อิริโทรมัยซิน (Erythromycin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: อิริโทรมัยซิน (Erythromycin) Brand Name(s): อิริโทรมัยซิน (Erythromycin).

ข้อบ่งใช้

ยาอิริโทรมัยซินใช้สำหรับ 

ยาอิริโทรมัยซิน (Erythromycin) ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ และยังอาจใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด ยาอิริโทรมัยซินนั้นเป็นยาปฏิชีวนะกลุ่มแมคโครไลด์ (macrolide antibiotic) ทำงานโดยการหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย 

ยาอิริโทรมัยซินใช้เพื่อรักษาหรือป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่ได้ผลกับการติดเชื้อไวรัส (เช่น โรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่) การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่ถูกต้องหรือไม่จำเป็น อาจลดประสิทธิภาพของยาได้ 

การใช้งานในด้านอื่น 

ในส่วนนี้จะมีวิธีการใช้ยาที่ไม่ได้อยู่บนฉลากยา และยังไม่ได้รับอนุมัติจากผู้เชี่ยวชาญ แต่อาจได้รับสั่งยาจากผู้ดูแลสุขภาพของคุณได้ หากผู้ดูแลสุขภาพของคุณสั่งยานี้ ควรใช้ยานี้กับสภาวะที่อยู่ในรายชื่อนี้เท่านั้น

  • ยาอิริโทรมัยซินยังอาจใช้เพื่อรักษาสภาวะของกระเพาะอาหารบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับภาวะกล้ามเนื้อกระเพาะทำงานน้อยลง (gastroparesis) 

วิธีการใช้ยาอิริโทรมัยซิน

รับประทานยาอิริโทรมัยซินตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือก่อนมื้ออาหาร ยาอิริโทรมัยซินจะดูดซึมได้ดีที่สุด เมื่อรับประทานตอนท้องว่าง หากมีอาการคลื่นไส้เกิดขึ้น อาจสามารถรับประทานยานี้พร้อมกับอาหารหรือนมได้ 

ยานี้จะมีรสขมหากบดยา ควรกลืนยาทั้งเม็ด ไม่เคี้ยวหรือบดยา 

ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอยสนองต่อการรักษา สำหรับเด็กนั้นขนาดยายังขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักอีกด้วย

ยาปฏิชีวนะจะทำงานได้ดีที่สุด หากมีปริมาณของยาในร่างกายคงที่ ดังนั้นจึงควรรับประทานยานี้ โดยเว้นช่วงระยะห่างที่เท่ากัน เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

หากคุณใช้ยาอิริโทรมัยซินเพื่อรักษาอาการติดเชื้อ ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องจนครบกำหนด แม้ว่าอาการจะหายไปหลังจากรักษาไม่กี่วัน การหยุดใช้ยาเร็วเกินไป อาจทำให้กลับมาติดเชื้อซ้ำได้ แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น 

หากคุณใช้ยาอิริโทรมัยซินเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ควรใช้ยาตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าหยุดใช้ยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ 

การเก็บรักษายาอิริโทรมัยซิน

ยาอิริโทรมัยซินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอิริโทรมัยซินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาอิริโทรมัยซินลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อ งเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง 

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาอิริโทรมัยซิน

ก่อนใช้ยาอิริโทรมัยซิน  

  • แจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบหากคุณมีอาการแพ้ต่อยาอิริโทรมัยซิน ยาอะซิโธรมัยซิน (azithromycin) อย่างซิโทรแมกซ์ (Zithromax) ยาคลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) อย่างไบอาซิน (Biaxin) ยาไดริโทรมัยซิน (dirithromycin) อย่างไดนาเบค (Dynabac) หรือยาอื่นๆ 
  • แจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาที่คุณกำลังใช้ ทั้งยาตามใบสั่งและยาที่หาซื้อเอง โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะอื่นๆ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) ยาแอสเทมมีโซล (astemizole) อย่างฮิสมานอล (Hismanal) ยาคาร์บามาเซพีน (carbamazepine) อย่างเทเกรทอล (Tegretol) ยาซิซาไพรด์ (cisapride) อย่างโพรพูลซิด (Propulsid) ยาโคลซาปีน (clozapine) อย่างโคลซาริล (clozaril) ยาไซโคลสปอริน (cyclosporine) อย่างนีโอรัล (Neoral) หรือแซนดิมมูน (Sandimmune) ยาไดจอกซิน (digoxin) อย่างลานอกซิน (Lanoxin) ยาไดโซไพราไมด์ (disopyramide) อย่างนอร์เพส (Norpace) ยาเออร์โกตามีน (ergotamine) ยาฟิโลดิปีน (felodipine) อย่างเพลนดิล (Plendil) ยาโลวาสแตติน (lovastatin) อย่างเมวาคอร์ (Mevacor) ยาเฟนิโทอิน (phenytoin) อย่างดิแลนทิน (Dilantin) ยาพิโมไซด์ (pimozide) อย่างแอร็บ (Orap) ยาเทอร์เฟนาดีน (terfenadine) อย่างเซลเดน (Seldane) ยาทีโอฟิลลีน (theophylline) อย่างทีโอเดอร์ (Theo-Dur) ยาไตรอาโซแลม (triazolam) อย่างฮาลคอยน์ (Halcion) และวิตามิน 
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณเป็นหรือเคยเป็นโรคตับ ผิวหนังหรือดวงตาเป็นสีเหลือง โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ (colitis) หรือปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร 
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ขณะใช้ยาอิริโทรมัยซินโปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที
  • หากคุณกำลังจะรับการผ่าตัดรวมถึงการผ่าตัดทำฟัน แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่า คุณกำลังใช้ยาอิริโทรมัยซิน 

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาอิริโทรมัยซินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้  

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาอิริโทรมัยซิน

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ลมพิษหายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้นหรือลำคอ

หยุดใช้ยาอิริโทรมัยซินและติดต่อแพทย์ หากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ อาการแสบร้อน ปวด หรือรอยแดงที่รุนแรง มีน้ำเหลืองเยิ้มหรือสัญญาณของการติดเชื้อที่ผิวหนังอื่นๆ สภาวะของผิวหนังรุนแรงขึ้น หรือท้องร่วงเหลวเป็นน้ำ หรือมีเลือดปน 

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้คือ อาการระคายเคืองหรือกดเจ็บที่ผิวหนังในระดับเบา ผิวแห้งหรือมัน ผิวลอก หรือมีอาการระคายเคืองที่ดวงตาในระดับเบา 

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอิริโทรมัยซินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ โดยเฉพาะ

  • ยาต้านไวรัส เช่น ยารักษาโรคตับอักเสบ (hepatitis) หรือเอชไอวี/เอดส์
  • ยาต้านเชื้อรา
  • ยาปฏิชีวนะอื่นๆ
  • ยาสำหรับโรคมะเร็ง
  • ยาลดคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์
  • ยาสำหรับรักษาหรือป้องกันโรคมาลาเรีย (malaria) 
  • ยารักษาภาวะความดันหลอดเลือดปอดสูง (pulmonary arterial hypertension) 
  • ยาสำหรับโรคหัวใจหรือความดันโลหิต
  • ยาป้องกันปฏิกิริยาร่างกายต่อต้านอวัยวะใหม่
  • ยารักษาโรคซึมเศร้าหรืออาการป่วยทางจิต

นี่ไม่ใช่รายชื่อทั้งของ และมียาอีกมากที่อาจมีปฏิกิริยากับยาอิริโทรมัยซินได้ รวมถึงยาตามใบสั่ง ยาที่หาซื้อได้เอง วิตามิน และสมุนไพรต่างๆ แจ้งรายชื่อของยาทั้งหมดที่คุณใช้ให้ผู้ดูแลสุขภาพของคุณทราบ 

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ 

ยาอิริโทรมัยซินอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ 

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น 

ยาอิริโทรมัยซินอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ 

  • ภาวะหัวใจเต้นช้ากว่าปกติ (Bradycardia) 
  • ปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ เช่น QT prolongation
  • ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) ไม่ได้รับการรักษา 
  • ภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ (Hypomagnesemia) ไม่ได้รับการรักษา —ไม่แนะนำการใช้ยาในผู้ป่วยที่มีภาวะนี้ 
  • ภาวะหัวใจล้มเหลว—ยาเม็ดเล็กและยาเม็ดนั้นมีโซเดียมซึ่งสามารถทำให้สภาวะนี้แย่ลงได้
  • ภาวะเอนไซม์ตับสูง (Elevated liver enzymes) 
  • โรคตับ รวมถึงโรคตับอักเสบจากการคั่งของน้ำดี (cholestatic hepatitis) 
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia gravis) —ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้สภาวะนี้รุนแรงขึ้น 

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาอิริโทรมัยซินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอักเสบจากการติดเชื้อแคมปีโลแบคเตอร์ (Campylobacter Gastroenteritis)  

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคแผลริมอ่อน (Chancroid) 

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคฝีมะม่วง (Lymphogranuloma Venereum)

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดบวมจากเชื้อไมโคพลาสมา (Mycoplasma Pneumonia)

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคหนองในเทียม (Nongonococcal Urethritis)

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคหูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media)  

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคคออักเสบ (Pharyngitis) 

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดบวม (Pneumonia):  

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเนื่อเยื่ออ่อน (Skin or Soft Tissue Infection)

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคซิฟิลิส (Syphilis) – ระยะแรก:  

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนบน (Upper Respiratory Tract Infection) 

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง  

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาหลอดลมอักเสบ (Bronchitis): 

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อคลาไมเดีย (Chlamydia Infection)

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคลายม์ (Lyme Disease)

  • การติดเชื้อระดับถึงปานกลาง: 250 ถึง 500 มก. (เบส เอสโทเรต สเตียเรต) หรือ 400 ถึง 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมง
  • การติดเชื้อระดับรุนแรง: 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดดำทุกๆ 6 ชั่วโมง หรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดบวมจากเชื้อลีเจียนเน็ลล่า (Legionella Pneumonia): แม้ว่าจะยังไม่มีการพิสูจน์ขนาดยา ในการทดลองทางการแพทย์มีการใช้ยาในขนาด 1 ถึง 4 กรัม/วัน แบ่งรับประทานหรือฉีดเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 6 ชั่วโมงหรือหยอดยาอย่างต่อเนื่อง 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรัป้องกันโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ (Endocarditis): 1 กรัม (สเตียเรต) หรือ 800 มก. (อิทิลซัคซิเนต) รับประทาน 2 ชั่วโมงก่อนเริ่มกระบวนการ แล้วตามด้วยขนาดยาครึ่งหนึ่งของขนาดยาเดิม 6 ชั่วโมงหลังจากให้ยาครั้งแรก

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการเตรียมลำไส้ (Bowel Preparation): 1 กรัม (เบส) รับประทานเวลาบ่ายโมง บ่ายสองโมง และห้าทุ่มของวันก่อนการผ่าตัด (สมมติว่าเวลาผ่าตัด 8 โมงเช้า) รับประทานพร้อมกับยานีโอมัยซิน (neomycin) 1 กรัมและขับถ่ายอุจจาระ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาป้องกันไข้รูมาติก (Rheumatic fever): 250 มก. รับประทานวันละสองครั้ง

ขนาดยาอิริโทรมัยซินสำหรับเด็ก 

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อป้องกันโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial Endocarditis)

20 มก./กก. (อิทิลซัคซิเนตหรือสเตียเรต) รับประทาน 2 ชั่วโมงก่อนเริ่มกระบวนการ แล้วตามด้วยขนาดยาครึ่งหนึ่งของขนาดยาเดิม 6 ชั่วโมงหลังจากให้ยาครั้งแรก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อการเตรียมลำไส้ (Bowel Preparation)

20 มก./กก. (เบส) รับประทานเวลาบ่ายโมง บ่ายสองโมง และห้าทุ่มของวันก่อนการผ่าตัด (สมมติว่าเวลาผ่าตัด 8 โมงเช้า) รับประทานพร้อมกับยานีโอมัยซิน (neomycin) และขับถ่ายอุจจาระ

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคปอดบวม (Pneumonia) โรคเยื่อบุตาอักเสบจากเชื้อคลาไมเดียในเด็กแรกเกิด (Neonatal chlamydial conjunctivitis) และโรคปอดบวม

50 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ 

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อคลาไมเดีย (Chlamydia Infection) โรคเยื่อบุตาอักเสบจากเชื้อคลาไมเดียในเด็กแรกเกิดและโรคปอดบวม

50 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ 

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อป้องกันไข้รูมาติก (Rheumatic fever)

250 มก. รับประทานวันละสองครั้ง 

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคไอกรน (Pertussis)

40-50 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานทุกๆ 6 ชั่วโมงเป็นเวลา 14 วัน ขนาดยาสูงสุด: 2 กรัม/วัน (ไม่ใช่การรักษาที่แนะนำสำหรับเด็กทารกที่อายุต่ำกว่า 1 เดือน) 

รูปแบบของยา 

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาแคปซูลอนุภาคออกฤทธิ์ช้าสำหรับรับประทาน 250 มก.
  • ยาสารละลายคืนรูปสำหรับฉีด (lactobionate) 500 มก. 1000 มก.
  • ยาแขวนตะกอนคืนรูปสำหรับรับประทาน (ethylsuccinate) 200 มก./5 มล. (100 มล.) 400 มก./5 มล. (100 มล.) 
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน 250 มก. 500 มก.
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน (ethylsuccinate) 400 มก.
  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน (stearate) 250 มก.
  • ยาเม็ดออกฤทธิ์ช้าสำหรับรับประทาน 250 มก. 333 มก. 500 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด 

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย