เซฟูรอกซิม (Cefuroxime)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เซฟูรอกซิม (Cefuroxime) Brand Name(s): เซฟูรอกซิม (Cefuroxime).

ข้อบ่งใช้

ยาเซฟูรอกซิมใช้สำหรับ

ยาเซฟูรอกซิม (Cefuroxime) เป็นยาปฏิชีวนะที่ใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียต่างๆ และยังอาจใช้ก่อนและขณะการผ่าตัด เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ ยาเซฟูรอกซิมนั้นเป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่มเซฟาโลสปอริน (cephalosporin antibiotic) ทำงานโดยการยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรีย

วิธีการใช้ยาเซฟูรอกซิม

รับประทานยาเซฟูรอกซิมตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ยาเซฟูรอกซิมในขนาดที่มากกว่า หรือใช้นานกว่าที่แพทย์กำหนด ควรทำตามแนวทางบนฉลากยาที่กำหนด

รับประทานยาเซฟูรอกซิมพร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหาก

เซฟูรอกซิมในรูปแบบยาแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน ควรรับประทานพร้อมกับอาหารเท่านั้น

เขย่าขวดยาน้ำแขวนตะกอนให้ดีก่อนจะตวงขนาดยา เพื่อให้ได้ยาในขนาดที่ถูกต้อง ควรใช้ช้อนตวงหรือถ้วยตวงที่มีเครื่องหมาย ไม่ใช่ช้อนโต๊ะธรรมดา หากคุณไม่มีอุปกรณ์สำหรับตวงยาสามารถขอได้จากเภสัชกร

หากคุณเปลี่ยนจากยาเม็ดมาเป็นยาน้ำแขวนตะกอน ไม่ควรใช้ยาในขนาดมิลลิกรัมเดียวกัน ยาเซฟูรอกซิมอาจจะไม่ได้ผลหากคุณไม่ใช้ในรูปแบบและความแรงตามที่แพทย์กำหนด

ใช้ยาเซฟูรอกซิมเป็นเวลานานตามที่แพทย์กำหนด อาการของคุณอาจจะดีขึ้นก่อนที่จะรักษาอาการติดเชื้อได้สมบูรณ์ ยาเซฟูรอกซิมนั้นไม่สามารถรักษาอาการติดเชื้อไวรัส เช่น โรคหวัดหรือโรคไข้หวัดใหญ่ได้

ยาเซฟูรอกซิมสามารถทำให้ผลการทดสอบทางการแพทย์บางอย่างเป็นเท็จได้ เช่น การตรวจระดับน้ำตาลในปัสสาวะ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยาเซฟูรอกซิม

การเก็บรักษายาเซฟูรอกซิม

ยาเซฟูรอกซิมควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเซฟูรอกซิมบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเซฟูรอกซิมลงในชักโครก หรือในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเซฟูรอกซิม

อย่าใช้ยานี้หากคุณมีอาการแพ้ยาเซฟูรอกซิม หรือแพ้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเซฟาโลสปอริน (cephalosporin) อื่นๆ เช่น

  • ยาเซฟาคลอร์ (cefaclor) อย่างเรนิคลอร์ (Raniclor)
  • ยาเซฟาดรอกซิล (cefadroxil) อย่างดูริเซฟ (Duricef)
  • ยาเซฟาโซลิน (cefazolin) อย่างแอนเซฟ (Ancef)
  • ยาเซฟดิเนียร์ (cefdinir) อย่างออมนิเซฟ (Omnicef)
  • ยาเซฟดิโตเรน (cefditoren) อย่างสเปคตราเซฟ (Spectracef)
  • ยาเซฟโปดอกซีน (cefpodoxime) อย่างแวนทิน (Vantin)
  • ยาเซฟโพรซิล (cefprozil) อย่างเซฟซิล (Cefzil)
  • ยาเซฟทิบูเทน (ceftibuten) อย่างซีแดกซ์ (Cedax)
  • ยาเซฟาเลกซิน (cephalexin) อย่างเคเฟล็กซ์ (Keflex)
  • ยาซีเฟรดีน (cephradine) อย่างเวโลเซฟ (Velosef)

ก่อนใช้ยาเซฟูรอกซิม แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีอาการแพ้ต่อยาใดๆ โดยเฉพาะยาเพนิซิลิน (penicillins) หรือหากคุณเป็น

  • โรคไต
  • โรคตับ
  • มีประวัติการมีปัญหากับลำไส้ เช่น โรคลำไส้อักเสบ (colitis)
  • โรคเบาหวาน
  • หากคุณขาดสารอาหาร (malnourished)

หากคุณมีอาการเหล่านี้ คุณอาจจำเป็นต้องปรับขนาดยาหรือมีการตรวจสอบเป็นพิเศษเพื่อการใช้ยาเซฟูรอกซิมอย่างปลอดภัย

ยาน้ำเซฟูรอกซิมรูปแบบยาแขวนตะกอนสำหรับรับประทาน (oral suspension) อาจมีส่วนประกอบของฟีนิลอะลานีน (phenylalanine) หากคุณเป็นโรคฟีนิลคีโตนูเรีย (phenylketonuria) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเซฟูรอกซิมในรูปแบบนี้

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาเซฟูรอกซิมจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเซฟูรอกซิม

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีผลข้างเคียงที่รุนแรง ได้แก่

  • ท้วงร่วงถ่ายเหลวเป็นน้ำ หรือมีเลือด
  • เป็นไข้ หนาวสั่น ปวดร่างกาย มีอาการของไข้หวัดใหญ่
  • ปวดหน้าอกหรือหัวใจเต้นรัว
  • มีเลือดออกที่ผิดปกติ
  • มีเลือดในปัสสาวะ
  • มีอาการชัก
  • ผิวซีดหรือเป็นสีเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม เป็นไข้ สับสน หรืออ่อนแรง
  • ดีซ่าน (ผิวหนังหรือดวงตาเป็นสีเหลือง)
  • เป็นไข้ เจ็บคอ และปวดหัวโดยมีแผลพุพอง ผิวลอก และผื่นผิวหนังสีแดงที่รุนแรง
  • ผื่นผิวหนัง รอยช้ำ มีอาการเหน็บ ชา ปวด และกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่รุนแรง
  • กระหายน้ำมากขึ้น เบื่ออาหาร บวม น้ำหนักขึ้น รู้สึกหายใจไม่อิ่ม
  • รู้สึกเจ็บปวดขณะปัสสาวะหรือปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะน้อยกว่าปกติหรือไม่ปัสสาวะเลย

ผลข้างเคียงที่รุนแรงน้อยกว่า ได้แก่

  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วงในระดับเบา มีแก็ส ท้องไส้ปั่นป่วน
  • ไอ คัดจมูก
  • กล้ามเนื้อแข็งหรือแน่น ปวดกล้ามเนื้อ
  • ปวดหรือบวมที่ข้อต่อ
  • ปวดหัว ง่วงซึม
  • รู้สึกกระสับกระส่าย ระคายเคือง หรือกระตือรือร้นมากจนเกินไป
  • มีรอยสีขาว หรือแผลภายในช่องปาก หรือบนริมฝีปาก
  • มีรสชาติที่ผิดปกติ หรือไม่น่าพึงพอใจในปาก
  • ผู้ป่วยทารกที่ใช้ยาเซฟูรอกซิมแบบน้ำอาจจะมีผื่นผ้าอ้อม
  • มีอาการคันหรือผื่นผิวหนังในระดับเบา
  • มีอาการคันหรือมีสารคัดหลั่งที่อวัยวะเพศ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ โปรดปรึกษากับแพทย์

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเซฟูรอกซิมอาจเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเซฟูรอกซิมอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเซฟูรอกซิมอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะ

  • ประวัติการเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ
  • ประวัติการเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร ยาเซฟูรอกซิมอาจทำให้อาการเหล่านี้แย่ลงได้
  • โรคไต
  • โรคตับ
  • มีภาวะโภชนาการที่ไม่ดี อาการเหล่านี้อาจแย่ลง เพราะยาเซฟูรอกซิมและคุณอาจต้องรับวิตามินเค
  • ปัญหาเกี่ยวกับไต ชั่วคราวหรือถาวร อาการเหล่านี้อาจส่งผลกับปริมาณของยาเซฟูรอกซิมในร่างกาย อาจจำเป็นต้องลดขนาดยา

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเซฟูรอกซิมสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาหลอดลมอักเสบ

  • 250 ถึง 500 มก. รับประทานวันละสองครั้ง หรือ 750 มก. ถึง 1.5 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดหรือกล้ามเนื้อทุก ๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 5 ถึง 10 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis)

  • ไม่มีอาการแทรกซ้อน : 250 มก. รับประทานวันละสองครั้ง 750 มก. ถึง 1.5 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดหรือกล้ามเนื้อทุก ๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาฝากล่องเสียงอักเสบ

  • 1.5 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและความไวของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ข้อต่อ

  • 1.5 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดทุก ๆ 8 ชั่วโมง
  • การรักษาควรดำเนินไปอย่างต่อเนื่องประมาณ 3 ถึง 4 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงจากการติดเชื้อ อาจต้องมีการรักษานานถึง 6 สัปดาห์ขึ้นไป สำหรับผู้ติดเชื้อที่ข้อต่อเทียม ยิ่งไปกว่านั้นมักต้องมีการถอดอวัยวะปลอมออก

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคลายม์ (Lyme Disease)

  • 500 มก. รับประทานวันละสองครั้ง เป็นเวลา 20 วัน

สมาคมโรคติดเชื้อแห่งอเมริกา (The Infectious Diseases Society of America) ได้แนะนำให้รับประทานยาเซฟูรอกซิมเป็นอีกทางเลือกแทนอะม็อกซีซิลลิน (amoxicillin) หรือด็อกซีไซคลิน (doxycycline) สำหรับการรักษาโรคลายม์ หากเหมาะสมที่จะรักษาด้วยการรับประทานยา โรคเอรีทีมาครอนิคัมไมเกรน (erythema chronicum migrans) เส้นประสาทสมองเป็นอัมพาต (cranial nerve palsy) สัญญาณไฟฟ้าหัวใจถูกขัดขวาง (Heart block) ระดับหนึ่งหรือสอง และข้ออักเสบ(Arthritis) ผู้ป่วยที่มีไข้ควรจะได้รับการประเมิน/การรักษาโรคฮิวแมนแกรนูโลไซต์เออร์ลิชิโอสิส (human granulocytic ehrlichiosis) และบาบีซิโอซีส (Babesiosis)

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  • 1.5 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดทุก ๆ 6 ชั่วโมง หรือ 3 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดทุกๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ

  • 1.5 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดทุก ๆ 8 ชั่วโมง
  • การรักษาควรดำเนินไปอย่างต่อเนื่องประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงจากการติดเชื้อ โรคกระดูกอักเสบติดเชื้อเรื้อรังอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการรับประทานยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial) เพิ่มเติมอีก 1 ถึง 2 เดือน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาหูชั้นกลางอักเสบ

  • 250 มก. รับประทานวันละสองครั้ง เป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาเยื่อบุช่องท้องอักเสบ

  • 750 มก. ถึง 1.5 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดทุก ๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 10 ถึง 14 วัน
  • เยื่อบุช่องท้องอักเสบที่เกี่ยวข้องกับการล้างไตทางช่องท้องอย่างต่อเนื่องด้วยตนเอง (CAPD): 1 กรัมต่อน้ำยาล้างไตทางช่องท้อง (dialysate intraperitoneally) 2 ลิตร ตามด้วยการใช้ยาอย่างต่อเนื่องที่ขนาด 150 ถึง 400 มก. ต่อน้ำยาล้างไต 2 ลิตร

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคปอดบวม

  • ไม่มีอาการแทรกซ้อน: 750 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดหรือกล้ามเนื้อทุก ๆ 8 ชั่วโมง
  • มีอาการแทรกซ้อน: 1.5 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดหรือกล้ามเนื้อทุกๆ 8 ชั่วโมง
  • เมื่อผู้ป่วยมีการตอบสนองทางการแพทย์ต่อการรักษาด้วยการให้ยาทางหลอดเลือด อาจมีการให้ยาเซฟูรอกซิม 250 มก ถึง 500 มก รับประทานทุกๆ 8 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 ถึง 21 วัน
  • ระยะเวลาในการรักษาขึ้นอยู่ลักษณะกับความความรุนแรงของเชื้อโรค ที่อาจจะเป็นสาเหตุต่อยาเซฟูรอกซิม

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษากรวยไตอักเสบ

  • 750 มก. ถึง 1.5 กรัม ทุกๆ 8 ชั่วโมง หรือ 250 ถึง 500 มก. รับประทานวันละสองครั้ง เป็นเวลา 14 วัน ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาภาวะพิษเพราะติดเชื้อ

  • 1.5 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง ใช้ร่วมกับอะมิโนไกลโคไซด์ (Aminoglycoside)
  • การรักษาควรดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 7 ถึง 21 วัน ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาไซนัสอักเสบ

  • 250 มก. รับประทานวันละสองครั้ง เป็นเวลา 10 ถึง 14 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือเนื้อเยื่ออ่อน

  • 250 ถึง 500 มก. รับประทานวันละสองครั้ง (การติดเชื้อแบบไม่มีอาการแทรกซ้อน) หรือ 750 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดทุก ๆ 8 ชั่วโมงเป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาทอนซิลอักเสบ/คออักเสบ

  • 250 มก. รับประทานวันละสองครั้ง เป็นเวลา 10 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน

  • 250 ถึง 500 มก. รับประทานวันละสองครั้ง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

  • ไม่มีอาการแทรกซ้อน: 250 มก. รับประทานวันละสองครั้ง เป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน หรือ 750 มก. ฉีดเข้าหลอดเลือดทุกๆ 8 ชั่วโมง
  • มีอาการแทรกซ้อน: 1.5 กรัม ฉีดเข้าหลอดเลือดดำทุกๆ 8 ชั่วโมง

ขนาดยาเซฟูรอกซิมสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาฝากล่องเสียงอักเสบ

  • อายุ 3 เดือน ถึง 12 ปี: 50 ถึง 100 มก./กก./วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดเลือดทุกๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง (สูงสุดที่ 6 กรัม/วัน) เป็นเวลา 7 ถึง 10 วัน ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของการติดเชื้อ

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อที่ข้อต่อ

  • อายุ 3 เดือน ถึง 12 ปี: 50 มก./กก. ฉีดเข้าหลอดเลือดทุก ๆ 8 ชั่วโมง (สูงสุดที่ 6 กรัม/วัน)
  • อายุ 13 ปีขึ้นไป: ขนาดยาเท่ากับของผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ

  • อายุ 3 เดือน ถึง 12 ปี: 50 มก./กก. ฉีดเข้าหลอดเลือดทุก ๆ 8 ชั่วโมง (สูงสุดที่ 6 กรัม/วัน)
  • อายุ 13 ปีขึ้นไป: ขนาดยาเท่ากับของผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

  • อายุ 3 เดือน ถึง 12 ปี: 200 มก. ถึง 240 มก/กก/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดเลือดทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง (สูงสุดที่ 9 กรัม/วัน)
  • อายุ 13 ปีขึ้นไป: ขนาดยาเท่ากับของผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาหูชั้นกลางอักเสบ

  • อายุ 3 เดือน ถึง 12 ปี: 250 มก. รับประทานยาเม็ดวันละสองครั้ง เป็นเวลา 10 วัน หรือ 15 มก./กก. รับประทานยาแขวนตะกอน วันละสองครั้ง เป็นเวลา 10 วัน ขนาดยาสูงสุดต่อวันคือ 1000 มก.
  • อายุ 13 ปีขึ้นไป: ขนาดยาเท่ากับของผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาไซนัสอักเสบ

  • อายุ 3 เดือน ถึง 12 ปี: 250 มก. รับประทานยาเม็ดวันละสองครั้ง เป็นเวลา 10 วัน หรือ 15 มก./กก. รับประทานยาแขวนตะกอน วันละสองครั้ง เป็นเวลา 10 ถึง 14 วัน ขนาดยาสูงสุดต่อวันคือ 1000 มก.
  • อายุ 13 ปีขึ้นไป: ขนาดยาเท่ากับของผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อที่ผิวหนังและโครงสร้าง

  • อายุ 3 เดือน ถึง 12 ปี: 15 มก./กก. รับประทานยาแขวนตะกอน วันละสองครั้ง เป็นเวลา 10 วัน ขนาดยาสูงสุดต่อวันคือ 1000 มก.

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาแผลพุพอง

  • อายุ 3 เดือน ถึง 12 ปี: 15 มก./กก. รับประทานยาแขวนตะกอน วันละสองครั้ง เป็นเวลา 10 วัน ขนาดยาสูงสุดต่อวันคือ 1000 มก.

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาทอนซิลอักเสบ/คออักเสบ

  • อายุ 3 เดือน ถึง 12 ปี: ยาน้ำแขวนตะกอน 10 มก/กก วันละสองครั้ง เป็นเวลา 10 วัน ขนาดยาสูงสุดคือ 500 มก
  • อายุ 13 ปีขึ้นไป: ขนาดยาเท่ากับของผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย

  • อายุ 3 เดือน ถึง 12 ปี:

-ให้ยาทางหลอดเลือด: 50 ถึง 100 มก/กก/วัน แบ่งฉีดเข้าหลอดเลือดหรือเข้ากล้ามเนื้อทุก ๆ 6 ถึง 8 ชั่วโมง (ขนาดยาสูงสุดต่อวันคือ 6 กรัม) ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของการติดเชื้อ

-รับประทาน: ยาแขวนตะกอน: 10 ถึง 15 มก./กก. รับประทานวันละสองครั้ง (ขนาดยาสูงสุด 1000 มก./วัน)

-ยาเม็ด: 250 มก. รับประทานวันละสองครั้ง

  • อายุ 13 ปีขึ้นไป: ขนาดยาเท่ากับของผู้ใหญ่

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด 500 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กันยายน 4, 2018 | Last Modified: กันยายน 4, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย