เซโรเควล (Seroquel®)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: เซโรเควล (Seroquel®) Brand Name(s): เซโรเควล (Seroquel®).

ข้อบ่งใช้

ยาเซโรเควล (ควิไทอะปีน) ใช้สำหรับ

ยาเซโรเควล (Seroquel®) เป็นยาระงับอาการทางจิต (antipsychotic medicine) ยานี้ทำงานโดยเปลี่ยนการทำงานของสารเคมีภายในสมอง 

ยาเซโรเควลใช้เพื่อรักษาโรคจิตเภท (schizophrenia) ในผู้ใหญ่และเด็กที่อายุ 13 ปีขึ้นไป ยาเซโรเควลยังใช้เพื่อรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) หรืออาการจิตคลุ้มคลั่งและซึมเศร้า (manic depression) ในผู้ใหญ่และเด็กที่อายุอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป

ยาเซโรเควลยังใช้ร่วมกับยาต้านซึมเศร้าเพื่อรักษาโรคซึมเศร้าแบบเมเจอร์ (major depressive disorder) ในผู้ใหญ่ 

วิธีการใช้ยาเซโรเควล (ควิไทอะปีน)

อย่าใช้ยาเซโรเควลในขนาดที่มากกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่แพทย์แนะนำ ควรทำตามวิธีการใช้ยาทั้งหมดบนฉลากยา การใช้ควิไทอะปีน (quetiapine) ในขนาดสูง หรือใช้ในเวลานานอาจทำให้เกิดความผิดปกติทางการเคลื่อนไหวที่รุนแรง และอาจจะไม่สามารถรักษาได้ อาการของความผิดปกตินี้มีทั้งอาการสั่นเทา หรือการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ควบคุมไม่ได้อื่นๆ 

รับประทานยานี้พร้อมกับดื่มน้ำเต็มแก้ว คุณสามารถยาเซโรเควลพร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหาก อย่าบด เคี้ยว หรือหักยาเม็ดออกฤทธิ์นาน ควรกลืนยาลงไปทั้งเม็ด

ยาเซโรเควลอาจทำให้คุณมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia) หากคุณเป็นโรคเบาหวาน ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำขณะที่กำลังใช้ยาเซโรเควล 

คุณไม่ควรหยุดใช้ยาเซโรเควลอย่างกะทันหัน การหยุดใช้ยาอย่างกะทันหันอาจทำให้อาการแย่ลงได้ 

เด็กหรือวัยรุ่นอาจจำเป็นต้องตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ ขณะที่กำลังใช้ยาเซโรเควล

ยาควิไทอะปีนสามารถทำให้ผลการตรวจคัดกรองยาเสพติดมีผลบวกเป็นเท็จได้ หากคุณต้องรับการตรวจคัดกรองยาเสพติดผ่านทางตัวอย่างปัสสาวะ โปรดแจ้งให้บุคคลากรในห้องแล็บทราบว่า คุณกำลังใช้ยาเซโรเควล

การเก็บรักษายาเซโรเควล (ควิไทอะปีน)

ยาเซโรเควลควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเซโรเควลบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาเซโรเควลลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเซโรเควล (ควิไทอะปีน)

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ของยาเซโรเควล หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ

ยาเซโรเควลไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในการรักษาสภาวะโรคจิตที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อม (dementia) ควิไทอะปีนอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิต สำหรับผู้สูงอายุที่มีสภาวะที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อม 

ผู้ที่อายุน้อยบางรายอาจจะมีความคิดอยากที่จะฆ่าตัวตาย เมื่อเริ่มต้นใช้ยาเซโรเควล แพทย์ของคุณควรจะนัดพบเป็นประจำ เพื่อตรวจความคืบหน้า ครอบครัวและผู้ดูแลของคุณก็ควรจะมีความตื่นตัวกับความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ หรืออาการของคุณ

การใช้ยาระงับอาการทางจิตในช่วง 3 เดือนท้ายของการตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดปัญหากับทารกแรกเกิดได้ เช่น อาการถอนยา ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ ปัญหาเกี่ยวกับการป้อนอาหาร จู้จี้ สั่นเทา และกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียกหรือแข็งเกร็ง แต่คุณอาจจะมีอาการถอนยาหรือปัญหาอื่นๆ ได้หากคุณหยุดใช้ยาระหว่างการตั้งครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์ระหว่างที่กำลังใช้ยาเซโรเควล อย่าหยุดใช้ยาโดยไม่ปรึกษากับแพทย์  

อย่าใช้ยาเซโรเควลในขนาดที่มากกว่า หรือใช้ยานานกว่าที่แนะนำ การใช้ยาในขนาดสูง หรือใช้เป็นเวลานานนั้น อาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงที่อาจไม่สามารถรักษาได้ อาการของความผิดปกติมีทั้งอาการสั่นเทา และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ไม่สามารถควบคุมได้อื่นๆ 

ยาเซโรเควลสามารถทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจที่รุนแรงได้ หากคุณใช้พร้อมกับยาบางชนิด ทั้งยาปฏิชีวนะ ยาต้านซึมเศร้า ยาสำหรับอัตราการเต้นของหัวใจ ยาระงับอาการทางจิต และยารักษาโรคมะเร็ง โรคมาลาเรีย การติดเชื้อเอชไอวีหรือโรคเอดส์ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ และยาที่คุณเริ่มหรือหยุดใช้ขณะที่ทำการรักษาด้วยยาเซโรเควล 

การใช้ยาเซโรเควลร่วมกับยาอื่นที่อาจทำให้คุณง่วงนอน หรือทำให้หายใจได้ช้าลงนั้น อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย หรือถึงแก่ชีวิตได้ โปรดสอบถามแพทย์ก่อนใช้ยานอนหลับ ยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic pain medicine) ยาแก้ไอตามใบสั่งแพทย์ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยารักษาโรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า หรืออาการชัก

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเซโรเควลจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเซโรเควล (ควิไทอะปีน)

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปมีดังนี้ 

  • มีปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
  • วิงเวียน
  • อ่อนแรง
  • ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
  • น้ำหนักขึ้น
  • เจ็บคอ
  • ปากแห้ง
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • ท้องผูก

โปรดติดต่อแพทย์ในทันทีหากคุณมีอาการ

  • การเคลื่อนไหวที่กระตุกหรือไม่สามารถควบคุมได้ที่บริเวณดวงตา ริมฝีปาก ลิ้น ใบหน้า แขน หรือขา 
  • การแสดงออกทางสีหน้าเหมือนสวมหน้าหาก กลืนลำบาก มีปํญหากับการพูด
  • รู้สึกวิงเวียน คล้ายจะหมดสติ 
  • มองเห็นไม่ชัด มองเห็นไม่เต็มลานสายตา ปวดตา หรือมองเห็นรัศมีรอบแสง 
  • ปฏิกิริยาของระบบประสาทที่รุนแรง – กล้ามเนื้อแข็งเกร็งมาก ไข้สูง เหงื่อออก สับสน หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ สั่นเทา รู้สึกคล้ายจะหมดสติ 
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง – กระหายน้ำมากขึ้น ปัสสาวะมากขึ้น หิว ปากแห้ง กลิ่นปากมีกลิ่นผลไม้ ง่วงซึม หิวแห้ง มองเห็นไม่ชัด น้ำหนักลด   
  • จำนวนเซลล์เม็ดเลือดต่ำ – อ่อนแรงหรือรู้สึกป่วยกะทันหัน เป็นไข้ หนาวสั่น มีอาการของโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ไอ เจ็บคอ เหงือกแดงหรือบวม มีแผลภายในปาก มีแผลบนผิวหนัง หายใจติดขัด

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากเกิดอาการใหม่หรืออาการแย่ลง เช่น มีความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ วิตกกังวล อาการแพนิคกำเเริบ (panic attacks) นอนไม่หลับ หรือหากคุณรู้สึกหุนหันพลันแล่น หงุดหงิด กระสับกระส่าย ไม่เป็นมิตร ก้าวร้าว ร้อนรน อยู่ไม่สุข (ทางจิตใจและร่างกาย) ซึมเศร้ามากขึ้น หรือมีความคิดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเอง กล้ามเนื้อแข็งเกร็งมาก เป็นไข้สูง เหงื่อออก สับสน หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ สั่นเทา มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ไม่สามารถควบคุมได้ รู้สึกหน้ามืด มองเห็นไม่ชัด ปวดตา กระหายน้ำเพิ่มขึ้น หรือปัสสาวะมากขึ้น หิวมากเกินไป กลิ่นปากมีกลิ่นผลไม้ อ่อนแรง คลื่นไส้และอาเจียน

รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉินทันที หากคุณมีสัญญาณของอาการแพ้ ได้แก่ ลมพิษ หายใจติดขัด บวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก ลิ้น หรือลำคอ

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น 

ยาเซโรเควลอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อรา 
  • ยาต้านไวรัสที่ใช้เพื่อรักษาโรคตับอักเสบ (hepatitis) หรือการติดเชื้อเอชไอวี/โรคเอดส์ (HIV/AIDS) 
  • ยาสำหรับโรคหัวใจหรือความดันโลหิต
  • ยารักษาอาการป่วยทางจิต 
  • สมุนไพรเซนต์จอห์น (John’s wort) 
  • ยารักษาอาการชัก
  • ยารักษาวัณโรค 

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเซโรเควลอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเซโรเควลอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • โรคตับหรือโรคไต
  • โรคหัวใจ ปัญหาเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ เคยเป็นโรคหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมอง
  • ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
  • เคยมีภาวะเซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำ 
  • ผลการตรวจต่อมไทรอยด์หรือระดับโพรแลคติน (prolactin) ผิดปกติ 
  • อาการชักหรือโรคลมชัก (epilepsy) 
  • โรคต้อกระจก
  • ระดับคอเลสเตอรอลหรือไตรกลีเซอไรด์ (triglycerides) สูง 
  • ประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคเบาหวาน
  • กลืนลำบาก

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเซโรเควล (ควิไทอะปีน) สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคจิตเภท

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันที

  • ขนาดยาเริ่มต้น 25 มก. รับประทานวันละสองครั้ง
  • อาจเพิ่มขนาดยาในขนาด 25 ถึง 50 มก. วันละสองหรือสามครั้งในวันที่สองหรือวันที่สาม (เท่าที่ทนได้) ในวันที่สี่ อาจได้รับขนาดยาในช่วง 300 มก. ถึง 400 มก. ต่อวัน (แบ่งรับประทานวันละ 2 หรือ 3 ครั้ง) อาจปรับขนาดยาเพิ่มเติม (ปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง) ที่ 25 ถึง 50 มก. วันละสองครั้งเท่าที่จำเป็น แต่ควรรอให้เวลาผ่านไปอย่างน้อย 2 วันระหว่างการปรับขนาดยาเพิ่มเติม  
  • เคยมีรายงานประสิทธิภาพในการรักษาโรคจิตเภทในช่วงขนาดยาตั้งแต่ 150 ถึง 750 มก./วัน เคยมีรายงานผลทางการแพทย์สูงสุดที่ขนาดยา 300 มก./วัน ยังไม่มีการประเมินผลความปลอดภัยของขนาดยามากกว่า 800 มก./วัน ในการทดลองทางการแพทย์  

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน  

  • ขนาดยาเริ่มต้น 300 มก. รับประทานวันละครั้งในช่วงท้องว่างหรือพร้อมมื้อว่างเบาๆ 
  • ขนาดยาปกติ 400 ถึง 800 มก. รับประทานวันละครั้งโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองและความทนต่อยา  
  • ขนาดยาสูงสุด ยังไม่มีการศึกษาขนาดยามากกว่า 800 มก. 
  • อาจเพิ่มขนาดยาของยาเม็ดออกฤทธิ์นานไปจนถึง 300 มก. ต่อวันโดยเว้นระยะเวลานาน 1 วัน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันที อารมณ์จิตคลุ้มคลั้งที่เกี่ยวข้องกับโรคอารมณสองขั้วประเภท I (bipolar I disorder) เป็นการรักษาด้วยยาชนิดเดียวหรือการรักษาเสริมสำหรับยาลิเทียม (lithium) หรือไดวาลโปรเอ็กซ์ (divalproex)  

  • ขนาดยาเริ่มต้น 50 มก. รับประทานวันละสองครั้ง
  • อาจเพิ่มขนาดยาไปที่ 200 มก. รับประทานวันละสองครั้ง ในวันที่ 4 ให้เพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 50 มก. วันละสองครั้ง อาจปรับขนาดยาเพิ่มเติมขึ้นไปถึง 800 มก. ต่อวัน ในวันที่ 6 ควรเพิ่มขนาดยาไม่เกิน 200 มก./วัน เคยมีรายงานข้อมูลที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะตอบสนองกับขนาดยาระหว่าง 400 มก. ต่อวัน ถึง 800 มก. ต่อวัน ยังไม่มีการประเมินผลความปลอดภัยของขนาดยามากกว่า 800 มก./วัน ในการทดลองทางการแพทย์ 

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันที (ช่วงซึมเศร้าที่เกี่ยวข้องกับโรคอารมณ์สองขั้ว)  

  • ขนาดยาเริ่มต้น 50 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นไปถึง 300 มก. รับประทานวันละครั้งในวันที่ 4 ผู้ป่วยบางรายอาจต้องเพิ่มขนาดยาไปอีกจนถึง 600 มก.โดยรับประทานวันละครั้ง ด้วยการเพิ่มขนาดยาต่อวันไปถึง 400 มก. ในวันที่ 5 และ 600 มก. ในวันที่ 8 ของการรักษา ขนาดยาทั้ง 300 มก. และ 600 มก. ต่อวัน แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในผู้ป่วยกลุ่มนี้ แต่ไม่พบประโยชน์เพิ่มเติมในผู้ป่วยที่ใช้ยาในขนาด 600 มก. ต่อวัน เทียบกับผู้ที่ใช้ยาในขนาด 300 มก. ต่อวัน  

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน (ช่วงซึมเศร้าที่เกี่ยวข้องกับโรคอารมณ์สองขั้ว)  

  • ขนาดยาเซโรเควลตามปกติสำหรับการรักษาอย่างรวดเร็ว รับประทานยาวันละครั้งในตอนเย็น เริ่มต้นที่ขนาด 50 มก. ต่อวัน และเพิ่มขนาดยาไปที่ 300 มก. ต่อวันในวันที่ 4
  • ตารางขนาดยาที่แนะนำ วันที่ 1 – 50 มก. วันที่ 2 – 100 มก. วันที่ 3 – 200 มก. และวันที่ 4 – 300 มก.  

โรคอารมณ์สองขั้วช่วงแมเนีย

  • ขนาดยาเซโรเควลตามปกติสำหรับการรักษาอย่างรวดเร็ว เป็นการรักษาด้วยยาชนิดเดียว หรือการรักษาเสริม (กับยาลิเทียมหรือยาไดวาลโปรเอ็กซ์) รับประทานยาวันละครั้งในตอนเย็น เริ่มต้นที่ขนาด 300 มก. ในวันที่ 1 600 มก. ในวันที่ 2 และปรับขนาดยาระหว่าง 400 มก. และ 800 มก. ต่อวัน โดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองทางการแพทย์และความอดทนต่อยาของผู้ป่วยแต่ละราย 

การรักษาระดับโรคอารมณ์สองขั้ว  

  • ดำเนินการรักษาต่อไปในขนาดยาที่ต้องการ เพื่อรักษาระดับการบรรเทาอาการ

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า

เป็นการรักษาเสริมกับยาต้านซึมเศร้า เพื่อรักษาโรคซึมเศร้าแบบเมเจอร์

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน 

  • ขนาดยาเริ่มต้น 50 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเย็น
  • ในวันที่ 3 อาจเพิ่มขนาดยาไปที่ 150 มก. รับประทานวันละครั้งในตอนเย็น 
  • ช่วงขนาดยา รับประทาน 150 มก. ถึง 300 มก. ต่อวัน ยังไม่มีการศึกษาขนาดยาที่มากกว่า 300 มก.

ขนาดยาสำหรับผู้สูงอายุเพื่อรักษาโรคจิตเภท

ยาเม็ดออกฤทธิ์ทันที 

  • ขนาดยาเริ่มต้น 25 มก. รับประทานวันละครั้ง
  • อาจเพิ่มขนาดยาขึ้นทุกวันในขนาด 25 มก./วัน ถึง 50 มก./วัน จนถึงขนาดยาที่มีประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองทางการแพทย์ และความทนต่อยาของผู้ป่วย  
  • เคยมีรายงานประสิทธิภาพในการรักษาโรคจิตเภทในช่วงขนาดยาตั้งแต่ 150 ถึง 750 มก./วัน เคยมีรายงานผลทางการแพทย์สูงสุดที่ขนาดยา 300 มก./วัน ยังไม่มีการประเมินผลความปลอดภัยของขนาดยามากกว่า 800 มก./วัน ในการทดลองทางการแพทย์  

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน

  • เมื่อได้รับขนาดยาที่มีประสิทธิภาพของยาเม็ดออกฤทธิ์ทันทีแล้ว (เหนือกว่า 200 มก.) ผู้ป่วยอาจจะเปลี่ยนมาใช้ยาในรูปแบบออกฤทธิ์นานในขนาดที่เท่ากัน 

ขนาดยาสำหรับผู้สูงอายุเพื่อรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว

ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน

  • ขนาดยาเริ่มต้น 50 มก./วัน
  • อาจเพิ่มขนาดยาในขนาด 50 มก./วัน ขึ้นอยู่กับการตอบสนอง และความทนต่อยาของผู้ป่วยแต่ละราย   

ขนาดยาเซโรเควล (ควิไทอะปีน) สำหรับเด็ก 

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดเคลือบฟิล์มควิไทอะปีน ฟูมาเรต (quetiapine fumarate) 25 มก.

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มีนาคม 19, 2019 | Last Modified: มีนาคม 19, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย