อย่าใช้ยานี้เองที่บ้าน เว้นเสียแต่แพทย์จะสั่ง โปรดปรึกษากับแพทย์

ยาอะซิทิลโคลีนควรเตรียมการในทันทีก่อนการใช้ แพทย์จะกำจัดสารละลายที่ไม่ได้ใช้หลังจากที่เปิดใช้

ห้าขับรถหรือใช้เครื่องจักร จนกว่าคุณจะฟื้นฟูจากการผ่าตัดดวงตา และสามารถมองเห็นได้ตามปกติ

การเก็บรักษายาอะซิทิลโคลีน

ยาอะซิทิลโคลีนควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอะซิทิลโคลีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาอะซิทิลโคลีนลงในชักโครก หรือท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาอะซิทิลโคลีน

ไม่ควรใช้ยาอะซิทิลโคลีน หากคุณมีอาการแพ้ดังต่อไปนี้

  • ยาใดๆ ที่มีส่วนผสมของอะซิทิลโคลีน คลอไรด์
  • ส่วนประกอบที่มีรายชื่ออยู่ในแผ่นพับข้อมูล

อาการของการแพ้อาจมีดังนี้

  • หายใจลำบาก
  • หายใจมีเสียงหวีดหรือหายใจติดขัด
  • บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
  • ผดผื่น คัน หรือลมพิษบนผิวหนัง

ไม่ควรใช้ยาอะซิทิลโคลีนที่หมดอายุแล้ว หรือบรรจุภัณฑ์เสียหาย หรือมีสัญญาณของการปลอมปน หากยานี้หมดอายุหรือเสียหายให้ส่งคืนเภสัชกรเพื่อกำจัดยา

หากคุณไม่แน่ใจว่าควรใช้ยานี้หรือไม่ ควรปรึกษากับแพทย์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้ ยาอะซิทิลโคลีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาอะซิทิลโคลีน

สามารถนำไปใช้กับยาเดกซ์คลอเฟนิรามีน (dexchlorpheniramine) ยาเม็ดควบคุมการออกฤทธิ์ ยาน้ำเชื่อม

ติดต่อแพทย์ หากผลข้างเคียงที่พบได้มากเหล่านี้ที่ไม่ยอมหายไป หรือรบกวนคุณ ได้แก่ ท้องผูก ท้องร่วง มึนงง ง่วงซึม ปาก จมูก หรือคอแห้ง ตื่นเต้นง่าย ปวดหัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ กังวลใจหรือวิตกกังวล นอนไม่หลับ ปวดท้อง อาเจียน อ่อนแรง

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง ได้แก่

  • อาการแพ้ที่รุนแรง: ผดผื่น ลมพิษ หายใจติดขัด แน่นหน้าอก บวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น
  • ปัสสาวะลำบากหรือไม่สามารถปัสสาวะได้
  • หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
  • มองเห็นภาพหลอน
  • มีอาการชัก
  • มึนงงอย่างรุนแรง
  • วิงเวียนหรือปวดหัว
  • มีอาการสั่นเทา
  • นอนไม่หลับ
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอะซิทิลโคลีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ ได้แก่ ยาต้านฮิสตามีน (antihistamines) สำหรับทาผิว เช่น ยาไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) แบบครีม ขี้ผึ้ง หรือแบบสเปรย์ ยาคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ (antispasmodics) เช่น อะโทรปีน (atropine) เบลลาดอนนา อัลคาลอยด์ (belladonna alkaloids) ยายับยั้งเอนไซม์โมโนเอมีนออกซิเดส (MAO inhibitors) เช่น ไอโซคาร์บอกซาซิด (isocarboxazid) ลีเนโซลิด (linezolid) เมทิลีน บลู (methylene blue) โมโคลเบอไมด์ (moclobemide) ฟีเนลซีน (phenelzine) โพรคาร์เบซีน (procarbazine) ราซาจิลีน (rasagiline) เซเลจิลีน (selegiline) ทรานิลซัยโปรมีน (tranylcypromine) ยาสำหรับโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) อย่างยาแอนตีโคลีเนอร์จิคส์ (anticholinergics) เช่น เบนซ์โทรปีน (benztropine) ไตรเฮกซีเฟนิดิล (trihexyphenidyl) ยาสโคโปลามีน (scopolamine) ยาต้านเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (tricyclic antidepressants) เช่น อะมิทริปไทลีน (amitriptyline)

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณใช้ยาอื่นที่ทำให้ง่วงซึม เช่น ยาต้านฮิสตามีนบางชนิด อย่างยาไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) ยาต้านชัก (anti-seizure drugs) เช่น คาร์บามาเซพีน (carbamazepine) ยานอนหลับหรืออาการวิตกกังวล เช่น อัลปราโซแลม (alprazolam) ไดอะซีแพม (diazepam) โซลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic pain relievers) เช่น โคเดอีน (codeine) ยารักษาทางจิตเวช เช่น คลอร์โปรมาซีน (chlorpromazine) ริสเพอริโดน (risperidone) อะมิทริปไทลีน (amitriptyline) ทราโซโดน (trazodone) ควรตรวจสอบฉลากยาทุกชนิด (เช่น ยาแก้ไอ แก้ไข้) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีส่วนผสมที่ทำให้ง่วงซึม สอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาเหล่านี้ให้ปลอดภัย

ยาเดกซ์คลอเฟนิรามีนนั้นคล้ายกับยาอะซิทิลโคลีนมาก อย่าใช้ยาที่มีส่วนผสมของอะซิทิลโคลีน ขณะที่กำลังใช้ยาเดกซ์คลอเฟนิรามีน

ยาเดกซ์คลอเฟนิรามีนนั้นอาจส่งผลกระทบต่อการทดสอบทางห้องแล็บบางประเภท (รวมถึงการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง) อาจทำให้ผลทางทดสอบเป็นเท็จ ควรแจ้งบุคคลากรในห้องแล็บและแพทย์ทุกคนให้ทราบว่าคุณกำลังใช้ยานี้

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาอะซิทิลโคลีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาอาการแพ้

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 2 มก. (1 ช้อนชา) รับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง หรือ 4 ถึง 6 มก. ของยาเตรียมแบบควบคุมเวลาการออกฤทธิ์ ก่อนนอน หรือทุกๆ 8 ถึง 10 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 2 มก. (1 ช้อนชา) รับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง หรือ 4 ถึง 6 มก. ของยาเตรียมแบบควบคุมเวลาการออกฤทธิ์ ก่อนนอน หรือทุกๆ 8 ถึง 10 ชั่วโมง

ขนาดยาอะซิทิลโคลีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาอาการแพ้

  • 2 ปี ถึง 5 ปี: 0.5 มก. (1/4 ช้อนชา) รับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง สำหรับเด็กที่อายุ 2 ปี ถึง 5 ปี (ห้ามใช้ยาแบบควบคุมเวลาการออกฤทธิ์)
  • 6 ปี ถึง 11 ปี: 1 มก. (1/2 ช้อนชา) รับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง หรือ 4 มก. ของยาเตรียมแบบควบคุมเวลาการออกฤทธิ์ ก่อนนอน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

  • 2 ปี ถึง 5 ปี: 0.5 มก. (1/4 ช้อนชา) รับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง สำหรับเด็กที่อายุ 2 ปี ถึง 5 ปี (ห้ามใช้ยาแบบควบคุมเวลาการออกฤทธิ์)
  • 6 ปี ถึง 11 ปี: 1 มก. (1/2 ช้อนชา) รับประทานทุกๆ 4 ถึง 6 ชั่วโมง หรือ 4 มก. ของยาเตรียมแบบควบคุมเวลาการออกฤทธิ์ ก่อนนอน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้คือ

ยาน้ำใสอะซิทิลโคลีน สำหรับรับประทาน 2 มก./5 มล. ในรูปแบบของเหลว รสส้ม สีแดง-ส้ม ขนาด 16 ฟลูอิดออนซ์ (473 มล.)

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการที่อาจมี ได้แก่ มองเห็นไม่ชัด สับสน มองเห็นภาพหลอน มีอาการชัก มึนหัวอย่างรุนแรง วิงเวียนหรือปวดหัว ง่วงซึมอย่างรุนแรง อัตราหัวใจเต้นเร็ว ช้า หรือผิดปกติ และอาเจียน

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: สิงหาคม 28, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย