เมทสโคโพลามีน (Methscopolamine)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เมทสโคโพลามีน (Methscopolamine) Brand Name(s): เมทสโคโพลามีน (Methscopolamine).

ข้อบ่งใช้

ยาเมทสโคโพลามีนใช้สำหรับ 

ยาเมทสโคโพลามีน (Methscopolamine) ใช้ร่วมกับยาอื่น เพื่อรักษาโรคแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้บางชนิด อย่างโรคแผลในกระเพาะอาหาร ยานี้อาจช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง แต่ไม่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการฟื้นฟูแผลเปื่อย การป้องกันไม่ให้แผลกลับมา หรือการป้องกันปัญหาอื่นที่เกิดจากแผลเปื่อยเหล่านี้ ยาเมทสโคโพลามีนทำงานโดยการลดปริมาณของกรดในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ยังช่วยชะลอการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของลำไส้ และผ่อนคลายกล้ามเนื้อในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ ยาเมทสโคโพลามีนนั้นอยู่ในกลุ่มของยาแอนติโคลิเนอร์จิก (anticholinergics) 

วิธีการใช้ยาเมทสโคโพลามีน 

รับประทานยานี้ โดยปกติคือวันละ 4 ครั้ง (30 นาทีก่อนมื้ออาหารและก่อนนอน) หรือตามที่แพทย์กำหนด 

ยาลดกรดจะลดการดูดซึมยาเมทสโคโพลามีน อย่ารับประทานยานี้พร้อมกับยาลดกรด หากคุณต้องรับประทานยาลดกรด ควรรับประทานก่อนมื้ออาหาร และรับประทานยาเมทสโคโพลามีนหลังมื้ออาหาร

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา 

อย่าเพิ่มขนาดยาหรือรับประทานยานี้บ่อยกว่าที่แพทย์กำหนด อาการของคุณจะไม่หายเร็วขึ้น และความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงอาจจะเพิ่มขึ้น

แจ้งให้แพทย์ทราบ หากอาการของคุณไม่หายไปหรือแย่ลง 

การเก็บรักษายาเมทสโคโพลามีน 

ยาเมทสโคโพลามีนควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเมทสโคโพลามีนบางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยาหรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง 

ไม่ควรทิ้งยาเมทสโคโพลามีนลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเมทสโคโพลามีน

ก่อนใช้ยาเมทสโคโพลามีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือยาสโคโพลามีน (scopolamine) หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเคยเป็นโรคต้อหิน (มุมเปิดหรือมุมปิด) โรคต่อมลูกหมากโต มีปัญหากับการปัสสาวะเนื่องจากระบบทางเดินปัสสาวะอุดตัน ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้อื่นๆ เช่น การเคลื่อนไหวของลำไส้ช้า อุดตัน โรคลำไส้อักเสบชนิดมีแผล การติดเชื้อ การทำไอลีออสโตมี (ileostomy) หรือการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ออก ในผู้ป่วยที่มีอาการท้องร่วง ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ อาการเจ็บหน้าอก โรคหัวใจวาย หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจเนื่องจากอาการเลือดออกอย่างรุนแรง ภาวะความดันโลหิตสูง ปัญหาเกี่ยวกับอาการแสบร้อนกลางอก เช่น โรคกรดไหลย้อน โรคไส้เลื่อน หรือปัญหาเกี่ยวกับหลอดอาหาร ปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทบางอย่าง เช่น เส้นประสาทอัตโนมัติเสื่อม โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอ็มจี ปัญหาเกี่ยวกับตับ ปัญหาเกี่ยวกับไต

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึม หรือทำให้มองเห็นไม่ชัด อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว หรือการมองเห็นที่ชัดเจน จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ยานี้อาจทำให้คุณมีเหงื่อออกน้อยกว่าเดิม และทำให้คุณมีโอกาสเป็นลมแดดได้มากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้คุณร้อนมากเกินไป เช่น การทำงานหนักหรือออกกำลังกายในอากาศที่ร้อน หรือแช่น้ำร้อน ในช่วงที่อากาศร้อน ควรดื่มน้ำให้มาก และสวมเสื้อผ้าที่เบาสบาย หากคุณรู้สึกร้อนมากเกินไป ควรรีบมองหาสถานที่พักผ่อนให้เย็นลง รับการรักษาในทันที หากคุณเป็นไข้ไม่ยอมหาย มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือจิตใจ ปวดหัว หรือวิงเวียน 

ผู้สูงอายุอาจจะมีปฏิกิริยาไวต่อผลข้างเคียงของยานี้ได้มากกว่า โดยเฉพาะอาการง่วงซึม สับสน ตื่นเต้นผิดปกติ ท้องผูก และมีปัญหากับการปัสสาวะ

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเมทสโคโพลามีนจัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเมทสโคโพลามีน

อาจเกิดอาการง่วงซึม วิงเวียน อ่อนแรง มองเห็นไม่ชัด ตาแห้ง ปากแห้ง ท้องผูก หรือท้องอืด หากอาการเหล่านี้ไม่หายไปหรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

เพื่อบรรเทาอาการปากแห้ง ควรอมลูกอม (ไม่มีน้ำตาล) หรือน้ำแข็ง เคี้ยวหมากฝรั่ง (ไม่มีน้ำตาล) ดื่มน้ำ หรือใช้สารทดแทนน้ำลาย เพื่อบรรเทาอาการตาแห้ง ควรสอบถามเภสัชกรสำหรับน้ำตาลเทียม หรือสารหล่อลื่นในตาอื่นๆ 

เพื่อป้องกันอาการท้องผูก ควรรับประทานใยอาหารให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้มาก และออกกำลังกาย โปรดปรึกษาเภสัชกรในการเลือกใช้ยาระบาย (เช่น ยาประเภทกระตุ้นที่ทำให้อุจจาระนิ่ม) 

โปรดจำไว้ว่าการที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้ เนื่องจากคำนวณแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นแต่รุนแรงดังต่อไปนี้ เหงื่อลดลง ผิวแห้ง ผิวร้อน หรือผิวแดงฝาด หัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ มีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือจิตใจ (เช่น สับสน มองเห็นภาพหลอน ร้อนรน กังวลใจ หรือตื่นเต้นผิดปกติ) ปัสสาวะติดขัด สมรรถภาพทางเพศลดลง 

รับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ ปวดตา ตาบวม หรือตาแดงที่ การมองเห็นเปลี่ยนแปลง (เช่น มองเห็นรุ้งรอบแสงในตอนกลางคืน)

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ ยาเม็ดหรือแคปซูลโพแทสเซียม ยาที่ทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ช้าลง เช่น แพรมลินไทด์ (pramlintide) 

ยาเมทสโคโพลามีนอาจส่งผลกระทบต่อการดูดซึมยาอื่นๆ เช่น ยาต้านเชื้อรากลุ่มเอโซล (azole anti-fungal drugs) อย่างคีโตโคนาโซล (ketoconazole) หรือไอทราโคนาโซล (itraconazole) ยาไดจอกซิน (digoxin) แบบละลายช้า และอื่นๆ หากคุณใช้ยาคีโตโคนาโซลหรือไอทราโคนาโซล ควรใช้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนใช้ยาเมทสโคโพลามีน

ยาอื่นจำนวนมากที่สามารถทำให้เกิดอาการปากแห้งและท้องผูก อาจมีปฏิกิริยาต่อยาแอนติโคลิเนอร์จิกอย่างยาเมทสโคโพลามีน แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่คุณใช้ รวมถึง

  • อแมนตาดีน (amantadine) ยาในกลุ่มแอนติโคลิเนอร์จิกอื่นๆ เช่น อะโทรปีน (atropine) ไกลโคไพโรเลต (glycopyrrolate) สโคโปลามีน (scopolamine) ยาแก้ปวดท้อง (antispasmodic drugs) เช่น ไคลดิเนียม (clidinium) ไดไซโคลมีน (dicyclomine) หรือโพรแพนธีลีน (propantheline) เบลลาดอนนา อัลคาลอยด์ (belladonna alkaloids) ยารักษาโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease) บางชนิด เช่น เบนซ์โทรปีน (benztropine) หรือไตรเฮกซีเฟนิดิล (trihexyphenidyl) ยาที่ใช้เพื่อรักษาอัตราหัวใตเน้ผิดปกติ เช่นไดโซไพราไมด์ (disopyramide) หรือควินิดีน (quinidine) ยาในกลุ่มเอ็มเอโอไอ (MAO inhibitors) เช่นไอโซคาร์บอกซาซิด (isocarboxazid) ไลนิโซลิด (linezolid) เมทิลีน บลู (methylene blue) โมโคลเบไมด์ (moclobemide) เฟเนลซีน (phenelzine) โพรคาร์เบซีน (procarbazine) ราซาจิลีน (rasagiline) ซาฟินาไมด์ (safinamide) เซเลจิลีน (selegiline) หรือทรานิลไซโพรมีน (tranylcypromine) ฟีโนไทอาซีน (phenothiazines) เช่นคลอร์โปรมาซีน (chlorpromazine) ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก (tricyclic antidepressants) เช่นอะมิทริปไทลีน (amitriptyline) 

แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบหากคุณใช้ผลิตภัณฑ์อื่นที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม เช่น 

  • สุรา กัญชา ยาต้านฮีสตามีน (antihistamines) อย่างเซทิริซีน (cetirizine) หรือไดเฟนไฮดรามีน (diphenhydramine) ยานอนหลับหรือยาสำหรับอาการวิตกกังวล อย่างอัลปราโซแลม (alprazolam) ไดอะซีแพม (diazepam) หรือโซลพิเดม (zolpidem) ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาแก้ปวดแบบเสพติด (narcotic pain relievers) เช่นโคเดอีน (codeine) 

ควรอ่านฉลากยาของยาที่คุณใช้ทั้งหมด (เช่น ยาแก้แพ้หรือยาแก้ไอแก้หวัด) เนื่องจากยาเหล่านี้อาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึม หรือหัวใจเต้นเร็วได้ โปรดสอบถามเภสัชกร สำหรับวิธีการใช้ยาเหล่านี้อย่างปลอดภัย 

ยานี้อาจส่งผลกระทบต่อผลการตรวจในห้องแล็บบางชนิด รวมถึงการตรวจน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร (gastric secretion tests) และอาจทำให้เกิดผลเป็นเท็จได้ โปรดแจ้งให้บุคลากรในห้องแล็บและแพทย์ของคุณทุกคนทราบว่า คุณกำลังใช้ยานี้

ยาเมทสโคโพลามีนอาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเมทสโคโพลามีนอาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเมทสโคโพลามีนอาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเมทสโคโพลามีนสำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหาร

  • ขนาดยาเฉลี่ย: 2.5 มก. รับประทานครึ่งชั่วโมงก่อนมื้ออาหาร และ 2.5 ถึง 5 มก. ก่อนนอน 
  • ขนาดยาเริ่มต้นที่ 12.5 มก. ทุกวัน (ขนาดยาโดยรวม) นั้นมีประสทิธิภาพทางการแพทย์ในผู้ป่วยส่วนใหญ่โดยไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เห็นได้ชัด 
  • ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและต้องการการบรรเทาในทันที: เริ่มต้นที่ขนาด 5 มก. รับประทานครึ่งชั่วโมงก่อนมื้ออาหารและก่อนนอน (ขนาดยาโดยรวม: 20 มก.)

คำแนะนำ 

  • ยานี้ยังไม่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เอื้อต่อการฟื้นฟูแผลในกระเพาะอาหาร ลดอัตราการกำเริบ หรือป้องกันโรคแทรกซ้อน
  • -ผู้ป่วยที่ใช้ยาในขนาดที่ลดลงมาเนื่องจากผลข้างเคียงมักจะแสดงให้เห็นถึง การบรรเทาอาการที่เพียงพอและประสทิธิภาพในการลดการหลั่งน้ำย่อย
  • ผู้ป่วยที่มีผลข้างเคียงที่รุนแรงโดยไม่มีการบรรเทาอาการที่เพียงพอนั้นอาจจะไม่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีนี้
  • ผู้ป่วยที่แพ้ต่อยาแอนติโคลิเนอร์จิก อื่นๆ อาจจะแพ้ต่อยานี้ได้ ควรเริ่มต้นใช้ยาที่ขนาดต่ำ 

การใช้งาน

  • เพื่อเป็นการรักษาเสริมสำหรับโรคแผลในกระเพาะอาหาร

การปรับขนาดยา 

  • ลดขนาดยาลงมา หากเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์อย่างมากในทันที 
  • หากไม่มีทั้งการบรรเทาอาการและผลข้างเคียง ควรเพิ่มขนาดยาที่ใช้ในแต่ละวัน 
  • ผู้ป่วยบางรายสามารถทนต่อยาในขนาด 30 มก. ต่อวันได้โดยไม่มีปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์ 

คำแนะนำอื่นๆ

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย 

  • ควรเตือนผู้ป่วยเกี่ยวกับการทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว (เช่นใช้รถยนต์ เครื่องจักร หรือทำงานที่อาจเป็นอันตราย) ขณะที่กำลังใช้ยานี้ 

ขนาดยาเมทสโคโพลามีนสำหรับเด็ก 

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา 

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้  

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน 

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด 

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา 

หากคุณลืมใช้ยาควรรีบใช้ในทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลาใช้ยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปใช้ยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

แหล่งที่มา

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย