เพอร์เมทริน (Permethrin)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรวิสสุตา ชั้นประเสริฐ

ชื่อสามัญ: เพอร์เมทริน (Permethrin) Brand Name(s): เพอร์เมทริน (Permethrin), เพอร์เมทริน (Permethrin) และ เพอร์เมทริน (Permethrin).

ข้อบ่งใช้

ยาเพอร์เมทรินใช้สำหรับ

ยาเพอร์เมทริน (Permethrin) ใช้เพื่อรักษาโรคหิด (scabies) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากแมลงตัวเล็กๆ อย่างตัวไร (mites) ทำให้ผิวระคายเคือง ยาเพอร์เมทรินจัดอยู่ในกลุ่มของยาไพรีทริน (pyrethrins) ทำงานโดยการทำให้ตัวไรและไข่ของมันเป็นอัมพาตและตายลง

วิธีการใช้ยาเพอร์เมทริน

ยานี้ใช้กับผิวหนังเท่านั้น โดยควรใช้ยานี้ให้เร็วที่สุุดหลังจากได้รับสั่งยามา โดยทายาตั้งแต่ส่วนหัวลงมาจนถึงฝ่าเท้า รวมถึงบริเวณใต้เล็บและข้อพับต่างๆ เช่น ระหว่างนิ้วเท้าตามคำแนะนำ นวดเบาๆ ให้ยาซึมเข้าสู่ผิวหนัง อย่าใช้ยามากกว่าที่กำหนด และควรล้างครีมยาออกหลังจากผ่านไป 8-14 ชั่วโมงโดยการอาบน้ำ

หลีกเลี่ยงไม่ให้ยาเข้าตา จมูก ปาก หรือช่องคลอด หากยาเข้าตา ควรล้างออกด้วยน้ำสะอาดในปริมาณมาก และโปรดปรึกษาแพทย์หากยังคงมีอาการระคายเคืองอยู่

อาการของโรคหิดนั้นมีทั้งอาการคันอย่างรุนแรง และมักจะรุนแรงขึ้นในช่วงเวลานอน คุณอาจจะมีริ้วรอยลักษณะเป็นลอนเล็กๆ บนผิวหนัง และมีรูเล็กๆ ตรงปลาย รูนี้มักจะพบได้ที่บริเวณพังผืดนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ข้อมือ ข้อศอก รักแร้ เส้นเอว บั้นท้ายส่วนล่าง หัวนมของผู้หญิง หรืออวัยวะเพศชาย แม้ว่ายาเพอร์เมทรินจะกำจัดโรคหิดทั้งหมด ตัวไรที่ตายไปแล้วยังสามารถทำให้คุณมีอาการคันอีกนานถึง 4 สัปดาห์ หลังจากการรักษา โปรดสอบถามแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาอื่นที่ช่วยบรรเทาอาการคัน โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้นหลังจากรักษาไปแล้ว 2 สัปดาห์ แพทย์อาจจะต้องมองมาตัวไรที่ยังมีชีวิตอยู่หรือแนะนำการรักษาเพิ่มเติม

การเก็บรักษายาเพอร์เมทริน

ยาเพอร์เมทรินควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเพอร์เมทรินบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัยโปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเพอร์เมทรินลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเพอร์เมทริน

ก่อนใช้ยาเพอร์เมทริน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนประกอบไม่ออกฤทธิ์ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ผิวหนัง โรคหอบหืด

การเกาผิวหนังหรือหนังศีรษะอย่างต่อเนื่องหรือการเผลอเกาอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบในทันทีหากคุณมีอาการรอยแดงหรือเป็นหนองรุนแรงขึ้น

โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณตั้งครรภ์ก่อนใช้ยานี้

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านเข้าสู่น้ำนมแม่ได้หรือไม่แต่ยานี้ไม่น่าที่จะเป็นอันตรายกับทารก โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยา

ยาเพอร์เมทรินจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์ หมวด B โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อผู้ตั้งครรภ์โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเพอร์เมทริน

อาจเกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนัง รวมถึงอาการคัน บวม และรอยแดงเกิดขึ้นพร้อมกับโรคหิดและอาจจะมีอาการแย่ลงชั่วคราวหลังจากใช้ยาเพอร์เมทริน และยังอาจจะเกิดอาการแสบร้อนหรือปวดเหมือนถูกแมลงต่อยระดับเบา หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้อาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาเพอร์เมทรินอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเพอร์เมทริน อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเพอร์เมทริน อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเพอร์เมทรินสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคหิด

ยาครีมเพอร์เมทรินเฉพาะที่ 5%

ทารก นวดยาให้ทั่วผิวหนังตั้งแต่คอลงมาถึงฝ่าเท้า ควรล้างครีมออกโดยการอาบน้ำหลังจากผ่านไป 8 ถึง 14 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาเหา

ชุดยาเพอร์เมทรินเฉพาะที่ 1%

สระผมให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง จากนั้นชะโลมด้วยยาโลชั่นหรือยาครีมจนกระทั่งผมและหนังศีรษะชุ่ม โดยเฉพาะบริเวณหลังใบหูและต้นคอ ทิ้งยาไว้บนผมนาน 10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้หวี และ/หรือถุงมือที่แถมมาเพื่อกำจัดไข่เหาที่เหลืออยู่

ยาสารละลายเพอร์เมทรินเฉพาะที่ 1%

สระผมให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง จากนั้นชะโลมด้วยยาโลชั่นหรือยาครีมจนกระทั่งผมและหนังศีรษะชุ่ม โดยเฉพาะบริเวณหลังใบหูและต้นคอ ทิ้งยาไว้บนผมนาน 10 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ข้อควรระวัง

สำหรับใช้ภายนอกเท่านั้น ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ยาเข้าตา จมูก หรือปาก หากยาสัมผัสกับบริเวณเหล่านี้ ควรล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า

โดยปกติแล้ว ยาเพอร์เมทรินขนาด 30 กรัม ก็เพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป

โรคหิดนั้นแทบจะไม่เกิดบนหนังศีรษะของผู้ใหญ่ แต่ในผู้สูงอายุและทารกนั้น อาจจะมีอาการที่บริเวณไรผม คอ ขมับ และหน้าผาก

โดยปกติแล้ว การใช้ยาหนึ่งครั้งนั้นเพียงพอที่จะรักษาโรคได้แล้ว การใช้ยาโลชั่นเพอร์เมทรินครั้งที่สองอาจจะต้องใช้สำหรับผู้ป่วยที่ยังมีตัวไรที่มีชีวิตอยู่ หลังจากเริ่มต้นการรักษาไปแล้ว 7 วัน

ผู้ป่วยอาจจะมีอาการคันหลังจากการรักษาโรคหิด ตัวไรมีชีวิตที่ยังคงมีอยู่หลังจากผ่านไป 14 วัน นั้น แสดงให้เห็นว่าจำเป็นต้องทำการรักษาใหม่อีกครั้ง

คำแนะนำอื่นๆ

แนะนำการรักษาร่วมกันกับคนในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับมาติดเชื้ออีกครั้ง ควรทำความสะอาดเสื้อผ้าและเครื่องนอนทั้งหมดให้สะอาดเมื่อเริ่มต้นการรักษา

สำหรับการจัดการเหาอย่างเหมาะสม ควรกำจัดไข่เหาด้วยหวีเสนียด

ขนาดยาเพอร์เมทรินสำหรับเด็ก

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาโรคหิด

ยาครีมเพอร์เมทรินเฉพาะที่ 5%

ทารก นวดยาให้ทั่วไรผม คอ ขมับ และหน้าผาก ควรล้างยาออกหลังจากผ่านไป 8 ถึง 14 ชั่วโมง

ขนาดยาสำหรับเด็กเพื่อรักษาเหา

ชุดยาเพอร์เมทรินเฉพาะที่ 1%

อายุ 2 เดือนขึ้นไป ชโลมผมด้วยยาโลชั่นหรือยาครีมแล้วเช็ดให้หมาดจนกระทั่งผมและหนังศีรษะนั้นอิ่มน้ำ (โดยเฉพาะบริเวณหลังใบหูและต้นคอ) ทิ้งยาไว้บนผมนาน 10 นาทีแล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ใช้หวี และ/หรือถุงมือที่แถมมาเพื่อกำจัดไข่เหาที่เหลืออยู่

ข้อควรระวัง

ยังไม่มีการพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 เดือน

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาครีมเฉพาะที่
  • ยาโลชั่นเฉพาะที่
  • ยาพ่นเฉพาะที่
  • ชุดยาเฉพาะที่

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: มิถุนายน 4, 2019 | Last Modified: มิถุนายน 4, 2019

บทความนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน