เจมไฟโบรซิล (Gemfibrozil)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เจมไฟโบรซิล (Gemfibrozil) Brand Name(s): เจมไฟโบรซิล (Gemfibrozil).

ข้อบ่งใช้

ยาเจมไฟโบรซิลใช้สำหรับ

ยาเจมไฟโบรซิล (Gemfibrozil) ใช้ร่วมกับการรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อลดระดับของไขมันหรือไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ภายในเลือด และยังอาจช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ยาเจมไฟโบรซิลอยู่ในกลุ่มของยาที่เรียกว่าไฟเบรต (fibrates) ทำงานโดยการลดการผลิตไขมันของตับ การลดระดับของไตรกลีเซอไรด์ ในผู้ที่มีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมาก สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคตับอ่อนอักเสบ (pancreatitis) แต่ยาเจมไฟโบรซิลอาจไม่สามารถลดความเสี่ยง ในการเกิดอาการหัวใจขาดเลือดฉับพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมอง ปรึกษาเกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยาเจมไฟโบรซิล

นอกจากการรับประทานอาหารที่เหมาะสม (เช่น อาการที่มีคอเลสเตอรอลหรือไขมันต่ำ) การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อื่นๆ ยังอาจช่วยให้ยานี้ทำงานได้ดีขึ้น เช่น การออกกำลังกาย ดื่มสุราให้น้อยลง ลดน้ำหนัก หากมีน้ำหนักเกิน และหยุดสูบบุหรี่

วิธีการใช้ยาเจมไฟโบรซิล

รับประทานยาเจมไฟโบรซิลตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละ 2 ครั้ง (30 นาทีก่อนรับประทานมื้อเช้าและมื้อเย็น)

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์และการตอบสนองต่อการรักษา

หากคุณใช้ยาอื่นเพื่อลดระดับคอเรสเตอรอล เช่น ยาในกลุ่ม bile acid-binding resins เช่น คอเลสไทรามีน (cholestyramine) หรือคอเลสทิพอล (colestipol) ควรรับประทานยาเจมไฟโบรซิลอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อน หรือ 4-6 ชั่วโมงหลังจากรับประทานยาเหล่านี้ ยาเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อยาเจมไฟโบรซิล และทำให้ไม่สามารถดูดซึมยาได้อย่างเต็มที่

รับประทานยาเจมไฟโบรซิลเป็นประจำ เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากยาสูงสุด ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าว่าจะรู้สึกเป็นปกติดี คนส่วนใหญ่ที่มีระดับคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์สูงจะไม่รู้สึกป่วย

ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ เกี่ยวกับการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหาร อาจต้องใช้เวลานานกว่า 3 เดือน ก่อนที่จะได้รับประโยชน์จากยาอย่างเต็มที่

การเก็บรักษายาเจมไฟโบรซิล

ยาเจมไฟโบรซิลควรเก็บในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเจมไฟโบรซิลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเจมไฟโบรซิลลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเจมไฟโบรซิล

ก่อนใช้ยาเจมไฟโบรซิล

  • แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ยาเจมไฟโบรซิลหรือยาอื่นๆ
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณกำลังใช้ยาซิมวาสแตติน (simvastatin) อย่างโซคอร์ (Zocor) หรือยารีพาไกลไนด์ (repaglinide) อย่างพรานดิน (Prandin) ในพรานดิเมต (in Prandimet) แพทย์อาจไม่ให้คุณใช้ยาเจมไฟโบรซิล ขณะที่กำลังใช้ยาเหล่านี้ชนิดใด ชนิดหนึ่งหรือทั้งสองชนิด
  • แจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับยาที่คุณกำลังใช้ หรือตั้งใจจะใช้ ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อเอง วิตามิน อาหารเสริม และสมุนไพร โดยเฉพาะยาต้านลิ่มเลือด (anticoagulants) หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาวาฟาริน (warfarin) อย่างคูมาดิน (Coumadin) ยาลดคอเลสเตอรอลหรือยาในกลุ่มสแตติน (statins) เช่น ยาอะทอร์วาสแตติน (atorvastatin) อย่างไลปิทอร์ (Lipitor) ยาฟลูวาสแตติน (fluvastatin) อย่างเลสคอล (Lescol) ยาโลวาสแตติน (lovastatin) อย่างเมวาคอร์ (Mevacor) และยาปราวาสแตติน (pravastatin) อย่างปราวาคอล (Pravachol) และยาโคลชิซิน (colchicine) อย่างคอลไครส์ (Colcrys) แพทย์อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนขนาดยาของคุณ หรือเฝ้าระวังผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด
  • หากคุณกำลังใช้ยาคอเลสทิพอล (colestipol) ควรใช้ยานี้ 2 ชั่วโมงก่อนหรือ 2 ชั่วโมงหลังจากใช้ยาเจมไฟโบรซิล
  • แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเป็นโรคไต โรคตับ หรือโรคถุงน้ำดี แพทย์อาจไม่ให้คุณใช้ยาเจมไฟโบรซิล
  • แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร หากคุณตั้งครรภ์ขณะใช้ยาเจมไฟโบรซิล ให้ติดต่อแพทย์ทันที

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเจมไฟโบรซิลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเจมไฟโบรซิล

รับการรักษาในทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ติดต่อแพทย์ในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังนี้

  • มีอาการปวดจี๊ดที่กระเพาะส่วนบน (โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร)
  • ดีซ่าน (ผิวหนังหรือดวงตาเป็นสีเหลือง)
  • มองเห็นไม่ชัด ปวดตา หรือมองเห็นวงแหวนรอบแสง
  • มีอาการปวดหรือแสบขณะปัสสาวะ
  • มีอาการปวดกล้ามเนื้อ กดเจ็บ หรืออ่อนแรงแบบไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะหากคุณมีอาการไข้ เหนื่อยล้าผิดปกติ และปัสสาวะสีเข้มร่วมด้วย
  • ผิวซีด เกิดรอยช้ำง่าย รู้สึกวิงเวียนหรือหายใจไม่อิ่ม หัวใจเต้นเร็ว รวมรวมสมาธิได้ลำบาก มีจุดสีม่วงหรือแดงใต้ผิวหนัง

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่ามีดังนี้

  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • มีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วงในระดับเบา
  • ปวดหัว วิงเวียน ง่วงซึม
  • มีอาการปวดข้อต่อหรือปวดกล้ามเนื้อ
  • หมดความสนใจในเรื่องเซ็กซ์ หมดสมรรถภาพทางเพศ สำเร็จความใคร่ได้ยาก
  • มีอาการเหน็บชา
  • มีอาการของไข้หวัด เช่นคัดจมูก ตาม เจ็บคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเจมไฟโบรซิลอาจเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้กับยาดังต่อไปนี้ แพทย์อาจจะตัดสินใจไม่ใช้ยาในกลุ่มนี้เพื่อรักษาคุณ หรือเปลี่ยนยาบางตัวที่คุณกำลังใช้อยู่

  • รีพากลิไนด์ (Repaglinide) ซิมวาสแตติน (Simvastatin)

โดยปกติแล้วไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้กับยาดังต่อไปนี้ แต่อาจจำเป็นในบางกรณี หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือความถี่ในการใช้ยาตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • อะทอร์วาสแตติน (Atorvastatin) เบกซาโรทีน (Bexarotene) เซอริวาสแตติน (Cerivastatin) โคลชิซิน (Colchicine) ดาบราเฟนิบ (Dabrafenib) เอลทรอมโบแพก (Eltrombopag) เอนซาลูตาไมด์ (Enzalutamide) อีเซทิไมบ์ (Ezetimibe) ฟลูวาสแตติน (Fluvastatin) อิมมาตินิบ (Imatinib) โลวาสแตติน (Lovastatin) พิทาวาสแตติน (Pitavastatin) ปราวาสแตติน (Pravastatin) โรซูวาสแตติน (Rosuvastatin)

การใช้ยาดังต่อไปนี้ร่วมกันอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่างได้ แต่การใช้ยาทั้งสองร่วมกัน อาจเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หากคุณได้รับใบสั่งยาทั้งคู่ร่วมกัน แพทย์อาจจะต้องเปลี่ยนขนาดยา หรือความถี่ในการใช้ยา ตัวหนึ่งหรือทั้งคู่

  • ไดคูมารอล (Dicumarol) ไกลเบนคลาไมด์ (Glyburide) โลเพอราไมด์ (Loperamide) โลปินาเวียร์ (Lopinavir) มอนเทลูคาสท์ (Montelukast) ไพโอกลิตาโซน (Pioglitazone) โรซิกลิทาโซน (Rosiglitazone) วาฟาริน (Warfarin)

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเจมไฟโบรซิลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเจมไฟโบรซิลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะขาดไทรอยด์ (Hypothyroidism) ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้ผลข้างเคียงของยารุนแรงขึ้น
  • โรคถุงน้ำดี (Gallbladder disease)
  • โรคไตขั้นรุนแรง
  • โรคตับ รวมถึงโรคตับแข็ง (cirrhosis) ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการนี้
  • เคยมีอาการปวดกล้ามเนื้อ กดเจ็บ หรืออ่อนแรง ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเจมไฟโบรซิลสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia)

600 มก. รับประทานวันละ 2 ครั้ง 30 นาทีก่อนมื้อเช้าและมื้อเย็น

ขนาดยาเจมไฟโบรซิลสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้ สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน: 600 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

อาการของการใช้ยาเกินขนาดมีดังนี้

  • ปวดท้อง
  • ท้องร่วง
  • ปวดข้อต่อและกล้ามเนื้อ
  • คลื่นไส้

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ตุลาคม 20, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย