อาซิเทรติน (Acitretin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: อาซิเทรติน (Acitretin) Brand Name(s): อาซิเทรติน (Acitretin).

ข้อบ่งใช้

ยาอาซิเทรตินใช้สำหรับ

ยาอาซิเทรติน (Acitretin) มักใช้ในการรักษาโรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) และอาการผิดปกติที่ผิวหนังอื่นสำหรับผู้ใหญ่

วิธีการใช้ยาอาซิเทรติน

รับประทานยานี้ตามที่กำหนด โดยปกติแล้วคือวันละครั้งพร้อมกับมื้ออาหารหลัก

ขนาดยานั้นขึ้นอยู่กับอาการและการตอบสนองต่อการรักษา อย่าเพิ่มขนาดยา หรือความถี่ในการใช้ยา หากไม่ได้ปรึกษากับแพทย์ อาการของคุณจะไม่หายเร็วขึ้น แต่ความเสี่ยงของผลข้างเคียงอาจจะเพิ่มขึ้น

อาจต้องใช้เวลา 2 ถึง 3 เดือน กว่าที่คุณจะเห็นประโยชน์เต็มที่จากยา

ใช้ยานี้เป็นประจำ เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากยา และควรใช้ในเวลาเดียวกันทุกวัน

การเก็บรักษายาอาซิเทรติน

ยาอาซิเทรตินควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอาซิเทรตินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาอาซิเทรตินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาอาซิเทรติน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งแพทย์ในกรณีดังต่อไปนี้

  • คุณตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากคุณควรใช้ยาตามที่แพทย์กำหนดเท่านั้น หากคุณคาดหวังที่จะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • คุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมถึงยาที่หาซื้อได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งยา เช่น สมุนไพร หรือการแพทย์ทางเลือก
  • คุณเป็นแพ้ส่วนประกอบสำคัญและไม่สำคัญในยานี้หรือยาอื่น
  • คุณป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะอื่นๆ
  • คุณแพ้ยาใดๆ ที่เหมือนยานี้ ยาอื่นๆ อาหาร หรือสารใดๆ แจ้งแพทย์เกี่ยวกับอาการแพ้และสัญญาณที่คุณมี เช่น ผดผื่น ลมพิษ คัน หายใจไม่อิ่ม หายใจมีเสียงหวีด ไอ บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ หรือสัญญาณอื่นๆ
  • คุณมีโรคเหล่านี้ ได้แก่ คอเลสเตอรอลสูง โรคไต หรือโรคตับ
  • หากคุณใช้ยาเหล่านี้ ได้แก่ เดเมโคลไซคลีน (Demeclocycline) ด็อกซีไซคลิน (doxycycline) มิโนไซคลีน (minocycline) เตตราไซคลีน (tetracycline) ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเอ ผลิตภัณฑ์ที่เหมือนวิตามินเอ หรือสมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต (St John’s Wort)
  • คุณใช้ยาเมโธเทรกเซท (methotrexate)

แจ้งผู้ดูแลสุขภาพทั้งหมดของคุณว่าคุณใช้ยาอาซิเทรติน ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกรและทันตแพทย์

หลีกเลี่ยงการขับรถและทำงานอื่นๆ ที่ต้องการความตื่นตัวหรือมีการมองเห็นที่ชัดเจน จนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร

อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนจนกว่าจะเห็นผลของยาเต็มที่

หากคุณมีน้ำตาลในเลือดสูง (เบาหวาน) บางครั้งยาอาซิเทรตินอาจเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ

ตรวจเลือดตามที่คุณแพทย์กำหนด ให้ปรึกษากับแพทย์ในเรื่องนี้

ตรวจความหนาแน่นของกระดูกตามที่แพทย์กำหนด ปรึกษากับแพทย์ของคุณในเรื่องนี้

ผิวหนังอาจจะดูแย่ลงก่อนที่จะดีขึ้น

คุณอาจถูกแดดเผาได้ง่ายขึ้น หลีกเลี่ยงแสงอาทิตย์ หลอดไฟอุลตราไวโอเลต และเตียงอาบแดด ใช้ครีมกันแดดและสวมเสื้อผ้าและแว่นตากันแดดที่ช่วยปกป้องคุณจากแสงแดด

การมองเห็นในเวลากลางคืนอาจจะลดลง ควรใช้ความระมัดระวังในเวลากลางคืน หากต้องขับรถหรือทำงานอื่นๆ ที่ต้องใช้การมองเห็นที่ชัดเจน พยายามทำพื้นที่ทำงานให้มีความสว่าง

ยานี้อาจทำให้เกิดปัญหาที่ร้ายแรง และบางครั้งอาจถึงแก่ชีวิตที่เรียกว่ากลุ่มอาการรั่วของหลอดเลือดฝอย (Capillary leak syndrome) โรคนี้อาจทำให้ความดันโลหิตต่ำ และเป็นอันตรายต่อร่างกาย และยังอาจนำไปสู่หัวใจเต้นไม่ปกติ ปวดหน้าอก หรือความดัน หัวใจล้มเหลวฉับพลัน ปัญหาเกี่ยวกับปอดหรือการหายใจ มีเลือดออก หรือการไหลเวียนของเลือดในกระเพาะอาหารลำไส้ลดลง โรคไต บวม หรือรู้สึกสับสน โปรดปรึกษากับแพทย์

ความดันในสมองอาจเพิ่มขึ้นหากใช้ยานี้ อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างยาวนาน และบางครั้งอาจถึงกับเสียชีวิต แจ้งแพทย์ทันทีหากคุณปวดหัวอย่างมาก มึนงง ท้องไส้ปั่นป่วน หรืออาเจียน หรือมีอาการชัก แจ้งแพทย์ในทันที หากคุณรู้สึกอ่อนแรงที่ด้านหนึ่งของร่างกาย มีปํญหาเกี่ยวกับการพูดหรือคิด ความสมดุลของร่างกายเปลี่ยนไป หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป

หากคุณอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรใช้ยาอาซิเทรตินด้วยความระมัดระวังเพราะคุณอาจจะมีผลข้างเคียงมากกว่าปกติ

อย่าใช้ยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงอย่างเดียว หรือยามินิพิล (minipills) ยานั้นอาจทำงานได้ไม่ดี เมื่อรับประทานร่วมกับยานี้ ควรปรึกษากับแพทย์

หากคุณมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ใช้การคุมกำเนิดสองชนิดที่สามารถเชื่อถือได้ หากคุณคิดว่าคุณอาจจะตั้งครรภ์ หรือประจำเดือนขาด แจ้งแพทย์ในทันที

ผู้ชาย โปรดปรึกษากับแพทย์ก่อนดื่มสุรา

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้ ยาอาซิเทรตินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด X โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= พบหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ยาต้องห้าม
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาอาซิเทรติน

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีดังนี้

  • สัญญาณของอาการแพ้ เช่น ผดผื่น ลมพิษ คัน รอยแดง บวม แผลพุพอง หรือผิวหนังลอกโดยอาจจะมีไข้หรือไม่มี หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอกหรือลำคอ หายใจหรือการพูดติดขัด เสียงแหบผิดปกติ หรือบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ
  • สัญญาณของโรคซึมเศร้า มีความคิดจะฆ่าตัวตาย กังวลใจ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ มีความคิดไม่ปกติ หรือขาดความสนใจในชีวิต
  • สัญญาณของน้ำตาลในเลือดสูง เช่น สับสน รู้สึกง่วงนอน กระหายน้ำมากขึ้น หิวมากขึ้น ปัสสาวะบ่อยขึ้น หน้าแดง หัวใจเต้นเร็ว หรือลมหายใจมีกลิ่นผลไม้
  • มีการกระทำที่ไม่ดี หรือมีความคิดอยากจะชวนทะเลาะ
  • ปวดหน้าอก หรือรู้สึกถึงความดันในทรวงอก
  • มึนงงอย่างรุนแรง หรือหมดสติ
  • แสบร้อน ชา หรือเป็นเหน็บที่รู้สึกว่าไม่ปกติ
  • มีอาการบวม อุ่น ชา สีผิวเปลี่ยน หรือปวดที่ขาหรือแขน
  • กล้ามเนื้อปวดมากหรืออ่อนแรงมาก
  • ปวดกระดูกหรือข้อ
  • สายตาเปลี่ยน ปวดตา หรือเกิดระคายเคืองตามาก
  • ความรู้สึกของคอนแทคเลนส์ในดวงตาเปลี่ยนไป
  • การได้ยินเปลี่ยนแปลง
  • มีเสียงก้องอยู่ในหู
  • เป็นไข้
  • บวม
  • น้ำหนักมากขึ้น
  • ปวดท้อง
  • ท้องร่วง
  • มีเลือดออกจากทวารหนัก หรือปวดทวารหนัก
  • มีปัญหาที่ตับอ่อนรุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิต เช่น ตับอ่อนอักเสบ (pancreatitis) อาจเกิดขึ้นเพราะใช้ยาอาซิเทรติน อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ขณะที่กำลังรักษา สัญญาณของโรคตับอักเสบก็อย่างเช่น ปวดท้องมาก ปวดหลังมาก หรือท้องปั่นป่วนหรืออาเจียน แจ้งแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการเหล่านี้
  • การมองเห็นในตอนกลางคืนอาจลดลง อาจเกิดขึ้นได้ในทันที และอาจจะหายไปหลังจากหยุดใช้ยา แต่ในบางครั้งอาจจะไม่ยอมหายไป
  • อาจเกิดปฏิกิริยาที่ผิวหนังที่รุนแรง เช่น กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome) หรือผื่นแพ้ยาท็อกซิกอีพิเดอร์มัลเนโครไลซิส (toxic epidermal necrolysis) ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคที่รุนแรงมาก และไม่ยอมหายไป และอาจถึงแก่ชีวิต รับการรักษาในทันทีหากคุณมีสัญญาณเช่น รอยแดง บวม แผลพุพอง หรือผิวหนังลอก (อาจมีไข้หรือไม่มี) ดวงตาแดงหรือระคายเคือง หรือมีแผลในปาก ลำคอ จมูก หรือในตา

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษาหมอของคุณ

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอาซิเทรตินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอาซิเทรตินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอาซิเทรตินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณ ก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาอาซิเทรตินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่สำหรับโรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

ขนาดยาเริ่มต้น: 25 ถึง 50 มก. รับประทานวันละครั้ง โดยให้รับประทานครั้งเดียวพร้อมกับอาหารมื้อหลัก

ขนาดยาปกติ: 25 ถึง 50 มก. รับประทานวันละครั้ง การให้ยาขึ้นอยู่กับการตอบสนองของผู้ป่วยต่อขนาดยาเริ่มต้นแต่ละราย

ขนาดยาอาซิเทรตินสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการจัดขนาดยาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ดังนั้น การใช้ยากับเด็กจึงอาจยังไม่ปลอดภัย ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อทำความเข้าใจกับตัวยาก่อนการใช้งาน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: สิงหาคม 27, 2018 | Last Modified: สิงหาคม 27, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน