เนฟาโซโดน (Nefazodone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: เนฟาโซโดน (Nefazodone) Brand Name(s): เนฟาโซโดน (Nefazodone).

ข้อบ่งใช้

ยาเนฟาโซโดนใช้สำหรับ

ยาเนฟาโซโดน (Nefazodone) ใช้เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า (depression) เนื่องจากความเสี่ยงในการเกิดโรคตับ จึงมักใช้ยานี้หลังจากที่ทดลองใช้ยาอื่นแล้ว ยาเนฟาโซโดนทำงานโดยช่วยฟื้นฟูความสมดุลของของสารเคมีตามธรรมชาติบางชนิด เช่น สารสื่อประสาท (neurotransmitter) อย่างเซโรโทนิน (serotonin) นอร์อิพิเนฟริน (norepinephrine) ภายในสมอง

วิธีการใช้ยาเนฟาโซโดน

รับประทานยานี้พร้อมกับอาหาร หรือรับประทานแยกต่างหาก โดยปกติคือวันละสองครั้งหรือตามที่แพทย์กำหนด

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง แพทย์อาจจะเริ่มใช้ยาที่ขนาดยาต่ำแล้วค่อยๆ เพิ่มขนาดยาขึ้นมา

รับประทานยานี้ตามที่กำหนดอย่างเคร่งครัด อย่าเพิ่มขนาดยา ใช้ยาบ่อยกว่า หรือใช้นานกว่าที่แพทย์กำหนด อาการของคุณจะไม่หายไวขึ้นและความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น

ควรใช้ยานี้เป็นประจำเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน

ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่องแม้คุณจะรู้สึกเป็นปกติ อย่าหยุดใช้ยาโดยไม่ปรึกษากับแพทย์

อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะได้รับผลของยา แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการของคุณไม่หายไปหรือแย่ลง

การเก็บรักษายาเนฟาโซโดน

ยาเนฟาโซโดนควรเก็บ.oอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเนฟาโซโดนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเนฟาโซโดนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเนฟาโซโดน

ก่อนใช้ยานี้แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยานี้ หรือยาทราโซโดน (trazodone) หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ได้ โปรดสอบถามเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะ โรคตับ ประวัติส่วนหรือหรือคนในครอบครัวเคยมีความผิดปกติทางจิต เช่น โรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar/manic-depressive disorder) ประวัติส่วนตัวหรือหรือคนในครอบครัวเคยพยายามฆ่าตัวตาย โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น ประวัติการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจขาดเลือดฉับพลัน ภาวะขาดน้ำ ชัก มีแผลหรือเลือดออกในลำไส้ เช่นโรคแผลในกระเพาะอาหาร ประวัติส่วนหรือหรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคต้อกระจก (มุมเปิดหรือมุมปิด)

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือกัญชา อาจทำให้อาการง่วงซึมรุนแรงขึ้นได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปรึกษาแพทย์หากคุณใช้กัญชาเพื่อรักษาโรค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคตับอีกด้วย

ควรใช้ยานี้ด้วยความระมัดระวัง กับผู้ป่วยที่สูงอายุ เนื่องจากอาจมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยามากกว่า โดยเฉพาะอาการวิงเวียน ง่วงซึม หรือเลือดออก

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาเรื่องความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยากับแพทย์

เนื่องจากปัญหาทางจิตหรืออารมณ์ที่ไม่ได้รับการรักษา (เช่น โรคซึมเศร้า) นั้นอาจเป็นสภาวะที่รุนแรงได้ ห้ามหยุดใช้ยานี้จนกว่าแพทย์จะสั่ง หากคุณตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ กำลังตั้งครรภ์ หรือคิดว่าอาจจะตั้งครรภ์ ให้รีบปรึกษาแพทย์ เกี่ยวกับความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้ยาขณะตั้งครรภ์ในทันที

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ยานี้สามารถส่งผ่านนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเนฟาโซโดนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเนฟาโซโดน

อาจเกิดอาการวิงเวียน ง่วงซึม เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ปากแห้ง หรือท้องผูก แจ้งให้แพทย์ทราบหากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือแย่ลง

เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการวิงเวียนและเวียนศีรษะ ควรลุกขึ้นจากท่านั่งหรือท่านอนอย่างช้าๆ

เพื่อบรรเทาอาการปากแห้งควรอมลูกอม (ไม่มีน้ำตาล) เคี้ยวหมากฝรั่ง (ไม่มีน้ำตาล) ดื่มน้ำ หรือใช้สารทดแทนน้ำลาย

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบหากมีผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ สับสน อ่อนแรง หมดสติ ชัก มีเลือดออกหรือช้ำได้ง่าย

รีบการรักษาทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ อุจจาระเป็นสีดำ อาเจียนคล้ายกากกาแฟ ที่ดวงตามีอาการปวด บวม และแดง ม่านตาขยาย การมองเห็นเปลี่ยน (เช่น มองเห็นสายรุ้งรอบๆ แสงในตอนกลางคืน มองเห็นไม่ชัด)

สำหรับผู้ชาย ในกรณีที่หายากมาก อาจมีอาการอวัยวะเพศแข็งตัวอย่างเจ็บปวดหรือเป็นเวลานานกว่า 4 ชั่วโมงขึ้นไป หยุดใช้ยานี้ และรับการรักษาในทันที ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นปัญหาถาวรได้

การแพ้ยาที่รุนแรงนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) เวียนหัวขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้มีดังต่อไปนี้ คาร์บามาเซพีน (carbamazepine) อีพลีรีโนน (eplerenone) เออร์กอต อัลคาลอยด์ (ergot alkaloids) เช่นไดไฮโดรเออร์โกตามีน (dihydroergotamine) เออร์โกโนวีน (ergonovine) เออร์โกตามีน (ergotamine) หรือเมทิลเออร์โกโนวีน (methylergonovine) ไอวาบราดีน (ivabradine) ลูราซิโดน (lurasidone) พิโมไซด์ (pimozide) ไตรอาโซแลม (triazolam) ยาในกลุ่มอัลฟ่าบล็อกเกอร์ (alpha blockers) เช่นเทราโซลิน (terazosin) ไดจอกซิน (digoxin) ฟลูออกซิทีน (fluoxetine) ยารักษาความดันโลหิตสูง ยาต้านเศร้าอื่นๆ เช่นทราโซโดน (trazodone) ยาในกลุ่มเอสเอสอาร์ไอ (SSRIs) เช่นฟลูออกซิทีน (fluoxetine) ยาอื่นที่ใช้เพื่อรักษาอาการเลือดออกหรือรอยช้ำ เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่าง เฮพาริน (heparin) หรือวาฟาริน (warfarin) ยาต้านเกล็ดเลือด (antiplatelet) รวมไปถึงยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่นไอบูโพรเฟน (ibuprofen)

การรับประทานยาในกลุ่มเอมเอโอไอ (MAO inhibitors) ร่วมกับยานี้ อาจทำให้เกิดปฏิกิรยาของยาที่รุนแรง (อาจถึงแก่ชีวิต) ควรหลีกเลี่ยงยาในกลุ่มเอมเอโอไอ เช่น ไอโซคาร์บอกซาซิด (isocarboxazid) ลีเนโซลิด (linezolid) เมทิลีนบลู (methylene blue) โมคลอเบไมด์ (moclobemide) ฟีเนลซีน (phenelzine) โพรคาร์เบซีน (procarbazine) ราซาจิลีน (rasagiline) ซาฟินาไมด์ (safinamide) เซเลจิลีน (selegiline) ทรานิลซัยโปรมีน (tranylcypromine) ขณะที่กำลังใช้ยานี้ ยาในกลุ่มเอมเอโอไอส่วนใหญ่นั้นไม่ควรรับประทานภายใน 2 สัปดาห์ก่อน หรือ 1 สัปดาห์หลังจากที่ใช้ยานี้ โปรดสอบถามแพทย์ว่า ควรเริ่มใช้ยาและหยุดใช้ยานี้เมื่อไหร

หลีกเลี่ยงการใช้ยาอีลีทริปแทน (eletriptan) ภายใน 72 ชั่วโมงของการใช้ยานี้

ยานี้สามารถชะลอการกำจัดยาอื่นๆ ออกจากร่างกายและส่งผลกระทบต่อการทำงานของยาเหล่านั้นได้ ตัวอย่างของยาเหล่านั้นมีดังนี้ บิวสไปโรน (buspirone) ดาซาทินิบ (dasatinib) ดอมเพอริโดน (domperidone) เฟนานิล (fentanyl) เรโกราเฟนิบ (regorafenib) ซูนิทินิบ (sunitinib) ทาโครลิมัส (tacrolimus) ยาสแตติน (statin) สำหรับคอเลสเตอรอล เช่น ซิมวาสแตติน (simvastatin) โลวาสแตติน (lovastatin) อะทอร์วาสแตติน (atorvastatin) certain เบนโซไดอะซีปีน (benzodiazepines) บางชนิด เช่น อัลปราโซแลม (alprazolam) และอื่นๆ

แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณกำลังใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม เช่น ยาบรรเทาอาการปวดหรืออาการไอโอปิออยด์ (opioid) เช่น โคเดอีน (codeine) ไฮโดรโคโดน (hydrocodone) เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กัญชา ยานอนหลับหรือยาสำหรับอาการวิตกกังวล เช่น อัลปราโซแลม (alprazolam) ลอราซีแพม (lorazepam) โซลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่นคาริโซโพรดอล (carisoprodol) ไซโคลเบนซาพรีน (cyclobenzaprine) หรือยาต้านฮีสตามีน (antihistamines) เช่นเซทิริซีน (cetirizine) ไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine)

อ่านฉลากยาทั้งหมดที่คุณใช้ (เช่น ยาแก้ไอแก้หวัด) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม สอบถามเภสัชกรเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย

อ่านฉลากยาทั้งหมดที่คุณใช้ ทั้งยาตามใบสั่งและยาที่หาซื้อเองให้ละเอียด เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมียาบรรเทาอาการปวดหรือลดไข้ ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) นาพรอกเซน (naproxen) ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการเลือดออกได้ หากใช้ร่วมกับยานี้ ควรใช้ยาแอสไพรินขนาดต่ำต่อไปหากแพทย์สั่ง เนื่องจากเหตุผลทางการแพทย์บางอย่าง เช่น ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลัน หรือโรคหลอดเลือดสมอง (ขนาดปกติคือ 81-325 มก. ต่อวัน) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดสอบถามแพทย์หรือเภสัชกร

ยาเนฟาโซโดนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยา โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเนฟาโซโดนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเนฟาโซโดนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเนฟาโซโดนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า (Depression)

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 200 มก. แบ่งรับประทานวันละ 2 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: รับประทานวันละ 300 ถึง 600 มก.

คำแนะนำ

-การเพิ่มขนาดยาควรเพิ่ม 100 มก. ต่อวัน ในตารางการใช้ยาวันละ 2 ครั้ง และควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 สัปดาห์

-อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จนกว่าจะได้รับผลของยาอย่างเต็มที่

-ในการศึกษาระยะยาวมีการติดตามผลของผู้ป่วยผู้ป่วยนานถึง 52 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่รับการรักษาในระยะยาวควรมีการประเมินผลของยาเป็นระยะ

การใช้งาน: เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า รวมไปถึงโรคซีมเศร้าแบบเมเจอร์ (major depressive disorder)

ขนาดยาสำหรับผู้สูงอายุเพื่อรักษาโรคซึมเศร้า (Depression)

ผู้ป่วยสูงอายุหรือผู้ที่มีสุขภาพทรุดโทรม

  • ขนาดยาเริ่มต้น: 100 มก. แบ่งรับประทานวันละ 2 ครั้ง
  • ขนาดยาปกติ: รับประทานวันละ 300 ถึง 600 มก.

คำแนะนำ

-เนื่องจากผู้ป่วยมักมีการกำจัดยาออกจากร่างกายที่ลดลงและ/หรือมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น อาจต้องปรับขนาดยาในภายหลัง

-อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จนกว่าจะได้รับผลของยาอย่างเต็มที่

-ในการศึกษาระยะยาวมีการติดตามผลของผู้ป่วยผู้ป่วยนานถึง 52 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่รับการรักษาในระยะยาวควรมีการประเมินผลของยาเป็นระยะ

การใช้งาน: เพื่อรักษาโรคซึมเศร้า รวมไปถึงโรคซีมเศร้าแบบเมเจอร์ (major depressive disorder)

การปรับขนาดยาสำหรับตับ

ผู้ป่วยที่มีอาการตับเสียหาย: ข้อห้ามในการใช้ยา

ควรหยุดใช้ยานี้และไม่กลับมาใช้ยาอีกครั้งสำหรับผู้ป่วยที่มีสัญญาณของตับบกพร่อง ค่าเอเอสที (AST) หรือค่าเอแอลที (ALT) มากกว่าหรือเท่ากับ 3 เท่าของขีดจำกัดบนของค่าปกติ หรือ 3xค่ายูแอลเอ็น (ULN)

การปรับขนาดยา

ใช้ร่วมกับยาต้านเศร้าในกลุ่มเอมเอโอไอ (MAOI)

-เริ่มใช้ยา: ควรเว้นระยะอย่างน้อย 14 วันหลังจากหยุดใช้ยาต้านเศร้าในกลุ่มเอมเอโอไอเพื่อมาเริ่มใช้ยานี้

-หยุดใช้ยา: ควรเว้นระยะอย่างน้อย 7 วันหลังจากหยุดใช้ยานี้ ก่อนเริ่มใช้ยาต้านเศร้าในกลุ่มเอมเอโอไอ

อาจต้องปรับขนาดยาโดยขึ้นอยู่กับการตอบสนองทางการแพทย์ เมื่อใช้ยานี้ร่วมกับยาบัสไพโรน (buspirone) ยาโพรพราโนลอล (propanolol) และยาเดซิพรามีน (desipramine)

ใช้ร่วมกับยาไตรอาโซแลม (Triazolam)

-ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาเหล่านี้ร่วมกันในผู้ป่วยส่วนใหญ่

-หากจำเป็นต้องใช้ และสามารถลดขนาดยาของไตรอาโซแลมได้มาก ควรพิจาณาเริ่มใช้ยาไตรอาโซแลมที่ขนาดยาเริ่มต้น 75%

การฟอกไต

การฟอกไตไม่สามารถกำจัดยานี้ออกจากร่างกายได้

คำแนะนำอื่นๆ

การเก็บรักษา

-เก็บให้พ้นจากแสง

ทั่วไป

-ผู้สั่งยาควรมีการพิจาณาความเสี่ยงของอาการตับล้มเหลวที่เกี่ยวข้องกับยานี้ก่อนเริ่มการรักษา

-โรคซีมเศร้าแบบเมเจอร์มีทั้งอาการที่สำคัญและค่อนข้างจะสำคัญ อย่างอาการซึมเศร้า /อารมณ์ผิดปกติ (dysphoric mood) ที่สำคัญและค่อนข้างจะสำคัญ ที่มักจะส่งผลกระทบกับการทำงานในชีวิตประจำวัน แทบจะทุกวัน เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และมีอาการดังต่อไปนี้อย่างน้อย 5 สัปดาห์ อารมณ์ซึมเศร้า หมดความสนใจในกิจกรรมตามปกติ น้ำหนักหรือความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงอย่างมาก นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป กระวนกระวายหรือเฉื่อยชาเกินไป เหนื่อยล้ามากขึ้น รู้สึกผิดหรือไร้ค่า คิดได้ช้า หรือไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้ พยายามฆ่าตัวตายหรือมีความคิดจะฆ่าตัวตาย

การเฝ้าระวัง

-ตับ: กระบวนการเซรั่มทรานซามีเนส (Serum transaminases) สัญญาณและอาการของตับบกพร่อง

-จิตวิทยา: ความคิดหรือพฤติกรรมที่จะฆ่าตัวตาย

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-ผู้ป่วยควรระมัดระวังเนื่องจากยานี้อาจทำให้ความสามารถทางจิตและ/หรือทางกายภาพที่จำเป็นสำหรับการขับรถหรือใช้เครื่องจักรบกพร่องได้

-ผู้ป่วยควรได้รับแนะนำว่าไม่ควรหยุดใช้ยา

ผู้ป่วยควรได้รับแนะนำว่าควรแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากมีสัญญาณหรืออาการของตับบกพร่อง อาการแพ้ การมองเห็นถูกรบกวน หรืออาการซึมเศร้าหรือความอยากฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นใหม่หรือแย่ลง

-ควรแนะนำให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการดื่มสุราระหว่างการรักษา ควรมีการปรึกษากับแพทย์ก่อนการใช้หรือวางแผนที่จะใช้ยาเพิ่มเติมควบคู่กันไป

-แนะนำให้ผู้ป่วยแจ้งให้แพทย์ทราบหากตั้งครรภ์ มีแผนที่จะตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร

ขนาดยาเนฟาโซโดนสำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยานี้ สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ตุลาคม 20, 2018 | Last Modified: ตุลาคม 20, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย