เนทกลิไนด์ (Nateglinide)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เนทกลิไนด์ (Nateglinide) Brand Name(s): เนทกลิไนด์ (Nateglinide).

ข้อบ่งใช้

ยาเนทกลิไนด์ใช้สำหรับ 

ยาเนทกลิไนด์ (Nateglinide) ใช้เป็นยาชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับยาอื่นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสูง ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกาย ยานี้ใช้กับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงจะช่วยป้องกันไตเสียหาย ตาบอด ปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท สูญเสียแขนขา และปัญหาเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ การควบคุมโรคเบาหวานได้อย่างเหมาะสมยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการหัวใจขาดเลือดฉับพลันหรือโรคหลอดเลือดสมอง ยานี้ทำงานโดยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารอินซูลินมากขึ้น (insulin) สารอินซูลินนี้เป็นสารตามธรรมชาติที่ช่วบให้ร่างกายใช้น้ำตาลจากอาหารได้อย่างเหมาะสม 

วิธีการใช้ยาเนทกลิไนด์ 

รับประทานยานี้ประมาณ 30 นาทีก่อนแต่ละมื้ออาหาร โดยปกติคือวันละ 3 ครั้งหรือตามที่แพทย์กำหนด ไม่ควรรับประทานยานี้นานมากกว่า 30 นาทีก่อนรับประทานอาหาร อย่ารับประทานยานี้หากคุณไม่ได้รับประทานอาหารมื้อนั้น 

หากคุณรับประทานอาหารเหลว หรือจำเป็นต้องใช้ยาในขนาดสูงเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โปรดปรึกษาแพทย์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ จำนวนมื้ออาหารในแต่ละวัน และการตอบสนองต่อการรักษา 

ใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด ควรทำตามแผนการรักษา แผนการรับประทานอาหาร และโปรแกรมการออกกำลังกายที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด 

ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำตามที่แพทย์กำหนด ติดตามผลและแจ้งให้แพทย์ทราบ การทำแบบนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะจะช่วยกำหนดขนาดยาที่ถูกต้องได้ แจ้งให้แพทย์ทราบหากผลการวัดน้ำตาลในเลือดของคุณสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป คุณอาจจำเป้นต้องเปลี่ยนแผนการรักษา

การเก็บรักษายาเนทกลิไนด์ 

ยาเนทกลิไนด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเนทกลิไนด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาเนทกลิไนด์ลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อสินค้าหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเนทกลิไนด์

ก่อนใช้ยาเนทกลิไนด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ: โรคไต โรคตับ โรคเกาต์ (gout

คุณอาจมีอาการมองเห็นไม่ชัด วิงเวียน หรือง่วงซึมเนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงมากเกินไป อย่าชับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัวหรือการมองเห็นที่ชัดเจนจนกว่าคุณจะสามารถทำกิจกรรมได้อย่างปลอดภัย 

ควรจำกัดปริมาณการดื่มสุราระหว่างกำลังใช้ยานี้เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ 

ในช่วงของความตึงเครียด เช่นเป็นไข้ ติดเชื้อ บาดเจ็บ หรือผ่าตัด อาจทำให้ยากต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โปรดปรึกษาแพทย์หากความเครียดที่เพิ่มขึ้นนั้นอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนการรักษา ยารักษา หรือจำเป็นต้องมีการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น การตั้งครรภ์อาจทำให้เกิดโรคเบาหวานหรือทำให้โรคเบาหวานที่เป็นอยู่แย่ลงได้ แพทย์อาจต้องเปลี่ยนวิธีการรักษาโรคเบาหวานขณะที่คุณกำลังตั้งครรภ์ โปรดปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชร์ของการรักษาที่แตกต่างกัน (เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยา รมไปถึงยาอินซูลิน)

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร 

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร 

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาเนทกลิไนด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= ค่อนข้างมีความเสี่ยง
  • X= ยาต้องห้าม
  • N= ไม่มีข้อมูลเพียงพอ

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเนทกลิไนด์

อาจมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นโปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

ยาเนทกลิไนด์สามารถทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) โดยเฉพาะหากคุณกำลังใช้ยาอื่นเพื่อรักษาโรคเบาหวาน การดื่มสุราอย่างหนัก รับประทานแคลอรี่จากอาหารได้ไม่เพียงพอ หรือออกกำลังกายอย่างหนักผิดปกติอาจนำไปสู่ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ อาการมีทั้งหนาวสั่น ตื่นตกใจกลัว วิงเวียน สั่นเทา หัวใจเต้นเร็ว อ่อนแรง ปวดหัว หมดสติ รู้สึกเสียวซ่าที่มือหรือเท้า หรือรู้สึกหิว คุณควรจะพกน้ำตาลกลูโคสแบบเม็ดหรือเจลติดตัวไว้เพื่อรักษาอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ หากคุณไม่มีน้ำตาลกลูโคสในรูปแบบที่น่าเชื่อถือ สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็วได้ด้วยการรับประทานแหล่งของน้ำตาลกลูโคส เช่น น้ำตาลทราย น้ำผึ้ง ลูกอม หรือดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำอัดลมแบบปกติ โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรว่าคุณควรทำอย่างไรหากลืมรับประทานอาหาร 

อาการของภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (hyperglycemia) ได้แก่ กระหายน้ำ ปัสสาวะมากขึ้น สับสน ง่วงซึม หน้าแดง หายใจเร็ว และมีกลิ่นปากเป็นกลิ่นผลไม้ หากเกิดอาการเหล่านี้โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที แพทย์อาจจำเป็นต้องปรับยาสำหรับรักษาโรคเบาหวานของคุณ

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาอื่นจำนวนมากอาจส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและทำให้ยากต่อการควบคุม เช่น ยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ อย่างเพรดนิโซน (prednisone) ยารักษาทางจิตเวช (psychiatric medicines) อย่างโอแลนซาปีน (olanzapine) ยาปฏิชีวนะฟลูออโรควิโนโลน (fluoroquinolone antibiotics) อย่างไซโปรฟลอกซาซิน (ciprofloxacin) และอื่นๆ ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำและแจ้งผลให้แพทย์ทราบ แจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากมีอาการของระดับน้ำตาลในเลือดสูง แพทย์อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยาสำหรับโรคเบาหวาน โปรแกรมการออกกำลังกาย หรืออาหารที่รับประทาน 

ควรอ่านฉลากยาของยาที่หาซื้อเองทั้งหมดที่คุณใช้ (เช่น ยาแก้ไอแก้หวัด) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีส่วนประกอบที่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด โปรดสอบถามเภสัชกรสำหรับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย 

ยาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blocker medications) เช่น เมโทโพรลอล (metoprolol) โพรพราโนลอล (propranolol) ยาหยอดตารักษาโรคต้อหิน อย่างทิโมลอล (timolol) อาจปกปิดอาการหัวใจเต้นเร็วหรือรัวที่คุณมักจะรู้สึกเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงต่ำเกินไป อาการอื่นๆ ของระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ อย่างวิงเวียน หิว หรือเหงื่อออกนั้นไม่ได้รับผลกระทบจากยานี้ 

ยาอื่นสามารถส่งผลกระทบต่อผลการตรวจระดับของน้ำตาลหรือคีโตน (ketones) ในปัสสาวะ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยาแนทิกลิไนด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์ 

ยาเนทกลิไนด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเนทกลิไนด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดเนทกลิไนด์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 2 (Diabetes Type 2) 

ขนาดยาเริ่มต้น: 120 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้งก่อนมื้ออาหาร

ขนาดยาปกติ: 60 ถึง 120 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้งก่อนมื้ออาหาร 

คำแนะนำ: 

-สำหรับผู้ป่วยที่เข้าใกล้เป้าหมายค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) เมื่อเริ่มต้นการรักษา ควรเริ่มต้นการรักษาที่ขนาด 60 มก. รับประทานวันละ 3 ครั้ง 

-สามารถใช้เป็นการรักษาด้วยยาชนิดเดียวหรือใช้ร่วมกับเมทฟอมิน (metformin) หรือไทอาโซลิดีนไดโอน (thiazolidinedione) 

การใช้งาน: เพื่อเป็นการรักษาเสริมกับการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มการควบคุมน้ำตาลในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2

การปรับขนาดยาสำหรับโรคไต 

ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ

การปรับขนาดยาสำหรับโรคตับ

ตับบกพร่องระดับเบา: ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ 

ตับบกพร่องระดับปานกลางถึงรุนแรง: ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง

การปรับขนาดยา

ผู้สูงอายุ: ไม่มีการปรับขนาดยาที่แนะนำ แต่ผู้ป่วยบางรายอาจจะมีปฏิกิริยาไวได้มากกว่าต่อการรักษา

อาจจำเป็นต้องมีการรักาาด้วยอินซูลิน (Insulin therapy) ชั่วคราวในช่วงเวลาที่เป็นไข้ ติดเชื้อ บาดเจ็บ หรือผ่าตัด

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้ยา: 

-รับประทาน 1 ถึง 30 นาทีก่อนมื้ออาหาร 

-ผู้ป่วยที่ข้ามมื้ออาหารควรข้ามยาสำหรับมื้ออาหารนั้นด้วย 

ทั่วไป: 

-ยานี้ไม่สามารถใช้เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 1 หรือภาวะคิโตเอซิดโดซิส (diabetic ketoacidosis) เพราะอาการเหล่านี้ควรรักษาด้วยอินซูลิน

-อาจเกิดการตอบสนองจะลดลงเรื่อยๆ (Secondary failure) การจำแนะว่าผู้ป่วยมีการตอบสนองจะลดลงเรื่อยๆ ก่อนนั้นจะช่วยให้สามารถประเมินขนาดยาและการรับประทานอาหารได้

การเฝ้าระวัง: 

-ควรมีการตรวจค่าระดับน้ำตาลในเลือดขณะกำลังอดอาหาร (fasting blood glucose) และน้ำตาลสะสมในเลือด (glycosylated hemoglobin) เป็นระยะๆเพื่อประเมินประสิทธิภาพ 

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย: 

-ผู้ป่วยควรเข้าใจความสำคัญของการรับประทานอาหารตามแนวทางอย่างเคร่งครัดและควรออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้ป่วยควรเข้าใจว่าการออกกำลงกายอย่างหนักและการดื่มสุราอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้

-ผู้ป่วยความเข้าใจอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำและวิธีการจัดการ และควรมีความระมัดระวังในการขับรถหรือใช้เครื่องจักร โดยเฉพาะเมื่อยังไม่เสถียรที่สุด เช่น ขณะที่กำลังเปลี่ยนจากยาอื่นหรือในช่วงที่ใช้ยาแบบไม่ปกติ

-ในช่วงเวลาตึงเครียด เช่น เป็นไข้ บาดเจ็บ ติดเชื้อ หรือผ่าตัด อาจต้องเปลี่ยนวิธีการจัดการโรคเบาหวานและผู้ป่วยควรหาคำแนะนำทางการแพทย์

-อาจเกิดปฏิกิริยาของยาขึ้นและผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่ใช้ ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์และยาที่หาซื้อเอง

-ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์หรือผู้ดูแลทราบหากตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ขนาดเนทกลิไนด์สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้:  

  • ยาเม็ดแบบรับประทาน 

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย