อะทอร์วาสแตติน (Atorvastatin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: อะทอร์วาสแตติน (Atorvastatin) Brand Name(s): อะทอร์วาสแตติน (Atorvastatin).

ข้อบ่งใช้

ยาอะทอร์วาสแตตินใช้สำหรับ

ยาอะทอร์วาสแตติน (Atorvastatin) ใช้ควบคู่กับการกินอาหารที่เหมาะสมเพื่อลดไขมันเลว เช่น LDL ไตรกลีเซอร์ไรด์ และเพิ่มปริมาณไขมันดีในเลือด (HDL) ยาชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาที่รู้จักกันในชื่อ ยาสแตติน (statin) เป็นยาที่ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่สร้างโดยตับ การลดไขมันเลวและไตรกลีเซอร์ไรด์ และการเพิ่มไขมันดี ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และช่วยป้องกันอาหรหลอดเลือดสมองแตกและหัวใจวาย

นอกเหนือจากการทานอาหารที่เหมาะสม เช่น อาหารที่มีไขมันเลวต่ำและไขมันต่ำ พฤติกรรมการใช้ชีวิตอื่นๆ ที่สามารถช่วยการใช้ยาให้ได้ผลดีขึ้นคือ การออกกำลังกาย การลดน้ำหนัก หากน้ำหนักเกิน และเลิกสูบบุหรี่ ควรปรึกษาหมอสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

วิธีการใช้ยาอะทอร์วาสแตติน 

ยาอะทอร์วาสแตตินใช้รับประทานพร้อมอาหาร หรือในขณะท้องว่าง โดยแพทย์เป็นผู้สั่งยา และทานวันละครั้ง 

ขนาดยาอะทอร์วาสแตตินอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ อายุ การตอบสนองการรักษา และยาที่คุณใช้ ควรแจ้งแพทย์และเภสัชกร

หลีกเลี่ยงการใช้เกรปฟรุตหรือดื่มน้ำเกรปฟรุตขณะใช้ยา หากแพทย์ไม่แนะนำวิธีการอื่นๆ เกรปฟรุตสามารถเพิ่มทำให้ปริมาณยาในเลือดสูงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์และเภสัขกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณใช้ยาอื่นๆ เพื่อลดคอเลสเตอรอล (ยาไบล์แอซิดซีเควสแตรนต์ เช่น คอเลสไทรามีน (cholestyramine) หรือ ยาคอเลสทิพอล (colestipol) ควรทานยาอะทอร์วาสแตตินอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือ 4 ชั่วโมง หลังจากทานยาที่กล่าวข้างต้น ยาเหล่านี้อาจทำปฏิกิริยากับยาอะทอร์วาสแตติน โดยขัดขวางการดูดซึมอย่างเต็มที่ 

ควรทานยานี้สม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ผลสูงสุด ควรทานยาตรงเวลาในทุกวัน แม้ว่าคุณรู้สึกสบายดี คุณก็ยังควรทานยา ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอร์ไรด์สูง มักไม่รับรู้ถึงความผิดปกติ 

สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เกี่ยวกับอาหารและการออกกำลังกาย อาจะใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์หลังจากการใช้ยาถึงจะเห็นผล 

การเก็บรักษายาอะทอร์วาสแตติน

ควรเก็บรักษายาอะทอร์วาสแตตินที่อุณหภูมิห้อง รวมถึงเก็บให้พ้นจากแสงและความชื้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับยา คุณไม่ควรเก็บไว้ในห้องน้ำหรือตู้เย็น ยาอะทอร์วาสแตตินแต่ละยี่ห้ออาจมีวิธีเก็บแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือการอ่านคำแนะนำการเก็บรักษายาบนบรรจุภัณฑ์ หรือสอบถามเภสัชกรเพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาอะทอร์วาสแตตินเฟนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำอย่างนั้น สิ่งสำคัญคือทิ้งยาเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่จำเป็นต้องรับประทานอีกต่อไป ปรึกษาเภสัชกรเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีทิ้งยาอย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนการใช้ยาอะทอร์วาสแตติน

ก่อนการใช้ยา ควรแจ้งแพทย์ในกรณีดังต่อไปนี้

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากขณะที่คุณตั้งครรภ์หรือให้นม คุณควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์
  • อยู่ระหว่างการใช้ยาชนิดอื่น รวมถึงยาที่คุณซื้อโดยไม่มีใบสั่งยา เช่น สมุนไพรและการรักษาโดยแพทย์ทางเลือก
  • มีอาการแพ้ต่อส่วนประกอบของยานี้ และยาชนิดอื่น ทั้งสารออกฤทธิ์และไม่ออกฤทธิ์
  • มีอาการป่วย ผิดปกติ หรือมีปัญหาสุขภาพอื่นๆ 

ควรแจ้งแพทย์หากคุณเป็นโรคตับ แพทย์จะสั่งให้มีการตรวจในห้องทดลอง เพื่อดูว่าตับของคุณทำงานได้ดีแค่ไหน แม้ว่าคุณคิดว่าไม่ได้เป็นโรคตับก็ตาม แพทย์อาจแนะนำไม่ให้ทานยาอะทอร์วาสแตติน หากคุณเป็นหรือเคยเป็นโรคตับ หรือผลการตรวจแสดงว่าอยู่ในช่วงเริ่มของโรคโรคตับ

ควรแจ้งแพทย์หากคุณดื่มแอลกอฮอล์ 2 ขวดต่อวัน หากคุณอายุมากกว่า 65 ปีหรือมากกว่า เป็นโรคตับหรือมีอาการปวดกล้ามเนื้อหรืออ่อนแรง เป็นโรคเบาหวาน อาการชัก ความดันโลหิตต่ำ หรือโรคไทรอยด์หรือโรคไต

หากคุณได้รับการผ่าตัด รวมทั้งการทำฟัน คุณควรแจ้งแพทย์หรือทันตแพทย์ว่า คุณกำลังใช้ยาอะทอร์วาสแตตินอยู่ หากคุณได้รับการรักษาเนื่องจากการบาดเจ็บรุนแรงหรือการติดเชื้อ ควรแจ้งแพทย์ที่รักษาคุณว่ากำลังใช้ยาอะทอร์วาสแตตินอยู่

ถามแพทย์เกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัย ขณะใช้ยาอะทอร์วาสแตติน แอลกอฮอล์สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร 

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะระบุความเสี่ยงขณะที่ใช้ยาอะทอร์วาสแตติน ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง เพื่อประเมินข้อดีและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ก่อนรับประทานยาอะทอร์วาสแตติน อ้างอิงจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)
ยานี้จัดเป็นยาที่มีความเสี่ยงสำหรับสตรีมีครรภ์ประเภท X

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาจัดประเภทความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ดังต่อไปนี้

  • A = ไม่เสี่ยง
  • B = ไม่พบความเสี่ยงจากงานวิจัยบางชิ้น
  • C = อาจมีความเสี่ยงบางอย่าง
  • D = พบหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X = ห้ามใช้
  • N = ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาอะทอร์วาสแตติน

ผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง ได้แก่  

  • ปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย
  • ท้องร่วง 
  • คลื่นไส้เล็กน้อย  

หยุดยาและรีบพบหมอ หากเกิดอาการข้างเคียง ดังนี้

  • ปวดกล้ามเนื้อโดยหาสาเหตุไม่ได้ อาการกดเจ็บ หรืออ่อนแรง 
  • มึนงง หรือปัญหาเกี่ยวกับความจำ
  • เป็นไข้ เหนื่อยผิดปกติ ปัสสาวะสีเข้ม
  • อาการบวม น้ำหนักเพิ่ม ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ หรือไม่ปวดปัสสาวะเลย
  • กระหายน้ำมากขึ้น ปัสสาวะเพิ่มขึ้น หิว ปากแห้ง ลมหายใจกลิ่นผลไม้ ง่วงซึม ผิวแห้ง ตาพร่า น้ำหนักลด 
  • คลื่นไส้ ปวดท้องช่วงบน คัน ไม่อยากอาหาร ปัสสาวะเข้ม อุจจาระสีคล้ายโคลน ผิวหรือตาเหลือง

ควรรีบรับการรักษาฉุกเฉินหากเกิดสัญญาณของการแพ้ยา เช่น ผื่นลมพิษ หายใจลำบาก หน้า ริมผีปาก ลิ้น และคอบวม 

ไม่ใช่ทุกคนที่จะแสดงอาการอันเนื่องมาจากผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจมีผลข้างเคียงอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ข้างต้น หากคุณมีความกังวลเรื่องผลข้างเคียง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาชนิดอื่น 

ยาอะทอร์วาสแตตินอาจมีปฏิกิริยาต่อยาตัวอื่น ที่คุณกำลังรับประทานอยู่และอาจส่งผลให้ยาที่คุณรับประทานออกฤทธิ์ต่างไปจากเดิม หรือเพิ่มความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาที่อาจเป็นไปได้ คุณควรเก็บรายชื่อยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาที่จำหน่ายตามใบสั่งยา ยาที่จำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งยา และสมุนไพร) และแจ้งให้แพทย์รวมถึงเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่มหรือหยุดรับประทาน รวมถึงเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์

ยาเหล่านี้อาจทำปฏิกิริยากับยาอะทอร์วาสแตติน

  • ยาคุมกำเนิด
  • ยาไซเมทิดีน (Cimetidine) อย่างทากาเมท (Tagamet) 
  • ยาโคนิแวปแทน (Conivaptan) อย่างวาปริซอล (Vaprisol) 
  • อิมมาตินิบ (Imatinib) อย่างกลีเวค (Gleevec) 
  • ยาไอโซไนอาซิด (Isoniazid) สำหรับรักษาวัณโรค
  • สไปโรโนแลคโตน (Spironolactone) อย่างอัลแดคโทน (Aldactone และอัลแดคตาไซด์ (Aldactazide) 
  • ยาปฏิชีวนะ เช่น ยาดัลโฟพริสติน (dalfopristin)/ ยาควินูพริสติน (quinupristin) อย่างไซเนอซิด (Synercid) ยาไรแฟมพิน (rifampin) อย่างไรฟาเตอร์ (Rifater) ไรฟาดิน (Rifadin) ไรฟาเมท (Rifamate) ยาเทลิโทรมัยซิน (telithromycin) อย่างเคเทค (Ketek) และอื่นๆ 
  • ยาต้านซึมเศร้า เช่น ยาเนฟาโซโดน (nefazodone) 
  • ยาเกี่ยวกับโรคหัวใจหรือความดันโลหิต เช่น ยาดิจ็อกซิน (digoxin) อย่างลานอกซิน (Lanoxin) ยาดิลไทอะเซม (diltiazem) อย่างคาร์เทีย (Cartia) หรือคาร์ดิเซม (Cardizem) ยานิคาร์ดิปีน (nicardipine) อย่างคาร์ดีน (Cardene) ยาควินิดีน (quinidine) อย่างควิน-จี (Quin-G) ยาเวอราปามิล (verapamil) อย่างคาแลน (Calan) โคเวร่า (Covera) ไอซอปติน (Isoptin) ยาเวเรลาน (Verelan) และอื่นๆ 
  • ยาเอชไอวีหรือเอดส์ เช่น ยาอะตาซานาเวอร์ (atazanavi) อย่างเรยาตัส (Reyataz) ยาดีลาเวอร์ดีน (delavirdine) อย่างเรสคริปเตอร์ (Rescriptor) ยาเอฟฟาไวเร็นซ์ (efavirenz) อย่างซัสติวา (Sustiva) และอะตริพรา (Atripla) ยาอินดินาเวียร์ (indinavir) อย่างคริซิวาน (Crixivan) และยาอื่นๆ 
  • ยาในกลุ่มสแตติน เช่น แอมโลดิปีน (amlodipine) และยาอะทอร์วาสแตติน (atorvastatin) อย่างคาดูเอท (Caduet) ยาฟลูวาสแตติน (fluvastatin) อย่างเลสคอล (Lescol) ยาโลวาสแตติน (lovastatin) อย่างอัลโตเพรพ (Altoprev) และ เมวาคอร์ (Mevacor) ยาปราวาสแตติน (pravastatin) อย่างปราวาโคล (Pravachol), ยาโรซูวาแสติน (rosuvastatin) อย่างเครเตอร์ (Crestor) หรือยาซิมวาสแตติน (simvastatin) อย่างโซคอร์ (Zocor) ซิมคอร์ (Simcor) และไวทอริน (Vytorin)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ 

ยาอะทอร์วาสแตตินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ โดยเปลี่ยนฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงให้ที่จะเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อถามถึงอาหารหรือแอลกอฮอล์ที่อาจทำปฏิกิริยากับยานี้ ก่อนรับประทานยา

ปฏิกิริยาต่ออาการโรคอื่น 

ยาอะทอร์วาสแตตินอาจส่งผลต่อสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาของยาที่มีต่อร่างกาย อาจทำให้สุขภาพของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับสุขภาพและโรคประจำตัวของคุณ

ภาวะสุขภาพที่อาจทำปฏิกิริยากับยาชนิดนี้ ได้แก่

  • ติดสุรา
  • โรคเบาหวาน 
  • ไฮโปไทรอยด์ (ภาวะขาดไทรอยด์) 
  • โรคตับ
  • อาการชัก  
  • โรคเกี่ยวกับอิเล็กโทรไลต์ 
  • โรคต่อมไร้ท่อ
  • ความดันโลหิตต่ำ  
  • โรคไต 
  • โรคเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญอาหาร 
  • ติดเชื้อรุนแรง 
  • เอนไซม์ในตับเพิ่มขึ้น 
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว 

ขนาดยา

ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถแทนคำปรึกษาทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนการใช้ยาอะทอร์วาสแตติน

ขนาดยาอะทอร์วาสแตตินสำหรับผู้ใหญ่ 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อป้องกันการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ 

ขนาดที่ใช้เมื่อเริ่มการรักษา: รับประทาน10 มิลลิกรัม ถึง 80 มิลลิกรัม วันละ 1 ครั้ง 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่สำหรับภาวะไขมันในเลือดสูง

ขนาดที่ใช้เมื่อเริ่มการรักษา รับประทานปริมาณ 10 20 หรือ 40 มิลลิกรัม วันละครั้ง ยาขนาด 40 มิลลิกรัมที่ใช้เมื่อเร่ิมการรักษาใช้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องลดปริมาณไขมันเลว ลงมากกว่าร้อยละ 45

ขนาดยาอะทอร์วาสแตตินสำหรับเด็ก 

ขนาดยาปกติสำหรับเด็กที่เป็นไขมันในเลือดสูงโดยพันธุกรรม

เด็กอายุ 10 ถึง 17 ปี
10 มิลลิกรัมต่อวัน (ขนาดสูงสุดที่ใช้ต่อวันคือ 20 มิลลิกรัม) อาจมีการปรับขนาดยาในระหว่าง 4 สัปดาห์หรือมากกว่า

รูปแบบของยาอะทอร์วาสแตติน

ยาอะทอร์วาสแตตินอยู่ในรูปแบบ ดังต่อไปนี้

  • ชนิดเม็ดสำหรับรับประทาน ขนาด 10 มิลลิกรัม 20 มิลลิกรัม 40 มิลลิกรัม และ 80 มิลลิกรัม  

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติ ไม่ควรเพิ่มขนาดยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ตุลาคม 3, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 3, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย