เทอร์บินาฟีน (Terbinafine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เทอร์บินาฟีน (Terbinafine) Brand Name(s): เทอร์บินาฟีน (Terbinafine), เทอร์บินาฟีน (Terbinafine) และ เทอร์บินาฟีน (Terbinafine).

ข้อบ่งใช้

ยาเทอร์บินาฟีนใช้สำหรับ

ยาเทอร์บินาฟีน (Terbinafine) มักจะใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อราบางชนิดที่บริเวณนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ยานี้ยังอาจใช้สำหรับสภาวะอื่นตามที่แพทย์กำหนด

ยาเทอร์บินาฟีนเป็นยาต้านเชื้อรา ยานี้ทำงานโดยการฆ่าเชื้อราที่มีปฏิกิริยาไวต่อยา

วิธีการใช้ยาเทอร์บินาฟีน

ใช้ยาเทอร์บินาฟีนตามที่แพทย์กำหนด ควรอ่านฉลากยาเพื่อรับทราบคำแนะนำการใช้ยาที่ถูกต้อง

วิธีการใช้ยาเม็ด สามารถรับประทานยาพร้อมกับอาหารหรือรับประทานแยกต่างหาก รับประทานยาในเวลาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับโรคของคุณ คุณอาจจะยังไม่เห็นประโยชน์เต็มที่ของยาเป็นเวลาหลายเดือนหลังจากหยุดการรักษา รวมถึงเวลาที่ใช้สำหรับให้เล็บที่สุขภาพดียาวขึ้น

วิธีการใช้น้ำยาทาเล็บ ทายาก่อนนอน เว้นเสียแต่แพทย์จะสั่งให้ทำแบบอื่น ทำความสะอาดเล็บที่มีอาการและเช็ดให้แห้ง แล้วจึงทายาบางๆ

อย่าทาน้ำยาทาเล็บลงบนแผล หรือผิวหนังที่มีแผลหรือบาดเจ็บ

ใช้น้ำยาทาเล็บจนกว่าเล็บใหม่ที่สุขภาพที่จะยาวขึ้นมาเว้นเสียแต่ว่าแพทย์จะสั่งให้ทำแบบอื่น โดยปกติคือ 6 ถึง 12 เดือนขึ้นอยู่กับโรคของคุณ

เพื่อให้การติดเชื้อของคุณหายไปอย่างสมบูรณ์ ควรใช้ยาเทอร์บินาฟีนจนครบกำหนดการรักษา ควรใช้ยานี้ต่อไปแม้ว่าอาการของคุณจะดีขึ้นก่อนที่จะเสร็จสิ้นการรักษา

การเก็บรักษายาเทอร์บินาฟีน

ยาเทอร์บินาฟีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเทอร์บินาฟีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเทอร์บินาฟีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูก สอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเทอร์บินาฟีน

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์ทราบหาก

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่มีฤทธิ์ในการรักษาของยาเทอร์บินาฟีน หรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีภาวะสุขภาพอื่นๆ
  • หากคุณเคยมีปัญหาเกี่ยวกับไตหรือตับ โรคลูปัส (lupus) โรคซึมเศร้า (depression) โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) ใช้แอลกอฮอล์ในทางที่ิดหรือภาวะพึ่งพาแอลกอฮอล์ (dependence) หรือปัญหาเกี่ยวกับเลือด เช่น ภาวะโลหิตจาง (anemia)
  • หากคุณมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือมีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวต่ำ
  • หากคุณมีอาการวิงเวียนขณะที่กำลังใช้ยาเทอร์บินาฟีน ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง อย่าขับรถหรือทำกิจกรรมที่อาจจะไม่ปลอดภัย
  • หากคุณกำลังใช้ยาที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน หรือหากคุณรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณมาก เช่น กาแฟ ชา โกโก้ โคล่า หรือช็อกโกแลต

ยาเทอร์บินาฟีนนั้นจะมีใช้เพื่อรักษาการติดเชื้อราเพียงเท่านั้น ยานี้จะไม่ได้ผลกับการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อไวรัส เช่น โรคหวัด

อย่าใช้ยามากกว่าขนาดที่แนะนำหรือใช้ยานอนกว่าที่กำหนดโดยไม่ปรึกษาแพทย์

ควรใช้ยาเทอร์บินาฟีนจนครบกำหนดการรักษา หากคุณใช้ยาไม่ครบกำหนดอาจทำให้ไม่สามารถกำจัดการติดเชื้อไปได้อย่างสมบูรณ์ เชื้อราอาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้น้อยลง และทำให้รักษาการติดเชื้อนั้นได้ยากขึ้นในอนาคต

ผู้ป่วยที่ใช้ยาเทอร์บินาฟีนอาจจะเกิดปฏิกิริยาผิวหนังที่รุนแรงมาก เช่น กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome) หรือ โรคท็อกซิกอีพิเดอร์มัลเนโครไลซิส (toxic epidermal necrolysis) ที่มีทั้งอาการผื่นผิวหนัง โดยมีหรือไม่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ ปอด ไต และ/หรือ หัวใจ ปฏิกิริยานี้สามารถทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากและอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ควรรับการรักษาในทันทีหากผิวของคุณมีอาการรอยแดง บวม แผลผุพอง หรือผิวลอก เป็นไข้ ตาแดงหรือระคายเคืองดวงตา มีแผลภายในปาก คอ จมูก หรือดวงตา หรือต่อมน้ำเหลืองบวม (โดยมีหรือไม่มีผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นอื่นๆ)

ยาเทอร์บินาฟีนอาจลดความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับการติดเชื้อ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณมีสัญญาณของการติดเชื้อ เช่น เป็นไข้ เจ็บคอ หรือหนาวสั่น

โปรดแจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบว่าคุณกำลังใช้ยา เทอร์บินาฟีนก่อนรับการรักษาทราบการแพทย์ ทันตกรรม การรักษาพยาบาลฉุกเฉิน หรือการผ่าตัด

เคยมีรายงานแจ้งพบอาการการรับรสชาติเปลี่ยนแปลง เช่น สูญเสียการรับรส หรือการได้กลิ่นเปลี่ยนแปลง เช่น สูญเสียการได้กลิ่น ในผู้ป่วยที่ใช้ยาเทอร์บินาฟีน อาการเหล่านี้อาจจะหายไปหลังจากหยุดใช้ยาเทอร์บินาฟีน แต่อาการเหล่านี้อาจจะยังคงอยู่เป็นเวลานาน (มากกว่า 1 ปี) หรืออาจจะกลายเป็นอาการถาวรได้ โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีอาการการได้กลิ่นเปลี่ยนแปลง การรับรสเปลี่ยนแปลง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยที่ไม่ต้องการ วิตกกังวล อารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่นมีอาการของโรคซึมเศร้า

ยาเทอร์บินาฟีนอาจจะทำให้คุณมีอาการแดดเผาได้ง่ายขึ้น ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด หลอดไฟอัลตราไวโอเลต หรือตู้อบผิวแทน จนกว่าคุณจะทราบว่าคุณมีปฏิกิริยาต่อยาเทอร์บินาฟีนอย่างไร ทาครีมกันแดดหรือสวมเสื้อผ้าป้องกันหากคุณอยู่นอกบ้านเป็นเวลานาน

ในนานๆ ครั้ง ยาเทอร์บินาฟีนอาจจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับที่รุนแรงหรือถึงแก่ชีวิตได้ หากอาการนั้นเกิดขึ้น ผู้ป่วยที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับตับหรือเคยเป็นโรคตับเรื้อรังมาก่อนแล้วอาจจะมีอาการรุนแรงมากกว่า โปรดสอบถามแพทย์สำหรับข้อสงสัยหรือข้อกังวลอื่นๆ เพิ่มเติม

น้ำยาทาเล็บนั้นสำหรับใช้ภายนอกเท่านั้น อย่าให้ยาเข้าในดวงตา จมูก หรือปาก หากน้ำยาเข้าในบริเวณเหล่านี้ควรรีบล้างออกด้วยน้ำเย็น

คุณสามารถทายาทาเล็บทับบริเวณที่ทาน้ำยาทาเล็บได้

ควรสวมถุงมือขณะที่กำลังใช้น้ำหรือสารเคมีเพื่อหลีกเลี่ยงการเผลอล้างน้ำยาทาเล็บออกไป ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะล้างมือ ควรใส่สำลีไว้ในถุงมือด้วย

น้ำยาทาเล็บนั้นสามารถติดไฟได้ อย่าเก็บหรือใช้ยานี้ใกล้กับไฟหรือใช้ขณะสูบบุหรี่

คุณอาจต้องทำการตรวจในห้องทดลอง รวมถึงการทดสอบสมรรถภาพตับและการตรวจความสมบูร์ของเม็ดเลือดขณะที่กำลังใช้ยาเทอร์บินาฟีน ผลการตรวจเหล่านี้อาจใช้เพื่อเฝ้าระวังสภาวะของคุณหรือเพื่อตรวจหาผลข้างเคียง ควรไปตามนัดของแพทย์และห้องทดลองทุกครั้ง

ควรใช้ยาเทอร์บินาฟีนด้วยความระมัดระวังอย่างมากเมื่อใช้ยานี้กับเด็ก ยังไม่มีการยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการใช้ยากับเด็ก

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาเทอร์บินาฟีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเทอร์บินาฟีน

ยาทุกชนิดนั้นอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียง แต่คนจำนวนมากนั้นอาจจะไม่มีผลข้างเคียงหรือมีผลข้างเคียงระดับเบา โปรดติดต่อแพทย์หากผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไปเหล่านี้ไม่หายไปหรือรบกวนคุณ

  • ท้องร่วง
  • มีแก๊ส
  • ปวดหัว
  • อาหารไม่ย่อย
  • ปวดท้องระดับเบา
  • คลื่นไส้

ควรรับการรักษาในทันทีหากมีผลข้างเคียงที่รุนแรงเหล่านี้

  • อาการแพ้ที่รุนแรง (ผดผื่น ลมพิษ อาการคัน หายใจติดขัด แน่นหน้าอก อาการบวมที่ปาก ใบหน้า ริมฝีปาก หรือลิ้น เสียงแหบผิดปกติ)
  • แสบร้อน ชา หรือเป็นเหน็บ
  • มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือจิตใจ (เช่น ซึมเศร้า ร้อนรน เศร้า รู้สึกไร้ค่า)
  • อาการของโรคลูปัส (lupus) อาการใหม่หรืออาการแย่ลง (เช่น ผดผื่นรูปผีเสื้อที่ใบหน้า ปวดข้อ ชัก สีผิวเปลี่ยน มีปฏิกิริยาไวต่อแสงแดดผิดปกติ)
  • ผิวซีดหรือเนื้อใต้เล็บซีด
  • มีอาการปวดหรืออาการกดเจ็บที่กล้ามเนื้อหรือข้อต่ออย่างรุนแรง
  • ปวดท้องอย่างรุนแรงหรือบ่อยครั้ง (โดยมีหรือไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน)
  • ปัญหาเกี่ยวกับการนอน
  • อาการของปัญหาเกี่ยวกับตับ (เช่น ปัสสาวะสีคล้ำ เบื่ออาหาร อุจจาระสีซีด คลื่นไส้อาเจียนอย่างหาสาเหตุไม่ได้หรือบ่อยครั้ง ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง
  • มีรอยช้ำหรือเลือดออกผิดปกติ
  • เหนื่อยล้าหรืออ่อนแรงผิดปกติ
  • การมองเห็นหรือการได้ยินเปลี่ยนแปลง

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเทอร์บินาฟีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ยาที่อาจจะมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่

  • อะมิโอดาโรน (Amiodarone) ไซเมธิดีน (cimetidine) ฟลูโคนาโซล (fluconazole) หรือคีโตโคนาโซล (ketoconazole) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงของยาเทอร์บินาฟีน
  • ยาไรแฟมพิน (Rifampin) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจจะลดประสิทธิภาพของยาเทอร์บินาฟีน
  • ยารักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Antiarrhythmics) เช่นยาฟลีเคไนด์ (flecainide) หรือยาโพรพาฟีโนน (propafenone) ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (beta-blockers) เช่นเมโธโพรลอล (metoprolol) ยาเดกซ์โทรเมทอร์แฟน (dextromethorphan) ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มเอ็มเอโอไอ (monoamine oxidase inhibitors) เช่น ยาเซเลจิลีน (selegiline) ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มเอสเอสอาร์ไอ (selective serotonin reuptake inhibitors) เช่น ฟลูออกเซทีน (fluoxetine) หรือยาต้านซึกเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (tricyclic antidepressants) เช่น อะมิทริปไทลีน (amitriptyline) หรือเดซิพรามีน (desipramine) เนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงของยาเหล่านี้อาจจะเพิ่มขึ้นเพราะยาเทอร์บินาฟีน
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) เช่น วาฟาริน (warfarin) เนื่องจากประสิทธิภาพของยาเหล่านี้อาจจะลดลงหรือความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงอาจจะเพิ่มขึ้นเพราะยาเทอร์บินาฟีน
  • ยาไซโคลสปอริน (Cyclosporine) หรือ ยาทาม็อกซิเฟน (tamoxifen) เนื่องจากประสิทธิภาพของยาเหล่านี้อาจจะลดลงเนื่องจากยาเทอร์บินาฟีน

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเทอร์บินาฟีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเทอร์บินาฟีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเทอร์บินาฟีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อราที่เล็บ (Onychomycosis) – เล็บมือ

ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา

การติดเชื้อราที่เล็บมือ 6 สัปดาห์

การติดเชื้อราที่เล็บเท้า 12 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาการติดเชื้อราที่เล็บ – เล็บเท้า

ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา

การติดเชื้อราที่เล็บมือ 6 สัปดาห์

การติดเชื้อราที่เล็บเท้า 12 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกลากที่ศีรษะ (Tinea Capitis)

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน 250 มก. รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 6 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคกลากที่ลำตัว (Tinea Corporis)

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางท่าน ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคสังคัง

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางท่าน ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคน้ำกัดเท้า

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญบางท่าน ยาเม็ด 250 มก. รับประทานวันละครั้ง เป็นเวลา 2 ถึง 6 สัปดาห์

ขนาดยาเทอร์บินาฟีนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคกลากที่ศีรษะ

อายุ 4 ปีขึ้นไป

ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

น้ำหนักน้อยกว่า 25 กก. 125 มก. รับประทานวันละครั้ง

น้ำหนัก 25 ถึง 35 กก. 187.5 มก. รับประทานวันละครั้ง

น้ำหนักมากกว่า 35 กก. 250 มก. รับประทานวันละครั้ง

ระยะเวลาการรักษา 6 สัปดาห์

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤษภาคม 30, 2019 | Last Modified: พฤษภาคม 30, 2019

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย
บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน