อีพลีรีโนน (Eplerenone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: อีพลีรีโนน (Eplerenone) Brand Name(s): อีพลีรีโนน (Eplerenone).

ข้อบ่งใช้

ยาอีพลีรีโนนใช้สำหรับ

ยาอีพลีรีโนน (Eplerenone) มักใช้เป็นยาเดี่ยว หรือใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง ยานี้ทำงานโดยการปิดกั้นสารบางอย่าง เช่น อัลดอสเตอโรน (aldosterone) ภายในร่างกาย ทำให้ลดปริมาณการคั่งของโซเดียมและน้ำ การลดระดับความดันโลหิตภายในร่างกาย จะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจขาดเลือดฉับพลัน และปัญหาเกี่ยวกับไต ยานี้ยังช่วยรักษาโรคหัวใจวาย ที่เกิดตามมาจากอาการหัวใจขาดเลือดฉับพลัน

วิธีการใช้ยาอีพลีรีโนน

รับประทานยานี้ โดยปกติคือวันละครั้งหรือสองครั้ง พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก หรือตามที่แพทย์กำหนด ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ (ความดันโลหิตสูง หัวใจวาย) การตอบสนองต่อการรักษา และยาอื่นที่คุณกำลังใช้ แจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

อาจต้องใช้เวลานานถึง 4 สัปดาห์ กว่ายานี้จะส่งผลเต็มที่ต่อความดันโลหิตของคุณ

ควรใช้ยานี้อย่างต่อเนื่อ งแม้คุณจะรู้สึกเป็นปกติ คนส่วนใหญ่ที่มีความดันโลหิตสูงนั้นจะไม่รู้สึกป่วย

การเก็บรักษายาอีพลีรีโนน

ยาอีพลีรีโนนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาอีพลีรีโนนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาอีพลีรีโนนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาอีพลีรีโนน

ก่อนใช้ยาอีพลีรีโนน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารไม่ออกฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง โรคไต โรคเบาหวาน

ยานี้อาจเพิ่มระดับของโพแทสเซียม ก่อนใช้อาหารเสริมโพแทสเซียมหรือสารทดแทนเกลือที่มีโพแทสเซียม โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียน อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะระดับโพแทสเซียมในเลือดเพิ่มสูงขึ้น

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาอีพลีรีโนนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาอีพลีรีโนน

อาจเกิดอาการปวดหัว วิงเวียน ท้องร่วง หรืออาเจียน หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ เลือดออกจากช่องคลอดผิดปกติ เต้านมโตหรือเจ็บเต้านมในผู้ชาย มีอาการของระดับโพแทสเซียมในเลือดสูง (เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หัวใจเต้นช้าหรือผิดปกติ)

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ปฏิกิริยาระหว่างยานั้นอาจเปลี่ยนแปลงการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง ข้อมูลนี้ไม่ใช่ปฏิกิริยาระหว่างยาทั้งหมดที่อาจเกิดขึ้น ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ) อย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยาที่อาจเพิ่มระดับของโพแทสเซียมในเลือด เช่น ยาคุมกำเนิดที่มีดรอสไพรีโนน (drospirenone)
  • ยาขับปัสสาวะกลุ่มโปแตสเซียม-สแปริ่ง (potassium sparing) อย่างอะมิโลไรด์ (amiloride) สไปโรโนแลคโตน (spironolactone) หรือไตรแอมเทอรีน (triamterene) ลิเทียม (lithium)

ยาอื่นอาจส่งผลต่อการกำจัดยาอีพลีรีโนนออกจากร่างกาย และส่งผลกระทบต่อการทำงานของยาอีพลีรีโนน เช่น

  • ยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole antifungals) อย่างคีโตโคนาโซล (ketoconazole) หรือไอทราโคนาโซล (itraconazole) โบซีพรีเวียร์ (boceprevir) คลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) โคบิซิสแตท (cobicistat) เนฟาโซโดน (nefazodone)
  • ยาต้านไวรัสเอชไอวีบางชนิด (HIV protease inhibitors) อย่างเนฟินนาเวียร์ (nelfinavir) หรือริโทนาเวียร์ (ritonavir)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ท
  • ทีลาพรีเวียร์ (telaprevir)
  • เทลิโทรมัยซิน (telithromycin) และอื่นๆ

ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจจะมีส่วนผสมที่สามารถเพิ่มระดับความดันโลหิต หรือทำให้อาการหัวใจวายรุนแรงขึ้นได้ แจ้งให้เภสัชกรทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้และสอบถามวิธีใช้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะยาแก้ไอแก้หวัด ยาลดความอ้วน หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือนาพรอกเซน (naproxen)

ยาอีพลีรีโนนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาอีพลีรีโนนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาอีพลีรีโนนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาอีพลีรีโนนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคหัวใจวาย

โรคหัวใจวายหลังจากการติดเชื้อที่กล้ามเนื้อหัวใจ (post-myocardial infarction)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 25 มก. รับประทานวันละครั้ง ควรปรับขนาดยาไปเป็นขนาดยาเป้าหมายที่ 50 มก. วันละครั้ง ภายใน 4 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะความดันโลหิตสูง

  • 50 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ผู้ป่วยที่ไม่มีการตอบสนองของระดับความดันโลหิตที่เพียงพอควรเพิ่มขนาดยาไปที่ 50 มก. วันละสองครั้ง

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

  • ห้ามใช้ยาอีพลีรีโนนในผู้ป่วยที่มีค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์ (creatinine clearance) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 30 มล./นาที
  • ห้ามใช้ยาอีพลีรีโนนสำหรับรักษาภาวะความดันโลหิตสูงในผู้ป่วยที่มีค่าเซรั่มครีอะตินีนมากกว่า 2.0 มก./เดซิลิตร (ผู้ชาย) หรือมากกว่า 1.8 มก./เดซิลิตร (ผู้หญิง) และในผู้ที่มีค่าครีอะตินีนเคลียรานซ์น้อยกว่า 50 มล./นาที

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

  • ไม่จำเป็นต้องปรับขนาดยาสำหรับผู้ที่มีตับบกพร่องระดับเบาถึงปานกลาง
  • ยังไม่มีการประเมินการใช้ยาอีพลีรีโนนในผู้ป่วยที่มีตับบกพร่องระดับรุนแรง

การปรับขนาดยา

ความดันโลหิตสูง

  • ผู้ป่วยที่กำลังใช้ยายับยั้งเอนไซม์ไซโตรโครมพี 450 3เอ4 แบบอ่อน (weak CYP450 3A4 inhibiting drugs) เช่น อิริโทรมัยซิน (erythromycin) ซาควินาเวียร์ (saquinavir) เวราพามิล (verapamil) และฟลูโคนาโซล (fluconazole) ขนาดยาเริ่มต้นควรลดลงมาที่ 25 มก. วันละครั้ง

โรคหัวใจวายหลังจากการติดเชื้อที่กล้ามเนื้อหัวใจ–ควรปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับระดับเซรั่มโพแทสเซียม

  • น้อยกว่า 5 อิควิวาเลนท์/ลิตร: เพิ่มขนาดยาจาก 25 มก. วันเว้นวัน มาที่ 25 มก. ทุกวัน หรือจาก 25 มก. ทุกวัน มาที่ 50 มก. ทุกวัน
  • 5 ถึง 5.4 อิควิวาเลนท์/ลิตรไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ
  • 5.5 to 5.9 อิควิวาเลนท์/ลิตร: ลดขนาดยาจาก 50 มก. ทุกวัน มาที่ 25 มก. ทุกวัน หรือจาก 25 มก. ทุกวัน มาที่ 25 มก. วันเว้นวัน หรือจาก 25 มก. วันเว้นวัน มาที่ระงับการใช้ยา
  • 6 อิควิวาเลนท์/ลิตรขึ้นไป: ระงับการใช้ยา

การฟอกไต (Dialysis)

ไม่สามารถกำจัดยาอีพลีรีโนนจากการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (hemodialysis)

คำแนะนำอื่นๆ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจวายเนื่องจากการติดเชื้อที่กล้ามเนื้อหัวใจฉับพลัน มีหลักฐานแนะนำว่า การเริ่มต้นใช้ยาอีพลีรีโนนภายใน 3 ถึง 7 วันหลังจากการติดเชื้อที่กล้ามเนื้อหัวใจฉับพลัน มีความเกี่ยวข้องกับการลดลงอย่างมากของอัตราการเสียชีวิต และการรักษาตัวในโรงพยาบาลเทียบกับการเริ่มต้นหลังจากนั้น (เช่น 8 ถึง 14 วันหลังจากการติดเชื้อที่กล้ามเนื้อหัวใจฉับพลัน)

ขนาดยาอีพลีรีโนนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย