เพรดนิโซน (Prednisone)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: เพรดนิโซน (Prednisone) Brand Name(s): เพรดนิโซน (Prednisone).

ข้อบ่งใช้

ยาเพรดนิโซนใช้สำหรับ

ยาเพรดนิโซน (Prednisone) มักใช้เพื่อรักษาสภาวะ เช่น โรคข้ออักเสบ (arthritis) โรคเลือด ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ อาการแพ้ที่รุนแรง โรคผิวหนัง โรคมะเร็ง ปัญหาเกี่ยวกับดวงตา และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ยาเพรดนิโซโลนนั้นอยู่ในกลุ่มของคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) ทำงานโดยการลดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ เพื่อลดอาการอย่างเช่น อาการบวมและอาการแพ้ 

วิธีการใช้ยาเพรดนิโซน 

รับประทานยาเพรดนิโซนพร้อมกับอาหารหรือนม เพื่อป้องกันอาการท้องไส้ปั่นป่วน รับประทานยาเม็ดพร้อมกับน้ำเต็มแก้ว (8 ออนซ์หรือ 24 มล.) เว้นแต่ว่าแพทย์จะสั่งอย่างอื่น หากคุณใช้ยานี้ในรูปแบบยาน้ำ ควรตวงยาด้วยเครื่องมือพิเศษสำหรับตวงยา อย่าใช้ช้อนธรรมดา เพราะอาจได้ขนาดยาที่ไม่ถูกต้อง หากคุณต้องรับประทานยาวันละครั้ง ควรรับประทานยาในตอนเช้าก่อน 9 โมงเช้า

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนด ควรใช้ยาตามตารางการใช้ยาอย่างเคร่งครัด ขนาดยาและระยะเวลาในการรักษา ขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา หากคุณกำลังใช้ยานี้ตามตารางอื่น ที่ไม่ใช่รับประทานวันละครั้ง (เช่น รับประทานวันเว้นวัน) การทำเครื่องหมายในปฏิทินอาจจะช่วยเตือนความจำได้ 

อย่าหยุดใช้ยานี้โดยไม่ปรึกษากับแพทย์ สภาวะบางอย่างอาจมีอาการรุนแรงขึ้น หากหยุดใช้ยากะทันหัน และยังอาจมีอาการอ่อนแรง น้ำหนักลด คลื่นไส้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว เหนื่อยล้า วิงเวียน เพื่อป้องกันอาการเหล่านี้ แพทย์อาจค่อยๆ ลดขนาดยาลงมา โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากมีอาการใหม่หรืออาการที่แย่ลง 

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการไม่หายไปหรือแย่ลง 

การเก็บรักษายาเพรดนิโซน

ยาเพรดนิโซนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเพรดนิโซนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาเพรดนิโซนลงในชักโครก หรือเทยาลงในท่อระบายน้ำ เว้นเสียแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำ ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง 

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเพรดนิโซน

ก่อนใช้ยานี้แจ้งให้แพทย์ทราบหาก  

  • คุณกำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงที่คุณตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร ควรใช้ยาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น
  • หากคุณกำลังใช้ยาอื่นอยู่ รวมทั้งยาที่หาซื้อได้เอง เช่น สมุนไพรหรือยาทางเลือกอื่นๆ
  • หากคุณแพ้สารออกฤทธิ์หรือไม่ออกฤทธิ์ ของยาเพรดนิโซนหรือยาอื่นๆ
  • หากคุณมีอาการป่วย มีความผิดปกติ หรือมีสภาวะทางการแพทย์อื่นๆ 

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยในผู้หญิงที่เพียงพอ ที่จะบ่งชี้ความเสี่ยงของการใช้ยานี้ ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษากับแพทย์ เพื่อพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเพรดนิโซน

อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร แสบร้อนกลางอก มีปัญหากับการนอนหลับ เหงื่ออกเพิ่มขึ้น หรือเป็นสิว หากอาการเหล่านี้ไม่ยอมหายไปหรือแย่ลง ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบในทันที

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากคุณมีผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรง เช่น ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นผิดปกติ อ่อนแรง มีอาการบวมที่มือ ข้อเท้า หรือเท้า น้ำหนักขึ้นผิดปกติ มีสัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เป็นไข้ เจ็บคอบ่อยๆ) มีปัญหากับการมองเห็น (เช่น มองเห็นไม่ชัด) อาเจียนเหมือนกากกาแฟ อุจจาระสีดำหรือมีเลือด ปวดท้องอย่างรุนแรง มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจหรืออารมณ์ (เช่น ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน ร้อนรน) แผลหายได้ช้า ผิวบางลง ปวดกระดูก รอบการมีประจำเดือนเปลี่ยน หน้าบวม ชัก มีรอยช้ำหรือเลือดออกได้ง่าย 

ในนานครั้ง ยานี้อาจเพิ่มระดับของน้ำตาลในเลือดได้ และทำให้เกิดโรคเบาหวาน หรือทำให้โรคนี้รุนแรงขึ้น แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณมีอาการของระดับน้ำตาลในเลือดสูง เช่น กระหายน้ำมากขึ้นหรือปัสสาวะมากขึ้น หากคุณเป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ แพทย์อาจจำเป็นต้องปรับขนาดยาสำหรับโรคเบาหวาน โปรแกรมการออกกำลังกาย หรืออาหารที่รับประทาน

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ คือ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเพรดนิโซนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่าคุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ 

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ 

  • แอมโฟเทอริซิน บี (Amphotericin B) 
  • ไซโคลสปอริน (Cyclosporine) 
  • ไดจอกซิน (Digoxin) ดิจิทาลิส (Digitalis)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์น (John’s wort)
  • ยาปฏิชีวนะเช่นคลาริโทรมัยซิน (clarithromycin) หรือเทลิโทรมัยซิน (Telithromycin) 
  • ยาต้านเชื้อราเช่นไอทราโคนาโซล (itraconazole) คีโตโคนาโซล (Ketoconazole) โพซาโคนาโซล (posaconazole) โวริโคนาโซล (voriconazole) 
  • ยาคุมกำเนิดและฮอร์โมนอื่นๆ
  • ยาเจือจางเลือด เช่นวาฟาริน (warfarin) คูมาดิน (Coumadin) 
  • ยาขับปัสสาวะหรือยาขับน้ำ
  • ยาสำหรับโรคไวรัสตับอักเสบซี (hepatitis C) เช่นโบซีพรีเวียร์ (Boceprevir) หรือทีลาพรีเวียร์ (Telaprevir)
  • ยาสำหรับโรคเอชไอวี/เอดส์ เช่นอะทาซานาเวียร์ (Atazanavir) ดีลาเวอร์ดีน (Delavirdine) เอฟฟาไวเร็นซ์ (efavirenz) โฟซาเพรนาเวียร์ (fosamprenavir) อินดินาเวียร์ (Indinavir) เนวฟินนาเวียร์ (nelfinavir) เนวิราปีน (Nevirapine) ริโทนาเวียร์ (Ritonavir) ซาควินาเวียร์ (Saquinavir) 
  • ยาอินซูลินหรือยาสำหรับโรคเบาหวานแบบรับประทาน 
  • ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่นแอสไพริน ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) อย่างแอดวิล (Advil) หรือมอทริน Motrin) ยานาพรอกเซน (naproxen) อย่างอะลีฟ (Aleve) ยาเซเลโคซิบ (celecoxib) ยาไดโคลฟีแนค (diclofenac) ยาอินโดเมทาซิน (indomethacin) ยามีลอกซิแคม (meloxicam) และอื่นๆ
  • ยาสำหรับอาการชัก เช่นคาร์บามาเซพีน (Carbamazepine) ฟอสเฟนิโทอิน (Fosphenytoin) ออกคาร์บาซีปีน (oxcarbazepine) ฟีโนบาร์บิทัล (phenobarbital) เฟนิโทอิน (phenytoin) ไพรมิโดน (Primidone)
  • ยาสำหรับวัณโรค เช่นไอโซไนอาซิด (isoniazid) ไรฟาบูทิน (rifabutin) ไรฟาเพนติน (Rifapentine) หรือไรแฟมพิน (rifampin)  

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเพรดนิโซนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเพรดนิโซนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ 

โรคที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ 

  • โรคต้อกระจก 
  • โรคหัวใจล้มเหลว
  • กลุ่มอาการคุชชิง (Cushing’s syndrome) ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับต่อมหมวกไต
  • โรคเบาหวาน
  • การติดเชื้อที่ดวงตา
  • โรคต้อหิน
  • หัวใจขาดเลือดฉับพลันเมื่อไม่นานที่ผ่านมา
  • ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia)
  • ภาวะความดันโลหิตสูง ผHypertension) 
  • การติดเชื้อ (เช่น เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือปรสิต) 
  • การเปลี่ยนแปลงทางอารมณื เช่นโรคซึมเศร้า 
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี (Myasthenia gravis) 
  • โรคกระดูกพรุน 
  • แผลในกระเพาะอาหาร
  • การเปลี่ยนแปลงทางลักษณะนิสัย
  • ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้ เช่น โรคถุงผนังลำไส้อักเสบ (diverticulitis) โรคลำไส้อักเสบชนิดเป้นแผล (ulcerative colitis) 
  • ปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์
  • วัณโรค
  • การติดเชื้อเริม (Herpes simplex) ที่ดวงตา
  • โรคไต

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเพรดนิโซนสำหรับผู้ใหญ่ 

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาเนโฟรติก ซินโดรม (Nephrotic Syndrome): 

  • ขนาดยาเริ่มต้น (3 ครั้งแรก): 2 มก./กก./วัน (ขนาดยาสูงสุด 80 มก./วัน) แบ่งรับประทาน 3 ถึง 4 ครั้ง/วัน จนกว่าจะไม่มีโปรตีนในปัสสาวะ เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน (สูงสุด: 28 วัน) ตามด้วย 1 ถึง 1.5 มก./กก./ครั้ง ให้วันเว้นวันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ 
  • ขนาดยาปกติสำหรับอาการที่กำเริบบ่อย: 0.5 ถึง 1 มก./กก./ครั้ง ให้วันเว้นวันเป็นเวลา 3 ถึง 6 เดือน

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อต้านอักเสบ: 

5 ถึง 60 มก. ต่อวัน แบ่งรับประทาน 1 ถึง 4 ครั้ง/วัน

ขนาดยาเพรดนิโซนสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาเนโฟรติก ซินโดรม (Nephrotic Syndrome) 

  • ขนาดยาเริ่มต้น (3 ครั้งแรก): 2 มก./กก./วัน (ขนาดยาสูงสุด 80 มก./วัน) แบ่งรับประทาน 3 ถึง 4 ครั้ง/วัน จนกว่าจะไม่มีโปรตีนในปัสสาวะ เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน (สูงสุด: 28 วัน) ตามด้วย 1 ถึง 1.5 มก./กก./ครั้ง ให้วันเว้นวันเป็นเวลา 4 สัปดาห์ 
  • ขนาดยาปกติสำหรับอาการที่กำเริบบ่อย: 0.5 ถึง 1 มก./กก./ครั้ง ให้วันเว้นวันเป็นเวลา 3 ถึง 6 เดือน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคหอบหืด (Asthma) 

อายุน้อยกว่า 1 ปี  

  • ฉับพลัน: 10 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ขนาดยาปกติ: 10 มก. รับประทานวันเว้นวัน 

1 ถึง 4 ปี  

  • ฉับพลัน: 20 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ขนาดยาปกติ: 20 มก. รับประทานวันเว้นวัน

5 ถึง 12 ปี  

  • ฉับพลัน: 30 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ขนาดยาปกติ: 30 มก. รับประทานวันเว้นวัน 

อายุมากกว่า 12 ปี  

  • ฉับพลัน: 40 มก. รับประทานทุกๆ 12 ชั่วโมง
  • ขนาดยาปกติ: 40 มก. รับประทานวันเว้นวัน

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อแก้อักเสบ

0.05 ถึง 2 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 1 ถึง 4 ครั้ง/วัน 

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อกดภูมิคุ้มกัน (Immunosuppression) 

0.05 ถึง 2 มก./กก./วัน แบ่งรับประทาน 1 ถึง 4 ครั้ง/วัน 

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ด: 1 มก. 2 มก. 5 มกยาเพรดนิโซน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: พฤศจิกายน 18, 2018 | Last Modified: พฤศจิกายน 18, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย