เทนิโพไซด์ (Teniposide)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เทนิโพไซด์ (Teniposide) Brand Name(s): เทนิโพไซด์ (Teniposide).

ข้อบ่งใช้

ยาเทนิโพไซด์ใช้สำหรับ

ยาเทนิโพไซด์ (Teniposide) ใช้ร่วมกับยาต้านมะเร็งอื่นๆ เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia) และโรคมะเร็งบางชนิด ยาเทนิโพไซด์ทำงานโดยการชะลอ หรือหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง 

วิธีการใช้ยาเทนิโพไซด์

ผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพจะเป็นผู้ให้ยานี้ โดยการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำช้าๆ นานกว่า 30 ถึง 60 นาที โดยปกติคือสัปดาห์ละหนึ่งหรือสองครั้ง หรือตามที่แพทย์กำหนด ยานี้อาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพคนอื่นๆ ทราบ หากคุณมีอาการวิงเวียน คุณอาจจำเป็นต้องหยุดฉีดยาหรือให้ยาช้าลงอีก 

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาะทางการแพทย์ ขนาดตัว และการตอบสนองต่อการรักษา แพทย์อาจจะตรวจนับเม็ดเลือดเพื่อให้แน่ใจว่า คุณสามารถรับยาครั้งถัดไปได้ ควรไปตามนัดของแพทย์จะห้องแล็บทุกครั้ง 

หากยานี้บังเอิญซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อโดยรอบ ผิวหนังและ/หรือกล้ามเนื้อ ก็อาจเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณรู้สึกปวดหรือระคายเคืองในบริเวณที่ฉีดยา 

หากยานี้สัมผัสกับผิวของคุณ ให้ล้างออกทันทีด้วยสบู่และน้ำสะอาด และหากยาเข้าตา ก็รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดและรับการรักษาในทันที 

การเก็บรักษายาเทนิโพไซด์

ยาเทนิโพไซด์สำหรับฉีดที่ยังไม่ได้เปิดขวด จะคงความเสถียรอยู่จนถึงวันที่ระบุอยู่บนฉลากยา เมื่อเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 2° ถึง 8° เซลเซียส (36° ถึง 46° ฟาเรนไฮต์) ไว้ในขวดเดิม การแช่แข็งยาไม่ส่งผลเสียต่อยา เก็บยาไว้ในบรรจุภัณฑ์เดิม เพื่อเก็บให้พ้นจากแสง 

หากคุณจำเป็นต้องเก็บรักษายาเทนิโพไซด์ไว้ที่บ้าน โปรดสอบถามแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกรถึงวิธีการเก็บรักษายา 

ยาเทนิโพไซด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาเทนิโพไซด์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง เมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเทนิโพไซด์

ก่อนใช้ยาเทนิโพไซด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ในการรักษา เช่น น้ำมันละหุ่งโพลิออกซิเอทิเลต (polyoxyethylated castor oil) ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะการติดเชื้อที่มีอยู่ อาการป่วยจากไวรัสบางอย่าง เช่น โรคเริม หรือโรคอีสุกอีใส ปัญหาเกี่ยวกับตับ ปัญหาเกี่ยวกับไต ความผิดปกติของเลือด เช่นภาวะโลหิตจาง หรือปัญหาเกี่ยวกับลิ่มเลือด ดาวน์ซินโดรม ภาวะโปรตีนในเลือดต่ำ (hypoalbuminemia) 

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชานั้นอาจทำให้อาการวิงเวียนหรือง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย จำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค

อย่าสร้างภูมิคุ้มกันหรือรับวัคซีน โดยไม่ปรึกษากับแพทย์ หลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ที่เพิ่งรับวัคซีนโปลิโอหรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก

ล้างมือให้สะอาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงการติดต่อกับผู้ที่มีอาการป่วยที่อาจจะแพร่สู่ผู้อื่นได้ (เช่น โรคไข้หวัดใหญ่หรือโรคอีสุกอีใส) 

เพื่อลดโอกาสในการเกิดรอยบาด รอยช้ำ หรือการบาดเจ็บ ควรใช้ของมีคมด้วยความระมัดระวัง เช่น มีดโกนและกรรไกรตัดเล็บ และหลีกเลี่ยงกิจกรรม เช่น กีฬาที่มีการปะทะ

ยานี้อาจมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ควรใช้ยาด้วยความระมัดระวัง ในผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพาแอลกอฮอล์หรือเป็นโรคตับ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร ถึงวิธีการใช้ยานี้อย่างปลอดภัย 

ยานี้อาจลดจำนวนของเชื้ออสุจิ หรือทำให้เกิดเชื้ออสุจิที่ผิดปกติขึ้น ผลเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดภาวะมีบุตรยาก หรือมีความพิการแต่กำเนิด โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่แนะนำการใช้ยานี้ในระหว่างการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ หากคุณตั้งครรภ์ หรือคาดว่าอาจจะตั้งครรภ์โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ ทั้งชายและหญิงที่ใช้ยานี้ ควรคุมกำเนิดด้วยวิธีที่เชื่อถือได้ (เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดหรือถุงยางอนามัย) ระหว่างการรักษา โปรดสอบถามแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม และปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ 

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่ แต่เนื่องจากยานี้อาจมีผลที่ไม่พึงประสงค์ต่อเด็กทารก จึงไม่แนะนำการให้นมบุตรขณะที่ใช้ยานี้ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร 

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาถึงประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเทนิโพไซด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท D โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเทนิโพไซด์

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ง่วงซึม และอาการปวดหรือรอยแดงตรงบริเวณที่ฉีดยา อาการคลื่นไส้อาเจียนนั้นอาจรุนแรงได้ ในบางกรณีแพทย์อาจจะสั่งยาเพื่อป้องกันหรือบรรเทาอาการคลื่นไส้และอาเจียน การรับประทานอาหารเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อ ไม่รับประทานอาหารก่อนการรักษา หรือการจำกัดการทำกิจกรรมอาจช่วยลดผลข้างเคียงเหล่านี้ได้ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

อาจเกิดอาการผมร่วงชั่วคราว ผมควรจะกลับมาโตตามปกติหลังจากเสร็จสิ้นการรักษา

คนจำนวนมากที่ใช้ยานี้อาจจะมีผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่การที่แพทย์ของคุณสั่งให้คุณใช้ยานี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่า มีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงของผลข้างเคียง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง แพทย์จะคอยติดตามอาการอย่างใหล้ชิด และสั่งให้ทำการตรวจในห้องแล็บ  

อาจเกิดอาการปวดหรือเป็นแผลภายในปากขึ้น ควรแปรงฟันอย่างเบาๆ และระมัดระวัง หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และบ้วนปากให้บ่อย ด้วยน้ำเย็นผสมกับเบกกิ้งโซดาหรือเกลือ ควรรับประทานอาการที่นุ่มและชุ่มฉ่ำ 

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ ได้แก่ ปวดหัว วิงเวียนหรือหมดสติ อุจจาระเป็นเลือด มีสีดำ หรือคล้ายยางมะตอย อ่อนแรง หรือเหนื่อยล้าผิดปกติ ไอเป็นเลือด ปวดท้องอย่างรุนแรง หายใจช้า ตื้น หรือหายใจเร็ว มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ เช่น สับสน หรือทำตัวให้ตื่นอยู่ได้ลำบาก 

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้คือ หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ หน้าแดง ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด เป็นไข้หรือหนาวสั่น

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ วัคซีนเชื้อเป็น (live vaccines) เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก วัคซีนไทรอยด์ หรือวัคซีนโปลิโอแบบรับประทาน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาฟาริน (warfarin) หรืออีโนซาพาริน (enoxaparin) ยาในกลุ่มซาลิไซเลต (salicylates) หรือยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) นาพรอกเซน (naproxen) หรือโซเดียมซาลิไซเลต (sodium salicylate) ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ เช่นไดซัลฟิแรม (disulfiram) หรือเมโทรไนดาโซล (metronidazole) เมโทเทรเซต (methotrexate) ยาปฏิชีวนะซัลโฟนาไมด์ (sulfonamide antibiotics) เช่น ซัลฟาเมทอกซาโซน (sulfamethizole) 

แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณใช้ยาอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม เช่น ยาบรรเทาอาการปวดหรือลดไข้โอปิออยด์ (opioid) เช่น โคเดอีน (codeine) หรือไฮโดรโคโดน (hydrocodone) แอลกอฮอล์ กัญชา ยานอนหลับหรือยาสำหรับอาการวิตกกังวล เช่น อัลปราโซแลม (alprazolam) โลราซีแพม (lorazepam) หรือโซลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น คาริโซโพรดอล (carisoprodol) หรือไซโคลเบนซาพรีน (cyclobenzaprine) หรือยาต้านฮีสตามีน (antihistamines) เช่น เซทิไรซีน (cetirizine) หรือไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) 

ควรตรวจสอบฉลากของยาทั้งหมด (เช่น ยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอแก้หวัด) เนื่องจากอาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมได้ โปรดสอบถามแพทย์เกี่ยวกับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย

ควรตรวจสอบฉลากยาตามใบสั่ง และยาที่หาซื้อเอง ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากยาจำนวนมากนั้น อาจมีส่วนประกอบของยาบรรเทาอาการปวดหรือลดไข้ (ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่นไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน หรือแอสไพริน) ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกได้ ควรใช้ยาแอสไพรินขนาดต่ำต่อไป หากแพทย์สั่งให้คุณใช้เพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลันหรือโรคหลอดเลือดสมอง (ขนาดยาตามปกติคือ 81-325 มก. ต่อวัน) โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม 

ยาเทนิโพไซด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเทนิโพไซด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเทนิโพไซด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ 

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเทนิโพไซด์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาปกติสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมโฟซิติค (Acute Lymphocytic Leukemia) 

สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมโฟซิติคที่ดื้อยาในวัยเด็ก

ผู้ป่วยที่ล้มเหลวต่อการใช้สูตรยาที่มีส่วนประกอบของยาไซตาราบีน (cytarabine) ในช่วงเริ่มต้นการรักษา 

  • 165 มก./ตารางเมตร หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างช้าๆ และให้ยาไซตาราบีนเข้าทางหลอดเลือดดำ 300 มก./ตารางเมตร สัปดา์ละสองครั้ง เป็นจำนวน 8 ถึง 9 ครั้ง

ผู้ป่วยที่ดื้อต่อสูตรยาที่มีส่วนประกอบของยาวินคริสทีน (vincristine) หรือยาเพรดนิโซน (prednisone)

  • 250 มก./ตารางเมตร หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างช้าๆ และให้ยาวินคริสทีน 1.5 มก./ตารางเมตรเข้าทางหลอดเลือดดำทุกสัปดาห์ เป็นเวลา 4 ถึง 8 สัปดาห์ พร้อมกับรับประทานยาเพรดนิโซน 40 มก./ตารางเมตร เป็นเวลา 28 วัน

ขนาดยาปกติสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (non-Hodgkin’s Lymphoma) 

30 มก./ตารางเมตร/วัน เป็นเวลา 10 วัน 

หรือ

50 ถึง 100 มก./ตารางเมตร สัปดาห์ละครั้ง ใช้เป็นยาชนิดเดียว 

หรือ

60 ถึง 70 มก./ตารางเมตร/วัน สัปดาห์ละครั้ง ใช้ร่วมกับยาเคมีบําบัดอื่นๆ (chemotherapeutic agents) 

ขนาดยาเทนิโพไซด์สำหรับเด็ก

ขนาดยาปกติสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมโฟซิติค (Acute Lymphocytic Leukemia)

ใช้ร่วมกับยาต้านมะเร็งอื่นที่ได้รับการยอมรับ ยาเทนิโพไซด์นั้นมีข้อบ่งใช้ สำหรับใช้เป็นการรักษาอย่างแรก ในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมโฟซิติคที่ดื้อยาในวัยเด็ก โดยใช้สูตรดังต่อไปนี้

ผู้ป่วยที่ล้มเหลวต่อการใช้สูตรยาที่มีส่วนประกอบของยาไซตาราบีน: 

  • 165 มก./ตารางเมตร หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างช้าๆ และให้ยาไซตาราบีนเข้าทางหลอดเลือดดำ 300 มก./ตารางเมตร สัปดา์ละสองครั้ง เป็นจำนวน 8 ถึง 9 ครั้ง

หรือ

ผู้ป่วยที่ดื้อต่อสูตรยาที่มีส่วนประกอบของยาวินคริสทีนหรือยาเพรดนิโซน 

  • 250 มก./ตารางเมตร หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างช้าๆ และให้ยาวินคริสทีน 1.5 มก./ตารางเมตรเข้าทางหลอดเลือดดำทุกสัปดาห์ เป็นเวลา 4 ถึง 8 สัปดาห์ พร้อมกับรับประทานยาเพรดนิโซน 40 มก./ตารางเมตร เป็นเวลา 28 วัน

หรือ

  • 165 ก./ตารางเมตร หยอดยาเข้าหลอดเลือดดำอย่างช้าๆในวันที่ 1 และ 2 ของสัปดา์ที่ 3 13 และ 23 

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • สารละลายสำหรับฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 27, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 27, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย