เพนไซโคลเวียร์ (Penciclovir)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เพนไซโคลเวียร์ (Penciclovir) Brand Name(s): เพนไซโคลเวียร์ (Penciclovir).

ข้อบ่งใช้

ยาเพนไซโคลเวียร์ใช้สำหรับ

ยาเพนไซโคลเวียร์ (Penciclovir) ใช้เพื่อรักษา “เริมที่ริมฝีปาก” (cold sores, fever blisters หรือ herpes labialis) สามารถช่วยเร่งการรักษาแผลและลดอาการ (เช่น เหน็บ ปวด แสบร้อน และคัน) ยาเพนไซโคลเวียร์จัดอยู่ในกลุ่มยาต้านไวรัส (antivirals) ทำงานโดยการหยุดยั้งการเติบโตของเชื้อไวรัส ยานี้ไม่สามารถรักษาเชื้อเริม และไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ ทั้งยังไม่สามารถป้องกันการกลับมาเป็นใหม่อีกครั้ง

วิธีการใช้ยาเพนไซโคลเวียร์

ใช้ยานี้ตั้งแต่ช่วงแรกของการติดเชื้อ (เช่น ความรู้สึกซ่าๆ ปวดแสบปวดร้อน มีรอยปื้นแดง หรือมีแผล) ล้างมือด้วยสบู่และน้ำก่อนและหลังการใช้ยานี้ ทำความสะอาดบริเวณที่มีอาการและเช็ดให้แห้ง ก่อนที่จะใช้ยา ทายายาเพนไซโคลเวียร์บางๆ ให้ครอบคลุมทั่วบริเวณที่มีอาการเริมที่ริมฝีปาก หรือบริเวณที่มีรู้สึกซ่าๆ คัน มีรอยแดง บวม และนวดเบาๆ ทาครีมทุก ๆ 2 ชั่วโมง (ยกเว้นเวลานอนหลับ) เป็นเวลา 4 วัน หรือตามที่แพทย์กำหนด

ใช้เฉพาะกับผิวหนังเท่านั้น ห้ามใช้ยาตัวนี้ที่บริเวณดวงตาหรือโดยรอบดวงตา เนื่องจากยานี้อาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา ถ้าหากยาเข้าตา ให้ล้างออกด้วยน้ำปริมาณมาก ห้ามทายานี้ด้านในปากหรือจมูก

ขนาดยาขึ้นอยู่กับอาการ และการตอบสนองต่อการรักษา อย่าใช้ยานี้บ่อยหรือนานเกินกว่าที่กำหนด

ใช้ยานี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากยา ยานี้จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อปริมาณการดูดซึมยาของผิวหนังอยู่ในระดับคงที่ ดังนั้น จึงควรใช้ยานี้ในระยะเท่าๆ กัน เพื่อให้ง่ายต่อการจำควรใช้ในเวลาเดียวกันในแต่ละวัน

เริมที่ริมฝีปาก (โรคเริม) สามารถแพร่กระจายได้ง่าย ยาเพนไซโคลเวียร์ไม่สามารถป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อเริม ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น (เช่น การจูบ) ในระหว่างการระบาด จนกว่าโรคเริมที่ริมฝีปากจะหายสนิท นอกจากนี้ยังควรพยายามไม่สัมผัสกับโรคเริมที่ริมฝีปาก และล้างมือให้สะอาด หากคุณสัมผัสกับโรคเริมที่ริมฝีปาก

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่หายไป หรือมีอาการแย่ลงหลังจากสิ้นสุดการรักษา

การเก็บรักษายาเพนไซโคลเวียร์

ควรเก็บยานี้ไว้ในอุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเพนไซโคลเวียร์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเพนไซโคลเวียร์ลงในชักโครก หรือทิ้งลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้อ งเมื่อยาหมดอายุหรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเพนไซโคลเวียร์

ก่อนใช้ยาเพนไซโคลเวียร์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยาตัวนี้ หรือแพ้ยาแฟมไซโคลเวียร์ (Famciclovir) หรือหากคุณมีอาการแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่นๆ ได้ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนรับประทานยานี้ แจ้งประวัติทางการแพทย์ให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ

แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์ก่อนใช้ยานี้ ปรึกษาเรื่องความเสี่ยงกับประโยชน์จากการใช้ยากับแพทย์ของคุณ

ยานี้อาจส่งต่อผ่านการให้นมบุตร ควรปรึกษากับแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยาเพนไซโคลเวียร์ ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาความเสี่ยงของการใช้ยา

ยาซาเพนไซโคลเวียร์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดย FDA มีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของยาเพนไซโคลเวียร์

อาจเกิดรอยแดง ปวดแสบปวดร้อน แผลปวด หรืออาการชา หากผลข้างเคียงใดๆ ไม่ยอมหายไป หรือมีอาการแย่ลง ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบโดยทันที

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจมีผลข้างเคียงอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวไปข้างต้น หากคุณมีข้อกังวลใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

การแพ้ยาที่รุนแรงนี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ถ้าคุณสังเกตเห็นอาการแพ้รุนแรง เช่น ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) เวียนหัวขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ หรืออาจมีผลข้างเคียงอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวไปข้างต้น หากคุณมีข้อกังวลใดๆ โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเพนไซโคลเวียร์อาจเกิดปฏิกิริยากิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรแจ้งยาที่คุณใช้ทั้งหมด (รวมไปถึงยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่หาซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) ให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ เพื่อความปลอดภัย อย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเพนไซโคลเวียร์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเพนไซโคลเวียร์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยาเพนไซโคลเวียร์ เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเพนไซโคลเวียร์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อใช้รักษาโรคเริมที่ริมฝีปาก

ทาครีมลงในบริเวณที่มีอาการทุกๆ 2 ชั่วโมง ขณะตื่นนอน

ระยะเวลาในการรักษา: 4 วัน

คำแนะนำ: ควรเริ่มต้นการรักษาโดยเร็วที่สุด (ตั้งแต่ช่วงแสดงอาการหรือเริ่มมีร่องรอยเกิดขึ้น)

วิธีการใช้: สำหรับการรักษาโรคโรคเริมริมฝีปาก (cold sores) ที่กำเริบขึ้นอีก

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำการใช้

-ยาใช้ภายนอกเท่านั้น ใช้เฉพาะรักษาโรคที่ริมฝีปากบนริมฝีปากและใบหน้า

-ห้ามทาลงบนเยื่อเมือก ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงการทายาบนดวงตาหรือบริเวณข้างๆ

– ทายานี้ให้ครอบคลุมเฉพาะบริเวณที่มีอาการของโรคเริมที่ริมฝีปาก (หรือบริเวณที่มีความรู้สึกซ่าๆ หรืออาการอื่นๆ ก่อนที่จะเกิดโรคเริมที่ริมฝีปาก) นวดจนยาซึมหายไป

การเก็บรักษา

-เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 20 องศาเซียลเซียส ถึง 25 องศาเซียลเซียส (68 ฟาเรนไฮน์ ถึง 77 ฟาเรนไฮน์) ในระหว่างการขนส่งอนุญาตให้ได้ถึง 15 องศาเซียลเซียส ถึง 30 องศาเซียลเซียส (59 ฟาเรนไฮน์ ถึง 86 ฟาเรนไฮน์)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

-เริ่มต้นรักษาตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณของอาการเริมที่ริมฝีปาก (เช่น ความรู้สึกซ่าๆ รอยปื้นแดง คัน รอยนูน)

-ล้างมือก่อนและหลังการใช้ยานี้

ขนาดยาเพนไซโคลเวียร์สำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อใช้รักษาโรคเริมที่ริมฝีปาก

อายุ 12 ปีขึ้นไป: ทาครีมลงในบริเวณที่มีอาการทุก ๆ 2 ชั่วโมง ขณะตื่นนอน

ระยะเวลาในการรักษา: 4 วัน

คำแนะนำ: ควรเริ่มต้นการรักษาโดยเร็วที่สุด (ตั้งแต่ช่วงแสดงอาการหรือเริ่มมีร่องรอยเกิดขึ้น)

วิธีการใช้: สำหรับการรักษาโรคโรคเริมริมฝีปาก (cold sores) ที่กำเริบขึ้นอีก

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการจัดทำยาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ป่วยที่อายุน้อยกว่า 12 ปี

รูปแบบของยา

จุดเด่นและรูปแบบการใช้งานมีดังนี้

  • ยาแบบครีมทาเฉพาะที่

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: กรกฎาคม 17, 2018 | Last Modified: กรกฎาคม 17, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย