อะบิลิฟี (Abilify®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: อะบิลิฟี (Abilify®) Brand Name(s): อะบิลิฟี (Abilify®).

ข้อบ่งใช้

ยาอะบิลิฟี (อะริพิพราโซล) ใช้สำหรับ

ยาอะบิลิฟี (Abilify®) ใช้เพื่อรักษาอาการของสภาวะทางจิต (psychotic conditions) เช่น โรคจิตเภท (schizophrenia) และโรคอารมณ์สองขั้ว ช่วงจิตอารมณ์คลุ้มคลั่งและซึมเศร้า (bipolar I disorder หรือ manic depression) แต่ยังไม่ทราบแน่ชัด ถึงการใช้ยาอะบิลิฟีเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคจิตเภทที่อายุต่ำกว่า 13 ปี หรือผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วที่อายุน้อยกว่า 10 ปี

ยาอะบิลิฟียังใช้ร่วมกับยาอื่น เพื่อรักษาโรคซึมเศร้าแบบเมเจอร์ (major depressive disorder) ในผู้ใหญ่

ยาอะบิลิฟียังใช้ในเด็กที่อายุ 6 ปีขึ้นไปที่เป็นโรคทูเร็ตต์ (Tourette’s disorder) หรือมีอาการของโรคออทิสติก (autistic disorder)

วิธีการใช้ยาอะบิลิฟี (อะริพิพราโซล)

อย่าใช้ยาอะบิลิฟีนานกว่า 6 สัปดาห์ นอกเสียจากแพทย์จะสั่งให้ทำเช่นนั้น

สามารถรับประทานยาอะบิลิฟีพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก โดยปกติคือสัปดาห์ละครั้ง

เมื่อใช้ยาเม็ดแตกตัวสำหรับรับประทาน คุณควรที่จะ

  • เก็บเม็ดยาไว้ในแผงจนกว่าคุณจะพร้อมใช้ยา แกะห่อแล้วลอกฟอยล์ข้างหลังออก อย่าดันเม็ดยาทะลุออกจากฟอยล์ เพราะจะทำให้เม็ดยาเสียหาย
  • ใช้มือที่แห้งแกะยาออกมาจากแผง และวางไว้ภายในปาก
  • อย่ากลืนยาลงไปทั้งเม็ด ควรรอให้ยาละลายภายในปากจนหมดโดยไม่ต้องเคี้ยว หากต้องการ สามารถดื่มน้ำเพื่อช่วยในการกลืนยาที่ละลายแล้วได้

ใช้ยาอะบิลิฟีเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

คุณไม่ควรหยุดใช้ยาอะบิลิฟีอย่างกะทันหัน การหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันอาจจะทำให้อาการแย่ลงได้

การเก็บรักษายาอะบิลิฟี (อะริพิพราโซล)

ยาอะบิลิฟีควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอะบิลิฟีบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาอะบิลิฟีลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาอะบิลิฟี (อะริพิพราโซล)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาอะบิลิฟี หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

ผู้ที่อายุน้อยบางคนอาจจะมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย เมื่อใช้ยารักษาโรคซึมเศร้าแบบเมเจอร์และโรคจิตอื่นๆ แพทย์ของคุณควรจะนัดทำการตรวจสอบ ติดตามเป็นประจำ ครอบครัวและผู้ดูแลของคุณ ก็ควรที่จะมีความตื่นตัวต่อความเปลี่ยนแปลงทางอารม์ หรืออาการของคุณ

ยาน้ำ (สารละลายสำหรับรับประทาน) อาจจะมีน้ำตาลอยู่ 15 กรัมต่อครั้ง ก่อนใช้ยาอะบิลิฟีรูปแบบยาสารละลายสำหรับรับประทาน โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเป็นโรคเบาหวาน

ยาอะบิลิฟีอาจทำให้คุณมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia) หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ควรทำการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ ขณะที่กำลังใช้ยานี้

ยาเม็ดแตกตัวสำหรับรับประทานนั้น อาจจะมีสารฟีนิลอะลานีน 3 มก. ต่อเม็ด ก่อนใช้ยาอะบิลิฟีโปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (phenylketonuria)

การใช้ยาระงับอาการทางจิต (antipsychotic medicine) ภายในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดปัญหากับทารกแรกเกิด เช่น อาการถอนยา ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ ปัญหาเกี่ยวกับการป้อนอาหาร ยุ่งเหยิง อาการสั่นเทา และการเคลื่อนไหวอ่อนปวกเปียกหรือกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง แต่คุณอาจจะมีอาการถอนยาหรือปัญหาอื่นได้ หากคุณหยุดใช้ยานี้ขณะตั้งครรภ์ อย่าหยุดใช้ยาอะบิลิฟีโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาอะบิลิฟีจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาอะบิลิฟี (อะริพิพราโซล)

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปอาจมีดังต่อไปนี้

  • น้ำหนักเพิ่มขึ้น
  • มองเห็นไม่ชัด
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง
  • ท้องผูก
  • น้ำลายไหลยืด
  • ปวดหัว
  • วิงเวียน
  • ง่วงซึม
  • รู้สึกเหนื่อย
  • วิตกกังวล
  • รู้สึกร้อนรน
  • นอนไม่หลับ
  • อาการของโรคหวัด เช่น คัดจมูก จาม เจ็บคอ

โปรดติดต่อแพทย์ในทันที ถ้าหากคุณมีอาการดังต่อไปนี้

  • รู้สึกกระสับกระส่าย เศร้าโศก หรือร้อนรนอย่างรุนแรง
  • มีการกระตุกหรือเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถควบคุมได้ ที่บริเวณดวงตา ริมฝีปาก ลิ้น ใบหน้า แขน หรือขา
  • มีการแสดงออกทางใบหน้าเหมือนสวมหน้ากาก กลืนลำบาก มีปัญหากับการพูด
  • อาการชัก
  • มีความคิดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง
  • ปฏิกิริยาของระบบประสาทที่รุนแรง – กล้ามเนื้อแข็งเกร็งมาก เป็นไข้สูง เหงื่อออก สับสน หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ สั่นเทา รู้สึกคล้ายจะหมดสติ
  • จำนวนเม็ดเลือดต่ำ – รู้สึกอ่อนแรงหรือป่วยกะทันหัน เป็นไข้ หนาวสั่น มีแผลที่เจ็บภายในปาก เหงือกแดงหรือบวม มีแผลที่ผิวหนัง มีอาการของโรคหวัดหรือโรคไข้หวัดใหญ่ ไอ หายใจติดขัด
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง – กระหายน้ำมากขึ้น ปัสสาวะมากขึ้น หิว ปากแห้ง กลิ่นปากเป็นกลิ่นผลไม้ ง่วงซึม ผิวแห้ง น้ำหนักลด

คุณอาจจะมีความต้องการทางเพศเพิ่มมากขึ้น มีความต้องการในการพนันผิดปกติ หรือมีความต้องการอย่างรุนแรงอื่นๆ ขณะที่กำลังใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ หากเกิดอาการนี้

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอะบิลิฟีอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้คือ ยาเมโทโคลพราไมด์ (metoclopramide)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอะบิลิฟีอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอะบิลิฟีอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคสมองเสื่อม (Dementia)
  • ภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษเฉียบพลัน (Acute Alcohol Intoxication)
  • การกดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง (CNS Depression)
  • กลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอส (NMS)
  • อาการยึกยือ (Tardive Dyskinesia)
  • โรคซึมเศร้า
  • การสำลัก (Aspiration)
  • อาการชัก
  • ระบบเลือดมีความผิดปกติ (Hematologic Abnormalities)
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง / โรคเบาหวาน
  • ความดันโลหิตต่ำ (Hypotension)
  • มีความเปลี่ยนแปลงของลิพิด (Lipid Alterations)
  • น้ำหนักขึ้น
  • ผลแอนติโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic Effects)
  • ภาวะโปรแลคตินในเลือดสูง (Hyperprolactinemia)
  • โรคตับ
  • โรคพาร์กินสัน (Parkinsonism)
  • โรคชัก (Seizure Disorders)

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาอะบิลิฟี (อะริพิพราโซล) สำหรับผู้ใหญ่

โรคจิตเภท

ขนาดยาเริ่มต้นและขนาดยาเป้าหมายของยาอะบิลิฟีคือ 10 หรือ 15 มก./วัน ให้วันละครั้งโดยไม่ต้องคำนึงถึงอาหาร

โรคอารมณ์สองขั้ว ช่วงจิตอารมณ์คลุ้มคลั่งและซึมเศร้า

ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับผู้ใหญ่คือ 15 มก. ให้วันละครั้งเป็นการรักษาด้วยยาชนิดเดียว และ 10 มก. ถึง 15 มก. ให้วันละครั้งยาเสริมกับยาลิเทียม (lithium) หรือยาวาลโปรเอท (valproate) และสามารถให้ยาได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงอาหาร

เป็นการรักษาเสริมสำหรับโรคซึมเศร้าแบบเมเจอร์

ขนาดยาเริ่มต้นของอะบิลิฟีเป็นการรักษาเสริมสำหรับผู้ป่วยที่กำลังใช้ยาต้านซึมเศร้า (antidepressant) อยู่แล้วคือ 2 ถึง 5 มก./วัน ช่วยขนาดยาที่แนะนำคือ 2 ถึง 15 มก./วัน

ขนาดยาอะบิลิฟี (อะริพิพราโซล) สำหรับเด็ก

โรคอารมณ์สองขั้ว ช่วงจิตอารมณ์คลุ้มคลั่งและซึมเศร้า

ขนาดยาที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยเด็กอายุตั้งแต่ 10 ถึง 17 ปี

ขนาดยาเริ่มต้นสำหรับผู้ป่วยเด็ก ที่ทำการรักษาโดยใช้ยาชนิดเดียว คือ 2 มก./วัน โดยปรับขนาดยาไปที่ 5 มก./วัน หลังจากผ่านไป 2 วัน และขนาดยาเป้าหมายคือ 10 มก./วัน หลังจากเวลาผ่านไปอีก 2 วัน

ความหงุดหงิดที่เกี่ยวข้องกับโรคออทิสติก

สำหรับผู้ป่วยเด็กอายุตั้งแต่ 6 ถึง 17 ปี ช่วงขนาดยาที่แนะนำสำหรับการรักษาผู้ป่วยเด็กที่มีอาการหงุดหงิดที่เกี่ยวข้องกับโรคออทิสติกคือ 5 ถึง 15 มก./วัน

โรคทูเร็ตต์

สำหรับผู้ป่วยเด็กอายุตั้งแต่ 6 ถึง 18 ปี ช่วงขนาดยาที่แนะนำสำหรับโรคทูเร็ตต์คือ 5 ถึง 20 มก./วัน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด ยาสารละลายสำหรับรับประทาน ยาสำหรับฉีด หรือยาเม็ดแตกตัวสำหรับรับประทานอะริพิพราโซล ขนาด 2 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มีนาคม 3, 2019 | Last Modified: มีนาคม 3, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย