อะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: อะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine) Brand Name(s): อะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine).

ข้อบ่งใช้

ยาอะเซทิลซิสเทอีนใช้สำหรับ

ยาอะเซทิลซิสเทอีน (Acetylcysteine) โดยทั่วไปใช้รักษาอาการจากการรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาด (acetaminophen overdose) ยานี้ทำให้เสมหะเจือจางลง และสามารถขับออกจากร่างกายได้โดยการไอ

แพทย์อาจสั่งยานี้เพื่อรักษาอาการอื่นๆ ก็เป็นได้

วิธีใช้ยาอะเซทิลซิสเทอีน

ให้ใช้ยานี้ตามที่แพทย์สั่ง โปรดอ่านข้อมูลทั้งหมดสำหรับคุณ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

ยาน้ำสำหรับสูดดม

  • สำหรับสูดดมเป็นของเหลว (สารละลาย) โดยใช้เครื่องมือชนิดพิเศษ (เครื่องพ่นละอองยา) เข้าไปในปอดเท่านั้น
  • หากใช้สารละลายอะเซทิลซิสเทอีนกับหน้ากากสวมใส่ใบหน้า อาจรู้สึกเหนียวที่ใบหน้าหลังการใช้ ให้ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า
  • ห้ามใช้หากสารละลายรั่วหรือมีตะกอน

ยาน้ำสำหรับรับประทาน

  • ผสมกับน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาล
  • ดื่มน้ำเปล่าที่ปราศจากคาเฟอีนในปริมาณมาก
  • หากคุณอาเจียนภายใน 1 ชั่วโมงหลังใช้ยานี้ ให้ใช้ยาเพิ่มขึ้นอีก 1 โดส

การเก็บรักษายาอะเซทิลซิสเทอีน

ขวดที่ยังไม่เปิดใช้

การเก็บรักษายาอะเซทิลซิสเทอีนที่ดีที่สุด ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้ห่างจากแสงโดยตรงและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของยา ไม่ควรเก็บยาอะเซทิลซิสเทอีนไว้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอะเซทิลซิสเทอีนมีหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งมีวิธีการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบวิธีการเก็บรักษาที่ระบุไว้ในบรรจุภัณฑ์ หรือสอบถามจากเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาทั้งหมดให้ห่างจากเด็กหรือสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรเทยาอะเซทิลซิสเทอีนทิ้งลงในโถส้วมหรือท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำเช่นนั้น สิ่งสำคัญคือต้องกำจัดยาอย่างเหมาะสม เมื่อหมดอายุหรือไม่ใช้งานแล้ว ให้ปรึกษาเภสัชกรสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัย

ขวดที่เปิดใช้แล้ว

การเก็บรักษายาอะเซทิลซิสเทอีนที่ดีที่สุด ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้ห่างจากแสงโดยตรงและความชื้น เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของยา ไม่ควรเก็บยาอะเซทิลซิสเทอีนไว้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอะเซทิลซิสเทอีนมีหลากหลายยี่ห้อซึ่งมีวิธีการเก็บรักษาที่แตกต่างกัน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบวิธีการเก็บรักษาที่ระบุไว้ในบรรจุภัณฑ์ หรือสอบถามจากเภสัชกร เพื่อความปลอดภัย คุณควรเก็บยาทั้งหมดให้ห่างจากเด็กหรือสัตว์เลี้ยง

คุณไม่ควรเทยาอะเซทิลซิสเทอีนทิ้งลงในโถส้วมหรือท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำเช่นนั้น สิ่งสำคัญคือต้องกำจัดยาอย่างเหมาะสมเมื่อหมดอายุหรือไม่ใช้งานแล้ว ให้ปรึกษาเภสัชกรสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดผลิตภัณฑ์อย่างปลอดภัย

ข้อควรระวังและคำเตือน

ควรรู้อะไรก่อนใช้ยาอะเซทิลซิสเทอีน

ก่อนใช้ยานี้ ให้แจ้งแพทย์ในกรณีดังต่อไปนี้

  • คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในขณะที่คุณคาดว่าจะมีบุตร หรือกำลังให้นมบุตร คุณควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
  • คุณกำลังใช้ยาตัวอื่น รวมถึงยาใดๆ ที่คุณกำลังใช้งานโดยที่สามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา เช่น ยาสมุนไพรและอาหารเสริม
  • คุณมีอาการแพ้ (allergy) ส่วนผสมที่ออกฤทธิ์และไม่ออกฤทธิ์ใดๆ ของยาอะเซทิลซิสเทอีนหรือยาอื่นๆ
  • คุณมีอาการป่วย อาการผิดปกติ หรืออาการทางสุขภาพอื่นๆ
  • คุณมีอาการแพ้ยาจำพวกนี้ ยาจำพวกอื่น อาหาร หรือสารอื่นๆ ให้แจ้งแพทย์ เกี่ยวกับอาการแพ้และอาการบ่งชี้ที่คุณมี เช่น ผื่น ลมพิษ คัน หายใจสั้น หายใจมีเสียง ไอ อาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ หรือมีอาการบ่งชี้อื่นๆ

ยานี้อาจทำปฏิกิริยากับยาหรือภาวะทางสุขภาพอื่นๆ

ให้แจ้งผู้ให้การดูแลด้านสุขภาพของคุณว่า คุณใช้สารละลายอะเซทิลซิสเทอีน ได้แก่ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร และทันตแพทย์

ยานี้อาจมีสีเปลี่ยนแปลงไปเมื่อขวดเปิด

ยานี้อาจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นดังกล่าวมักหายไปได้อย่างรวดเร็ว

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ไม่มีการศึกษาในผู้หญิงที่เพียงพอเพื่อระบุความเสี่ยงเมื่อใช้ยาอะเซทิลซิสเทอีนในระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เสมอเพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้ ยาอะเซทิลซิสเทอีนมีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C ตามที่องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (US Food and Drug Administration: FDA) ได้กำหนดไว้

ความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ตามองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ มีรายการอ้างอิงดังต่อไปนี้

  • A=ไม่มีความเสี่ยง
  • B=ไม่มีความเสี่ยงในงานวิจัยบางชิ้น
  • C=อาจมีความเสี่ยง
  • D=มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X=ห้ามใช้
  • N=ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงจากยาอะเซทิลซิสเทอีน

สำหรับข้อบ่งใช้ทั้งหมดของสารละลายอะเซทิลซิสเทอีน

  • สิ่งบ่งชี้ของอาการแพ้ เช่น มีผื่น ลมพิษ คัน ผิวหนังมีรอยแดง บวม พุพอง หรืออาการลอกที่มีหรือไม่มีอาการไข้ร่วมด้วย หายใจมีเสียง อาการแน่นที่หน้าอกหรือคอ หายใจหรือพูดลำบาก เสียงแหบผิดปกติ หรืออาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ
  • หายใจสั้น
  • ท้องไส้ปั่นป่วนหรืออาเจียน

ยาน้ำสำหรับรับประทาน

  • อุจจาระมีสีคล้ำ ข้นหนืด หรือมีเลือดปน
  • อาเจียนเป็นเลือดหรืออาเจียนเหมือนผงกาแฟ

ยานำสำหรับสูดดม

  • มีน้ำมูกไหล
  • รู้สึกง่วงนอน
  • มีอาการระคายเคืองหรือแผลที่ปาก
  • ตัวเย็น
  • มีไข้

อาการข้างเคียงเหล่านี้พบไม่ได้ในผู้ใช้ยาทุกคน และอาจมีอาการข้างเคียงที่ไม่ได้ระบุข้างต้น หากคุณมีข้องกังวลเกี่ยวกับอาการข้างเคียง ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอะเซทิลซิสเทอีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาชนิดอื่นที่คุณใช้อยู่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาของยาที่อาจเกิดขึ้น คุณควรแจ้งรายการยาที่ใช้อยู่ทั้งหมด (ยาที่สั่งโดยแพทย์ ยาที่ไม่ได้สั่งโดยแพทย์ และยาสมุนไพร) และแจ้งแก่แพทย์หรือเภสัชกร เพื่อความปลอดภัยของคุณ ห้ามเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอะเซทิลซิสเทอีนอาจทำปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ได้ โดยการเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ยา หรือเพิ่มความเสี่ยงสำหรับอาการข้างเคียงที่รุนแรงขึ้น โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เกี่ยวกับปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นของยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ ก่อนการใช้ยา

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่นๆ

ยาอะเซทิลซิสเทอีนอาจทำปฏิกิริยากับสภาวะทางสุขภาพของคุณ ปฏิกิริยาดังกล่าวอาจทำให้สภาวะทางสุขภาพเสื่อมลง หรือเปลี่ยนแปลงการออกฤทธิ์ของยา เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเสมอ เกี่ยวกับสภาวะทางสุขภาพทั้งหมดของคุณในปัจจุบัน

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาที่จะให้ใช้แทนข้อแนะนำทางการแพทย์ คุณควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาอะเซทิลซิสเทอีนเสมอ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดใช้ยาปกติของผู้ใหญ่สำหรับการใช้ยพาราเซตามอลเกินขนาด

ยาฉีด: ขนาดยาโดยรวม คือ 300 มก./กก. โดยให้ยา 3 ขนาดแยกกันและใช้เปป็นเวลาทั้งสิ้น 21 ชั่วโมง

ขนาดใช้ยาปกติของผู้ใหญ่สำหรับการตรวจ Diagnostic Bronchograms

พ่นยาไปยังหน้ากากที่ใช้สวมใส่ใบหน้า หน้ากากปิดปาก หรือการเจาะคอ (tracheostomy)

  • ขนาดยาแนะนำ: 3 ถึง 5 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 6 ถึง 10 มล. ของสารละลาย 10% เป็นเวลา 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน
  • ขอบเขตขนาดยา: 1 ถึง 10 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 20 มล. ของสารละลาย 10% ทุก 2 ถึง 6 ชั่วโมง

กระโจมพ่นละอองยา

  • ขนาดยาแนะนำ: ปริมาณสารละลาย 10% หรือ 20% ที่จะยังคงตัวเป็นหมอกหนาจัดในกระโจม ตามช่วงเวลาที่ต้องการ
  • วิธีนี้ต้องการสารละลายในปริมาณมาก เท่ากับ 300 มล. ในช่วงเวลารักษาช่วงหนึ่ง
  • อาจต้องมีช่วงเวลาใช้ยาที่ไม่ต่อเนื่องหรือขยายออกให้ต่อเนื่อง รวมทั้งช่วงเวลาข้ามคืน
  • การพ่นยาในกระโจมหรือ Croupette ต้องดำเนินการแล้วแต่บุคคล
  • ให้พิจารณาอุปกรณ์ที่มี

การหยอดยาโดยตรง

  • ขอบเขตขนาดยา: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 10% ถึง 20% บ่อยครั้งได้ทุกชั่วโมง
  • การรักษาด้วยการเจาะคอประจำวัน: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 10% ถึง 20% ทุก 1 ถึง 4 ชั่วโมง โดยหยอดเข้าไปในช่องคอที่เจาะ
  • การใช้สายสวนเข้าไปในหลอดลมทางผิวหนัง (Percutaneous intratracheal catheter): 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 4 มล. ของสารละลาย 10% ทุก 1 ถึง 4 ชั่วโมง ผ่านกระบอกฉีดที่ติดกับสายสวน
  • การติดตั้งทางปอดโดยตรง: 2 ถึง 5 มล. ของสารละลาย 20%
  • ติดตั้งโดยตรงไปยังบริเวณเฉพาะของกิ่งก้านหลอดลมที่ปอด (bronchopulmonary tree) โดยการสอด (ใช้ใช้ยาชาเฉพาะที่และสังเกตด้วยตาโดยตรง) สายสวนพลาสติกขนาดเล็กเข้าไปในหลอดลม (trachea) ให้หยอดยาโดยใช้กระบอกฉีดที่ติดกับสายสวน

การตรวจ Diagnostic Bronchograms

  • ขนาดยาแนะนำ: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 4 มล. ของสารละลาย 10% โดยใช้เครื่องพ่นยาหรือเครื่องหยอดยาเข้าไปในหลอดลม สองหรือสามครั้งก่อนการรักษา

ขนาดใช้ยาปกติของผู้ใหญ่สำหรับสารละลายเสมหะ (Mucolytic)

พ่นยาไปยังหน้ากากที่ใช้สวมใส่ใบหน้า หน้ากากปิดปาก หรือการเจาะคอ (tracheostomy)

  • ขนาดยาแนะนำ: 3 ถึง 5 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 6 ถึง 10 มล. ของสารละลาย 10% เป็นเวลา 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน
  • ขอบเขตขนาดยา: 1 ถึง 10 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 20 มล. ของสารละลาย 10% ทุก 2 ถึง 6 ชั่วโมง

กระโจมพ่นละอองยา

  • ขนาดยาแนะนำ: ปริมาณสารละลาย 10% หรือ 20% ที่จะยังคงตัวเป็นหมอกหนาจัดในกระโจม ตามช่วงเวลาที่ต้องการ
  • วิธีนี้ต้องการสารละลายในปริมาณมาก เท่ากับ 300 มล. ในช่วงเวลารักษาช่วงหนึ่ง
  • อาจต้องมีช่วงเวลาใช้ยาที่ไม่ต่อเนื่อง หรือขยายออกให้ต่อเนื่อง รวมทั้งช่วงเวลาข้ามคืน
  • พ่นยาในกระโจมหรือ Croupette ต้องดำเนินการแล้วแต่บุคคล
  • ให้พิจารณาอุปกรณ์ที่มี

การหยอดยาโดยตรง

  • ขอบเขตขนาดยา: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 10% ถึง 20% บ่อยครั้งได้ทุกชั่วโมง
  • การรักษาด้วยการเจาะคอประจำวัน: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 10% ถึง 20% ทุก 1 ถึง 4 ชั่วโมง โดยหยอดเข้าไปในช่องคอที่เจาะ
  • การใช้สายสวนเข้าไปในหลอดลมทางผิวหนัง (Percutaneous intratracheal catheter): 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 4 มล. ของสารละลาย 10% ทุก 1 ถึง 4 ชั่วโมง ผ่านกระบอกฉีดที่ติดกับสายสวน
  • การติดตั้งทางปอดโดยตรง: 2 ถึง 5 มล. ของสารละลาย 20%
  • ติดตั้งโดยตรงไปยังบริเวณเฉพาะของกิ่งก้านหลอดลมที่ปอด (bronchopulmonary tree) โดยการสอด (ใช้ใช้ยาชาเฉพาะที่และสังเกตด้วยตาโดยตรง) สายสวนพลาสติกขนาดเล็กเข้าไปในหลอดลม (trachea) ให้หยอดยาโดยใช้กระบอกฉีดที่ติดกับสายสวน

การตรวจ Diagnostic Bronchograms

  • ขนาดยาแนะนำ: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 4 มล. ของสารละลาย 10% โดยใช้เครื่องพ่นยาหรือเครื่องหยอดยาเข้าไปในหลอดลม สองหรือสามครั้งก่อนการรักษา

ขนาดยาสำหรับเด็ก

ขนาดใช้ยาปกติสำหรับการใช้ยาพาราเซตามอลเกินขนาด

ยาฉีด: ขนาดยาโดยรวม คือ 300 มก./กก. โดยให้ยา 3 ขนาดแยกกันและใช้เปป็นเวลาทั้งสิ้น 21 ชั่วโมง

ขนาดใช้ยาปกติสำหรับการตรวจ Diagnostic Bronchograms

พ่นยาไปยังหน้ากากที่ใช้สวมใส่ใบหน้า หน้ากากปิดปาก หรือการเจาะคอ (tracheostomy)

  • ขนาดยาแนะนำ: 3 ถึง 5 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 6 ถึง 10 มล. ของสารละลาย 10% เป็นเวลา 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน
  • ขอบเขตขนาดยา: 1 ถึง 10 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 20 มล. ของสารละลาย 10% ทุก 2 ถึง 6 ชั่วโมง

กระโจมพ่นละอองยา

  • ขนาดยาแนะนำ: ปริมาณสารละลาย 10% หรือ 20% ที่จะยังคงตัวเป็นหมอกหนาจัดในกระโจม ตามช่วงเวลาที่ต้องการ
  • วิธีนี้ต้องการสารละลายในปริมาณมาก เท่ากับ 300 มล. ในช่วงเวลารักษาช่วงหนึ่ง
  • อาจต้องมีช่วงเวลาใช้ยาที่ไม่ต่อเนื่องหรือขยายออกให้ต่อเนื่อง รวมทั้งช่วงเวลาข้ามคืน
  • การพ่นยาในกระโจม ต้องดำเนินการแล้วแต่บุคคล
  • ให้พิจารณาอุปกรณ์ที่มี

การหยอดยาโดยตรง

  • ขอบเขตขนาดยา: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 10% ถึง 20% บ่อยครั้งได้ทุกชั่วโมง
  • การรักษาด้วยการเจาะคอประจำวัน: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 10% ถึง 20% ทุก 1 ถึง 4 ชั่วโมง โดยหยอดเข้าไปในช่องคอที่เจาะ
  • การใช้สายสวนเข้าไปในหลอดลมทางผิวหนัง (Percutaneous intratracheal catheter): 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 4 มล. ของสารละลาย 10% ทุก 1 ถึง 4 ชั่วโมง ผ่านกระบอกฉีดที่ติดกับสายสวน
  • การติดตั้งทางปอดโดยตรง: 2 ถึง 5 มล. ของสารละลาย 20%
  • ติดตั้งโดยตรงไปยังบริเวณเฉพาะของกิ่งก้านหลอดลมที่ปอด (bronchopulmonary tree) โดยการสอด (ใช้ใช้ยาชาเฉพาะที่และสังเกตด้วยตาโดยตรง) สายสวนพลาสติกขนาดเล็กเข้าไปในหลอดลม (trachea) ให้หยอดยาโดยใช้กระบอกฉีดที่ติดกับสายสวน

การตรวจ Diagnostic Bronchograms

  • ขนาดยาแนะนำ: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 4 มล. ของสารละลาย 10% โดยใช้เครื่องพ่นยาหรือเครื่องหยอดยาเข้าไปในหลอดลม สองหรือสามครั้งก่อนการรักษา

ขนาดใช้ยาปกติสำหรับละลายเสมหะ (Mucolytic)

พ่นยาไปยังหน้ากากที่ใช้สวมใส่ใบหน้า หน้ากากปิดปาก หรือการเจาะคอ (tracheostomy)

  • ขนาดยาแนะนำ: 3 ถึง 5 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 6 ถึง 10 มล. ของสารละลาย 10% เป็นเวลา 3 ถึง 4 ครั้งต่อวัน
  • ขอบเขตขนาดยา: 1 ถึง 10 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 20 มล. ของสารละลาย 10% ทุก 2 ถึง 6 ชั่วโมง

กระโจมพ่นละอองยา

  • ขนาดยาแนะนำ: ปริมาณสารละลาย 10% หรือ 20% ที่จะยังคงตัวเป็นหมอกหนาจัดในกระโจมหรือ Croupette ตามช่วงเวลาที่ต้องการ
  • วิธีนี้ต้องการสารละลายในปริมาณมาก เท่ากับ 300 มล. ในช่วงเวลารักษาช่วงหนึ่ง
  • อาจต้องมีช่วงเวลาใช้ยาที่ไม่ต่อเนื่องหรือขยายออกให้ต่อเนื่อง รวมทั้งช่วงเวลาข้ามคืน
  • พ่นยาในกระโจมต้องดำเนินการแล้วแต่บุคคล
  • ให้พิจารณาอุปกรณ์ที่มี

การหยอดยาโดยตรง

  • ขอบเขตขนาดยา: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 10% ถึง 20% บ่อยครั้งได้ทุกชั่วโมง
  • การรักษาด้วยการเจาะคอประจำวัน: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 10% ถึง 20% ทุก 1 ถึง 4 ชั่วโมง โดยหยอดเข้าไปในช่องคอที่เจาะ
  • การใช้สายสวนเข้าไปในหลอดลมทางผิวหนัง (Percutaneous intratracheal catheter): 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 4 มล. ของสารละลาย 10% ทุก 1 ถึง 4 ชั่วโมง ผ่านกระบอกฉีดที่ติดกับสายสวน
  • การติดตั้งทางปอดโดยตรง: 2 ถึง 5 มล. ของสารละลาย 20%
  • ติดตั้งโดยตรงไปยังบริเวณเฉพาะของกิ่งก้านหลอดลมที่ปอด (bronchopulmonary tree) โดยการสอด (ใช้ใช้ยาชาเฉพาะที่และสังเกตด้วยตาโดยตรง) สายสวนพลาสติกขนาดเล็กเข้าไปในหลอดลม (trachea) ให้หยอดยาโดยใช้กระบอกฉีดที่ติดกับสายสวน

การตรวจ Diagnostic Bronchograms

  • ขนาดยาแนะนำ: 1 ถึง 2 มล. ของสารละลาย 20% หรือ 2 ถึง 4 มล. ของสารละลาย 10% โดยใช้เครื่องพ่นยาหรือเครื่องหยอดยาเข้าไปในหลอดลม สองหรือสามครั้งก่อนการรักษา

รูปแบบยา

ยาอะเซทิลซิสเทอีนมีรูปแบบการใช้และปริมาณตัวยา ดังต่อไปนี้

  • สารละลายสำหรับฉีด
  • ของเหลวสำหรับสูดดม

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

ในกรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ให้โทรแจ้งบริการฉุกเฉิน หรือไปยังห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลใกล้บ้านคุณ

กรณีลืมใช้ยา

หากลืมใช้ยยาอะเซทิลซิสเทอีน ให้ใช้ยาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ดี หากใกล้เวลาใช้รอบถัดไป ให้ข้ามรอบที่ลืมใช้ไปแล้วใช้ยาในรอบถัดไปตามปกติที่กำหนดไว้ ห้ามใช้เพิ่มเป็นสองเท่า

Hello Health Group มิได้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ การวินิจฉัยโรค และการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: สิงหาคม 28, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 28, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย