เมทาโซลาไมด์ (Methazolamide)

โดย ทบทวนบทความโดย เภสัชกรอาชานนท์ สมศักดิ์

ชื่อสามัญ: เมทาโซลาไมด์ (Methazolamide) Brand Name(s): เมทาโซลาไมด์ (Methazolamide).

ข้อบ่งใช้

ยาเมทาโซลาไมด์ใช้สำหรับ

ยาเมทาโซลาไมด์ (Methazolamide) ใช้เพื่อรักษาภาวะความดันภายในดวงตาสูงเนื่องจากโรคต้อหินบางชนิด การลดความดันภายในดวงตาที่เพิ่มสูงนั้นจะช่วยป้องกันการเกิดตาบอด สูญเสียการมองเห็น และเส้นประสาทเสียหาย ยาเมทาโซลาไมด์อยู่ในยากลุ่มของยาคาร์บอนิก แอนไฮเดรส อินฮิบิเตอร์ (carbonic anhydrase inhibitors) ทำงานโดยการลดการผลิตสารน้ำภายในดวงตา

วิธีการใช้ยาเมทาโซลาไมด์

รับประทานยานี้ตามที่แพทย์กำหนด โดยปกติคือวันละ 2 หรือ 3 ครั้ง สามารถรับประทานยาพร้อมกับอาหาร หากเกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงบางอย่าง (นิ่วในไต) ควรดื่มน้ำให้มาก นอกเสียจากแพทย์จะสั่งอย่างอื่น

ขนาดยาขึ้นอยู่กับสภาวะทางการแพทย์ และการตอบสนองต่อการรักษา

ใช้ยาเป็นประจำเพื่อให้ได้ประโยชน์จากยาสูงสุด เพื่อให้ง่ายต่อการจำ ควรรับประทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง แม้คุณจะรู้สึกปกติดี ผู้ที่เป็นโรคต้อหินหรือมีความดันภายในดวงตาสูงนั้น จะไม่รู้สึกป่วย

การเก็บรักษายาเมทาโซลาไมด์

ยาเมทาโซลาไมด์ควรเก็บที่อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงหรือความชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเกิดความเสียหาย ไม่ควรเก็บยานี้ในห้องน้ำหรือช่องแช่แข็ง ยาเมทาโซลาไมด์บางยี่ห้ออาจจะต้องเก็บรักษาแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบฉลากยา หรือสอบถามเภสัชกรเสมอ เพื่อความปลอดภัย โปรดเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

ไม่ควรทิ้งยาเมทาโซลาไมด์ลงในชักโครก หรือเทลงในท่อระบายน้ำ เว้นแต่จะได้รับคำแนะนำให้ทำเช่นนั้น ควรกำจัดยาด้วยวิธีที่ถูกต้องเมื่อยาหมดอายุ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน โปรดสอบถามเภสัชกรเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยาที่ถูกต้อง

ข้อควรระวังและคำเตือน

ข้อควรรู้ก่อนใช้ยาเมทาโซลาไมด์

ก่อนใช้ยาเมทาโซลาไมด์ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบ หากคุณแพ้ต่อยานี้ หรือหากคุณเป็นโรคภูมิแพ้อื่นๆ ยานี้อาจมีส่วนผสมที่ไม่มีฤทธิ์ในการรักษา ที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือปัญหาอื่น โปรดปรึกษาเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ก่อนใช้ยานี้ แจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเกี่ยวกับประวัติทางการแพทย์ของคุณ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับต่อมหมวกไต เช่น โรคแอดดิสัน (Addison’s disease) โรคตับ เช่น โรคตับแข็ง ปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ถุงลมโป่งพอง หรือการติดเชื้อที่ปอด โรคเบาหวาน โรคเกาต์ ปัญหาเกี่ยวกับไต เช่น เคยเป็นโรคนิ่วในไต ภาวะแร่ธาตุไม่สมดุลที่ไม่ได้รับการรักษา เช่น โซเดียมหรือโพแทสเซียมต่ำ หรือภาวะเลือดเป็นกรด ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน

ยานี้อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนหรือง่วงซึมได้ อย่าขับรถ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องการความตื่นตัว จนกว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างปลอดภัย และควรจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ยานี้อาจทำให้คุณมีปฏิกิริยาไวต่อแสงอาทิตย์ได้ ควรจำกัดเวลาในการอยู่ใต้แดด ควรทาครีมกันแดด และสวมเสื้อผ้าป้องกันเมื่ออยู่นอกบ้าน แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากคุณเกิดอาการแดดเผา หรือมีแผลพุพองหรือรอยแดงที่ผิวหนัง

ก่อนการผ่าตัด แจ้งให้แพทย์หรือทันตแพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณใช้ (ทั้งยาตามใบสั่งยา ยาที่หาซื้อเอง และสมุนไพรต่างๆ)

ในช่วงขณะการตั้งครรภ์ควรใช้ยานี้เมื่อจำเป็นเท่านั้น โปรดปรึกษาความเสี่ยงและประโยชน์กับแพทย์

ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ายานี้สามารถส่งผ่านน้ำนมแม่ได้หรือไม่ โปรดปรึกษาแพทย์ก่อนให้นมบุตร

ความปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

ยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความเสี่ยงในสตรีที่ใช้ยานี้ในช่วงการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อหาประโยชน์และความเสี่ยงก่อนการใช้ยานี้

ยาเมทาโซลาไมด์จัดอยู่ในประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ ประเภท C โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)

การจัดประเภทของยาที่มีความเสี่ยงต่อสตรีมีครรภ์ โดยองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกามีดังนี้

  • A= ไม่มีความเสี่ยง
  • B= ไม่พบความเสี่ยงในการวิจัยบางชิ้น
  • C= อาจจะมีความเสี่ยง
  • D= มีหลักฐานแสดงถึงความเสี่ยง
  • X= ห้ามใช้
  • N= ไม่ทราบแน่ชัด

ผลข้างเคียง

ผลข้างเคียงของการใช้ยาเมทาโซลาไมด์

อาจเกิดอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร การรับรสชาติเปลี่ยนแปลง อาเจียน ท้องร่วง ปัสสาวะบ่อย วิงเวียน ง่วงซึม หรือเหนื่อยล้าเกิดขึ้นขณะที่ร่างกายกำลังปรับตัวเข้ากับยา หากอาการเหล่านี้ไม่หายไป หรือรุนแรงขึ้น โปรดแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรในทันที

โปรดจำไว้ว่า การที่แพทย์ให้คุณใช้ยาตัวนี้เนื่องจากพิจารณาแล้วว่ายามีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง และคนที่ใช้ยานี้ส่วนใหญ่ไม่พบผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ

แจ้งให้แพทย์ทราบในทันที หากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงดังต่อไปนี้ สัญญาณของนิ่วในไต (เช่น มีอาการปวดระหว่างปัสสาวะ เป็นไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะสีชมพูหรือสีเลือด) สัญญาณของการติดเชื้อ (เช่น เจ็บคอไม่หาย เป็นไข้ หนาวสั่น) มีรอยช้ำหรือเลือดออกง่าย เหน็บชาที่มือหรือเท้า มีเสียงอื้อในหู

รับการรักษาในทันทีหากเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงมากดังต่อไปนี้ คลื่นไส้อาเจียนไม่หยุด เบื่ออาหาร ปวดท้อง ดวงตาหรือผิวหนังเป็นสีเหลือง สับสน หัวใจเต้นเร็วหรือรัว ชัก

การแพ้ยาที่รุนแรงต่อยานี้ ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยาก แต่จำเป็นต้องได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อาการของการแพ้รุนแรงมีดังนี้ ผดผื่น คันหรือบวม (โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ลิ้น และลำคอ) วิงเวียนขั้นรุนแรง หายใจติดขัด

ไม่ใช่ทุกคนจะเจอกับผลข้างเคียงเหล่านี้ และอาจจะมีอาการอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าคุณมีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกร

ปฏิกิริยาของยา

ปฏิกิริยากับยาอื่น

ยาที่อาจมีปฏิกิริยากับยานี้ได้แก่ เมแมนทีน (memantine) เมทีนามีน (methenamine)

ควรตรวจสอบฉลากของยาทั้งหมด เนื่องจากอาจมีส่วนประกอบของแอสไพรินหรือยาที่คล้ายกับแอสไพริน อย่างซาลิไซเลต (salicylates) ซึ่งสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ หากใช้ในขนาดสูงพร้อมกับยานี้ แต่ถ้าแพทย์สั่งให้คุณใช้ยาแอสไพรินในขนาดต่ำ เพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลันหรือโรคหลอดเลือดสมอง (ขนาดยาปกติคือ 81-325 มก. ต่อวัน) คุณควรใช้ยานั้นต่อไป นอกเสียจากแพทย์จะสั่งแบบอื่น ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ยานี้อาจส่งผลกระทบต่อผลการตรวจในห้องแล็บบางชนิด และอาจทำให้เกิดผลเป็นเท็จได้ โปรดแจ้งให้บุคลากรในห้องแล็บ และแพทย์ของคุณทุกคนทราบว่า คุณกำลังใช้ยานี้

ยาเมทาโซลาไมด์อาจเกิดปฏิกิริยากับยาอื่นที่คุณกำลังใช้อยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คุณควรจะบอกแพทย์หรือเภสัชกรของคุณว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง (ทั้งยาตามใบสั่งแพทย์ ยาที่ซื้อได้เอง และสมุนไพรต่างๆ) เพื่อความปลอดภัย โปรดอย่าเริ่ม หยุด หรือเปลี่ยนขนาดยาใดๆ โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากแพทย์

ปฏิกิริยากับอาหารหรือแอลกอฮอล์

ยาเมทาโซลาไมด์อาจมีปฏิกิริยากับอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา หรือเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียง โปรดปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ปฏิกิริยากับอาการโรคอื่น

ยาเมทาโซลาไมด์อาจส่งผลให้อาการโรคของคุณแย่ลง หรือส่งผลต่อการออกฤทธิ์ของยา โปรดแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบถึงสภาวะโรคของคุณก่อนใช้ยาเสมอ

ขนาดยา

ข้อมูลในที่นี้ไม่มีเจตนาให้ใช้ทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษากับแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม

ขนาดยาเมทาโซลาไมด์สำหรับผู้ใหญ่

ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่เพื่อรักษาโรคต้อหิน (Glaucoma)

  • 50 ถึง 100 มก. รับประทานวันละ 2 หรือ 3 ครั้ง
  • คำแนะนำ: อาจใช้ร่วมกับยาหดม่านตา (miotic agents) และยาเพิ่มปริมาตรน้ำ (osmotic agents)
  • การใช้งาน: เพื่อรักษาสภาวะของดวงตา ที่การลดความดันภายในดวงตานั้นอาจจะมีประโยชน์ต่อการรักษา เช่น โรคต้อหินมุมเปิดเรื้อรัง โรคต้อหินทุติยภูมิ และก่อนการผ่าตัดโรคต้อหินมุมปิดฉับพลัน

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคไต

  • ห้ามใช้ยาในผู้ที่มีภาวะไตบกพร่อง

การปรับขนาดยาสำหรับผู้ป่วยโรคตับ

  • ห้ามใช้ยาในผู้ที่มีภาวะตับบกพร่อง

คำแนะนำอื่นๆ

การเฝ้าระวัง

  • เฝ้าระวังปฏิกิริยาของเลือดที่พบได้มากต่อยาในกลุ่มซัลโฟนาไมด์ทั้งหมด (sulfonamides) ควรตรวจนับความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) และจำนวนเกล็ดเลือดก่อนเริ่มต้นการรักษาและเป็นประจำหลังจากนั้น
  • เฝ้าระวังเซรั่มอิเล็กโทรไลต์เป็นระยะๆ (serum electrolytes)

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย

  • ผู้ป่วยควรรับการรักษาในทันทีหากเกิดปฏิกิริยาต่อยาซัลโฟนาไมด์ ดังต่อไปนี้ ภูมิแพ้เฉียบพลันรุนแรง (anaphylaxis) เป็นไข้ ผดผื่น รวมถึงโรคผื่นแพ้ยา (erythema multiforme) กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson syndrome) ท็อกซิกอีพิเดอร์มัลเนโครไลซิส (toxic epidermal necrolysis) ผลึกในปัสสาวะ (crystalluria) นิ่วในไต การกดไขกระดูก (bone marrow depression) ภาวะเลือดออกง่ายจากเกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenic purpura) ภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (hemolytic anemia, leukopenia) ภาวะโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ (pancytopenia) และภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ (agranulocytosis)
  • แจ้งให้ผู้ป่วยทราบถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องการใช้ยานี้ร่วมกับยาแอสไพรินขนาดสูง เช่น โรคคลั่งผอม (anorexia) หายใจเร็ว (tachypnea) ภาวะง่วงงุน (lethargy) โคม่า และเสียชีวิต

ขนาดยาเมทาโซลาไมด์สำหรับเด็ก

ยังไม่มีการพิสูจน์ความความปลอดภัยและประสิทธิภาพของขนาดยานี้สำหรับผู้ป่วยเด็ก ยานี้อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจกับความปลอดภัยของยาก่อนการใช้ยา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อกับแพทย์หรือเภสัชกร

รูปแบบของยา

ความแรงและรูปแบบของยามีดังนี้

  • ยาเม็ดสำหรับรับประทาน

กรณีฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด

หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือใช้ยาเกินขนาด ควรแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือนำส่งห้องฉุกเฉินใกล้บ้านโดยทันที

กรณีลืมใช้ยา

หากคุณลืมรับประทานยาควรรีบรับประทานทันทีที่นึกได้ หรือถ้าหากใกล้ถึงเวลารับประทานยาครั้งต่อไป ให้ข้ามรอบไปรับประทานยาตามตารางปกติได้เลย ไม่ควรเพิ่มปริมาณยา

Hello Health Group ไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ การวินิจฉัยโรคหรือการรักษาโรคแต่อย่างใด

Review Date: ธันวาคม 6, 2018 | Last Modified: ธันวาคม 6, 2018

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องเข้ามาลงทะเบียนรับข่าวสารกับเรา
รับข่าวสารจาก Hello คุณหมอ เกี่ยวกับเคล็ดลับสุขภาพ อัพเดทสุขภาวะและอื่น ๆ มากมาย