เจฟิทินิบ (Gefitinib)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรพิมพ์จิต วัฒนชโนบล

ชื่อสามัญ: เจฟิทินิบ (Gefitinib) Brand Name(s): เจฟิทินิบ (Gefitinib).

ข้อบ่งใช้

ยาเจฟิทินิบใช้สำหรับ

ยาเจฟิทินิบ (Gefitinib) มักใช้เพื่อรักษาโรคมะเร็งปอด ทำงานโดยชะลอหรือหยุดการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ยาเจฟิทินิบจะยับยั้งโปรตีนชนิดหนึ่ง ได้แก่ เอนไซม์ที่เรียกว่าไทโรซีนไคเนส (tyrosine kinase)

วิธีการใช้ยาเจฟิทินิบ

รับประทานยาเจฟิทินิบวันละหนึ่งครั้งพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก หรือตามที่แพทย์กำหนด

ยาที่สามารถลดหรือยับยั้งกรดในกระเพาะอาหารได้อย่างสมบูรณ์ เช่น ยาในกลุ่มโปรตอนปั๊มอินฮิบิเตอร์ (proton pump inhibitors) หรือเอช2บล็อกเกอร์ (H2 blockers) หรือยาลดกรด (antacids) อาจลดการดูดซึมของยาเจฟิทินิบได้ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนใช้ยาเหล่านี้

ควรใช้ยานี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากยา เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

การเก็บรักษายาเจฟิทินิบ

ยาเจฟิทินิบควรเก็บในอุณหภูมิห้อง ให้พ้นจากแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเสื่อมสภาพ ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเจฟิทินิบบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบคำแนะนำการเก็บบนบรรจุภัณฑ์หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเจฟิทินิบลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเจฟิทินิบ

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยานี้ หรือเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีสารออกฤทธิ์ ซึ่งสามารถทำให้เกิดอาการแพ้ หรือปัญหาอื่นๆ ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดปรึกษากับเภสัชกร

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะโรคปอด เช่น พังผืดในปอด (pulmonary fibrosis) โรคไตขั้นรุนแรง ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา แผลภายในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ เช่น โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ (diverticulitis) หรือโรคลำไส้อุดตัน (blockage bowel disease) การสูบบุหรี่ โรคมะเร็งที่แพร่กระจายไปยังลำไส้

ยาเจฟิทินิบนั้นไม่แนะนำให้ใช้ขณะตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจทำอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถผ่านสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ เนื่องจากความเสี่ยงต่อเด็กทารก จึงไม่ควรให้นมบุตรขณะใช้ยาเจฟิทินิบ

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเจฟิทินิบจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด N โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเจฟิทินิบ

อาจเกิดอาการท้องร่วง ผดผื่น สิว คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เล็บผิดปกติ ผมร่วง ที่ปากหรือลำคอเป็นรอยแดงหรือมีอาการเจ็บ หรือมีอาการเหนื่อยล้าอย่างผิดปกติ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า ยามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

อาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หรือเบื่ออาหารที่เกิดขึ้นบ่อยๆ นั้น อาจส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำ (dehydration) และปัญหาเกี่ยวกับไต ติดต่อแพทย์ในทันที หากคุณสังเกตเห็นอาการของภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะลดลงผิดปกติ ปากแห้ง หรือกระหายน้ำผิดปกติ หัวใจเต้นเร็ว วิงเวียนหรือเวียนศีรษะ

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากเกิดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นน้อยมากแต่รุนแรง ดังต่อไปนี้ ได้แก่ เลือดออกผิดปกติ (ไอเป็นเลือด มีปัสสาวะปนในเลือด) มีอาการระคายเคืองหรือปวดตา บวมที่ข้อเท้าหรือเท้า

ในกรณีหายาก ยาเจฟิทินิบอาจทำให้เกิดโรคปอด อย่างโรคเนื้อเยื่อระหว่างถุงลมปอดอักเสบ (interstitial lung disease-ILD) ที่รุนแรง (อาจถึงแก่ชีวิต) แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณเกิดปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ ไอ หรือเป็นไข้

หากคุณมีอาการท้องร่วงบ่อยๆ หรือผดผื่นผิวหนัง โปรดติดต่อแพทย์ในทันที แพทย์อาจให้คุณหยุดใช้ยาเจฟิทินิบชั่วคราว (มากสุดนาน 14 วัน) ซึ่งอาจช่วยให้อาการไม่พึงประสงค์หายไป แล้วจึงกลับมารักษาด้วยขนาดยาตามเดิม

อาการแพ้ต่อยานี้ไม่ค่อยจะเกิดขึ้น แต่ควรรับการรักษาในทันที หากเกิดอาการแพ้ดังต่อไปนี้ ได้แก่ ผดผื่นที่รุนแรง อาการคันหรือบวม (โดยเฉพาะใบหน้า ลิ้น หรือลำคอ) วิงเวียน หายใจติดขัด

ผลข้างเคียงเหล่านี้อาจะไม่เกิดขึ้นกับทุกคน และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งและยาที่หาซื้อได้เอง โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาเจือจางเลือด อย่างวาฟาริน (warfarin) ยาสำหรับลดกรดในกระเพาะ เช่นแรนิทิดีน (ranitidine) ไซเมทิดีน (cimetidine) ฟาโมทิดีน (famotidine) โอเมพราโซล (omeprazole) แลนโซพราโซล (lansoprazole) หรือราบีพราโซล (rabeprazole) ยายับยั้งเอนไซม์ตับบางชนิด เช่น ซีวายพี 3เอ4 อินฮิบิเตอร์ (CYP 3A4 inhibitors) อย่างคีโตโคนาโซล (ketoconazole) ไอทราโคนาโซล (itraconazole) อิริโทรมัยซิน (erythromycin) หรือคลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) ไวโนเรลบีน (vinorelbine) ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) หรือนาพรอกเซน (naproxen) ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) เช่น เพรดนิโซโลน (prednisone)

ยาเหนี่ยวนำเอนไซม์ตับบางชนิด (liver enzyme inducer) เช่น ยาไรฟามัยซิน (rifamycins) อย่างไรแฟมพิน (rifampin) หรือไรฟาบูทิน (rifabutin) สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ท (St. John’s wort) หรือเฟนิโทอิน (phenytoin) นั้น จะกระตุ้นเอนไซม์ตับบางชนิดอย่างซีวายพี 3เอ4 (CYP 3A4) ขนาดยาของยาเจฟิทินิบนั้นอาจต้องเพิ่มขึ้น หากคุณใช้ยาเหล่านี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

Gefitinib อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเจฟิทินิบอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเจฟิทินิบอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเจฟิทินิบสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ที่ขนาดไม่เล็ก (Non-Small Cell Lung Cancer)

  • 250 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • ระยะเวลาในการรักษา: จนกว่าอาการกำเริบหรือระดับความเป็นพิษไม่สามารถยอมรับได้
  • การใช้งาน: ใช้เป็นทางเลือกการรักษาอันดับแรกสำหรับโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ที่ขนาดไม่เล็ก ซึ่งเนื้องอกมีตัวรับปัจจัยการเจริญเติบโตของเซล์ (EGFR หรือ epidermal growth factor receptor) มีการขาดหายไป (deletions) ของเอ็กซอน (exon) 19 หรือมีการกลายพันธุ์ แทนที่ด้วยเอ็กซอน (exon) 21 (L858R) ที่ได้รับการทดสอบจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การปรับขนาดยาสำหรับไต

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ ไม่มีข้อมูลสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไตบกพร่องขั้นรุนแรง

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ ควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยที่มีอาการตับบกพร่องระดับปานกลางถึงรุนแรงเนื่องจากอาจเกิดผลของยาทั่วร่างกายเพิ่มขึ้น

ความเป็นพิษต่อตับระหว่างการรักษา

  • ระงับการรักษาในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับที่แย่ลง
  • หยุดการรักษาอย่างถาวรสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการตับบกพร่องระดับรุนแรง

การปรับขนาดยา

ระงับการรักษา (นานได้ถึง 14 วัน) สำหรับปฏิกิริยาที่ไม่ถึงประสงค์ของยาแล้วตามด้วย

กลับคืนสู่การรักษา (250 มก. รับประทานวันละครั้ง) เมื่อปฏิกิริยาที่ไม่ถึงประสงค์หายไปอย่างสมบูรณ์หรือดีขึ้นตามเกณฑ์ศัพท์บัญญัติทางทั่วไปสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ (CTCAE) ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (NCI) ระดับ 1

  • อาการของโรคปอดเริ่มมีอาการฉับพลันหรืออาการแย่ลง (หายใจลำบาก ไอ เป็นไข้)
  • ค่าเอแอลที (ALT) และ/หรือ ค่าเอเอสที (AST) เพิ่มขึ้น หรือตามเกณฑ์ NCI CTCAE สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระดับ 2 หรือมากกว่า
  • อาการท้องร่วงเพิ่มขึ้น หรือตามเกณฑ์NCI CTCAE สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระดับ 3
  • สัญญาณและอาการของโรคทางตาที่รุนแรงหรือแย่ลง รวมถึงกระจกตาอักเสบ (Keratitis)
  • ปฏิกิริยาที่ผิวหนังเพิ่มขึ้น หรือตามเกณฑ์NCI CTCAE สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระดับ 3

หยุดการรักษาโดยถาวรสำหรับอาการดังต่อไปนี้

  • โรคเนื้อเยื่อระหว่างถุงลมปอดอักเสบ (interstitial lung disease) ที่ยืนยันแล้ว
  • ตับบกพร่องขั้นรุนแรง
  • ระบบทางเดินอาหารทะลุ (Gastrointestinal perforation)
  • กระจกตาอักเสบจากการเป็นแผลบ่อยๆ (ulcerative keratitis)

การใช้ร่วมกับยาเหนี่ยวนำซีวายพี450 3เอ4 (CYP450 3A4) ชนิดแรง:

หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกันเท่าที่เป็นไปได้ หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน:

  • เพิ่มขนาดยาไปที่ 500 มก. รับประทานวันละครั้ง (โดยไม่มีปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์ของยาที่รุนแรง) กลับมาใช้ยาในขนาด 250 มก. ต่อครั้ง 7 วันหลังจากหยุดใช้ยาเหนี่ยวนำซีวายพี450 3เอ4 ชนิดแรง

การใช้ร่วมกับยาในกลุ่มโปรตอนปั๊มอินฮิบิเตอร์ (Proton-Pump Inhibitor) หรือเอช 2 แอนตาโกนิสต์ (H2-Receptor Antagonist) หรือยาลดกรด

หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกันเท่าที่เป็นไปได้ หากจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกัน

  • รับประทานยานี้ 12 ชั่วโมงหลังจากการใช้ยาในกลุ่มโปรตอนปั๊มอินฮิบิเตอร์ ครั้งล่าสุดหรือก่อนใช้ยาดังกล่าวครั้งต่อไป
  • รับประทานยานี้ 6 ชั่วโมงหลังจากการใช้ยาเอช 2 แอนตาโกนิสต์หรือยาลดกรดครั้งล่าสุด หรือ 6 ชั่วโมงก่อนใช้ยาดังกล่าวครั้งต่อไป

ข้อควรระวัง

ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยายังไม่เป็นที่ยอมรับในผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ที่ขนาดไม่เล็ก ที่แพร่กระจายแล้ว ซึ่งเนื้องอกมีการกลายพันของ EGFR นอกเหนือจากการขาดหายไป (deletions) ของเอ็กซอน (exon) 19 หรือการกลายพันธุ์ แทนที่ด้วยเอ็กซอน (exon) 21 (L858R)

คำแนะนำ

คำแนะนำการใช้ยา

  • ควรรับประทานยานี้ในเวลาเดียวกันกับทุกวัน พร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก
  • ไม่ควรรับประทานยาที่ลืมรับประทานไปแล้ว หากมีเวลาอีกไม่เกิน 12 ชั่วโมงก่อนเวลารับประทานยาครั้งต่อไป
  • สำหรับผู้ป่วยที่กลืนของแข็งได้ลำบาก ควรมีการศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือวิธีการให้ยาสำหรับยานี้ แบบเป็นยาน้ำกระจายตัว (dispersion) ในน้ำที่ไม่ใช่น้ำอัดลม
  • แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาด้วยยาต้านมะเร็งควรเป็นผู้เริ่มต้นและกำกับการรักษานี้

การเก็บรักษา

  • เก็บไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิมเพื่อให้พ้นจากความชื้น

ทั่วไป

  • การใช้ร่วมกับการบำบัดด้วยยาที่เป็นพิษต่อเซลล์ (Cytotoxic Therapy): การใช้ยานี้ร่วมกับการทำเคมีบำบัดด้วยยาที่เป็นพิษต่อเซลล์ชนิดแพลทินัมเบสแบบคู่ (doublet, platinum-based) สำหรับโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ขนาดไม่เล็กระดับรุนแรงนั้น ไม่มีประโยชน์เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยการทำเคมีบำบัดด้วยยาที่เป็นพิษต่อเซลล์เพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงควรใช้ยานี้แบบรักษาด้วยยานี้ชนิดเดียวสำหรับโรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ขนาดไม่เล็กระดับรุนแรงในผู้ป่วยที่เคยรับการรักษาด้วยการทำเคมีบำบัดด้วยยาที่เป็นพิษต่อเซลล์ (AU) มาก่อน
  • การประเมินการกลายพันธุ์ของตัวรับปัจจัยการเจริญเติบโตของเซลล์ (EGFR): ควรเลือกวิธีที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพเพื่อประเมินสถานะของการกลายพันธุ์ในผู้ป่วยเพื่อลดโอกาสในการได้รับผลตรวจลบเป็นเท็จหรือผลตรวจบวกเป็นเท็จ ในการเลือกทางรักษาอันดับแรก ไม่ควรเลือกใช้ยานี้ในการทำเคมีบำบัดแบบคู่ (doublet chemotherapy) สำหรับผู้ป่วยที่ผลตรวจการกลายพันธุ์เป็นลบ (mutation-negative patients) (AU)
  • การประเมินการกลายพันธุ์ของตัวรับปัจจัยการเจริญเติบโตของเซลล์ (EGFR): ผู้ป่วยทุกรายควรรับการประเมินนี้ หากไม่มีตัวอย่างเนื้องอกเพื่อให้ในการประเมิน ก็อาจใช้ดีเอ็นเอของเนื้องอกในกระแสเลือด (circulating tumor DNA) ที่ได้รับจากตัวอย่างเลือด (พลาสม่า) ควรเลือกเฉพาะการทดสอบที่มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ และมีปฏิกิริยาไวที่สามารถแสดงให้เห็นการตรวจหาสถานะการกลายพันธุ์ของตัวรับปัจจัยการเจริญเติบโตของเซลล์ ในเนื้องอก หรือดีเอ็นเอของเนื้องอกในกระแสเลือด เพื่อหลีกเลี่ยงผลตรวจลบเป็นเท็จหรือผลตวจบวกเป็นเท็จ (UK)

การเฝ้าระวัง

  • ตับ: ตรวจสอบสมรรถภาพของตับ (เป็นระยะๆ ระหว่างการรักษา)
  • ระบบทางเดินอาหาร: ยูเรีย (Urea) อิเล็กโทรไลท์ (electrolytes) และเซรั่มครีอะตินีน (serum creatinine) (ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะขาดน้ำสูง)
  • เลือด: ค่าไอเอ็นอาร์ (INR) และค่าพีที (PT) (ในผู้ป่วยที่ใช้ยาวาฟาริน [warfarin] ร่วมกัน)
  • ดวงตา: สัญญาณและอาการของความผิดปกติที่ดวงตา เช่นตาอักเสบอย่างรุนแรงหรือเฉียบพลัน น้ำตาไหล ปฏิกิริยาไวต่อแสง มองเห็นไม่ชัด ปวดตา ตาแดง
  • ระบบทางเดินหายใจ: อาการเหมือนกับโรคเนื้อเยื่อระหว่างถุงลมปอดอักเสบที่เป็นฉับพลันหรือแย่ลง เช่น (หายใจลำบาก ไอ เป็นไข้)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • หากคุณใช้ยาในกลุ่มโปรตอนปั๊มอินฮิบิเตอร์ ยาเอช2 บล็อกเกอร์ หรือยาลดกรด โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับเวลาในการใช้ยาเหล่านี้ที่ดีที่สุดขณะที่ทำการรักษาด้วยยานี้
  • หากคุณลืมรับประทานยาแล้วมีเวลาก่อนการรับประทานยาครั้งถัดไปต่ำกว่า 12 ชั่วโมง ให้ข้ามมื้อยา หากไม่เป็นเช่นนั้นให้รับประทานยาทันทีที่จำได้ ห้ามรับประทานยาเป็นสองเท่า (ยาสำหรับ 2 ครั้งในคราวเดียว) เพื่อชดเชยยาที่ข้ามไป
  • หากคุณมีปัญหาในการกลืนของแข็ง ปรึกษาผู้ดูแลสุขภาพเกี่ยวกับวิธีการพิเศษในการใช้ยาเม็ด
  • ยานี้อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่นอาการอ่อนแรงผิดปกติที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกิจกรรมบางอย่าง ควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำกิจกรรมเช่นการใช้เครื่องจักรจนกว่าคุณจะทราบว่ายานี้ส่งผลต่อคุณอย่างไร

ขนาดยาเจฟิทินิบสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้ สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยาเป็นสองเท่า

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ตุลาคม 21, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 21, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย